กลิ่นอับชื้นของไม้สักทองโบราณที่ผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดมิด ทว่าสิ่งที่ทำให้แผ่นหลังของรินรดารู้สึกเย็นเยียบจนถึงขั้วกระดูก มิใช่ความหนาแน่นของอากาศยามวิกาล หากแต่เป็นเสียง "ดีดลูกคิด" และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเดินอยู่บนเรือนไทยหลังเก่า ทั้งที่เธอยืนอยู่ตามลำพังในห้องโถงใหญ่
ดวงเนตรคมกริบของนักโบราณคดีสาวกวาดมองไปรอบกาย แสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักลายดอกพุดตานทาบทับลงบนพื้นไม้กระดาน เผยให้เห็นละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างราวกับดวงวิญญาณนับร้อยที่ไร้ที่
ที่นี่... มิใช่แค่เรือนไทยโบราณธรรมดา
รินรดารับรู้ได้ด้วย "ตาที่สาม" ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด พลังงานลบสีดำทมิฬกำลังพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ถุนเรือน ราวกับปากอبارของขุมนรกที่รอวันกลืนกินทุกชีวิต เส้นไหมสีแดงแห่งอาคมโบราณที่โยงใยระหว่างเรือนไทยหลังนี้กับตำหนักจันทร์เพ็ญในวังหลวง ปรากฏชัดเจนขึ้นในห้วงนิมิตของเธอ มันคือ "ค่ายกลอาถรรพ์" ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อดูดกลืนพลังชีวิตและกักขังวิญญาณพยาบาทของเจ้าจอมขวัญให้อยู่ในวังวนแห่งความแค้นชั่วนิรันดร์
"เจ้ากำลังหาทางขุดคุ้ยเรื่องที่ควรปล่อยให้ตายไปพร้อมกับกาลเวลา..."
สุ้มเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดุจสายลมหนาวจากหุบเขาไร้ ญาณหยั่งรู้ ดังขึ้นจากเบื้องหลัง รินรดารีบหมุนตัวกลับไปทันที
ร่างสูงสง่าของหลี่จวินอ๋องปรากฏขึ้นท่ามกลางเงาสลัว ฉลองพระองค์ชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เงินสะท้อนแสงจันทร์ พระพักตร์คมคายเรียบเฉยราดรดด้วยความเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่าดวงเนตรคมปลาบกลับจับจ้องมาที่นางด้วยประกายประหลาด
"ท่านอ๋อง..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่สั่นไหว "เรือนหลังนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออยู่อาศัย... แต่มันคือเครื่องมือกักขังวิญญาณ บรรพบุรุษของท่านทรงใช้มนต์ดำผูกพันธนาการดวงวิญญาณของเจ้าจอมขวัญไว้ เพื่อแลกกับอำนาจและความรุ่งเรืองของราชตระกูลใช่หรือไม่?"
หลี่จวินอ๋องมิได้ตอบคำถามทันที พระองค์ก้าวพระบาทเข้ามาใกล้ทีละน้อย กลิ่นอายบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้ง พระหัตถ์หนายื่นออกไปปัดปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของหญิงสาวแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเยียบทำให้รินรดาสะấuเล็กน้อย แต่ไม่ยอมถอยหลังหนี
"ฉลาดเกินไปมักอายุสั้น เจ้าไม่ควรล่วงรู้ความลับที่แม้แต่คนในราชสำนักยังต้องปิดปากเงียบ" หลี่จวินอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยกระแสกดดันอันน่าสะพรึงกลัว "คำสาปนี้กัดกินตระกูลข้ามาหลายชั่วอายุคน และเจ้า... กำลังเดินเข้ามาในปากเสือด้วยความสมัครใจ"
"หม่อมฉันไม่ได้มาเพื่อตาย... แต่มาเพื่อหาทางแก้คำสาป" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสบพระพักตร์อย่างไม่เกรงกลัว แม้ภายในใจจะหวั่นไหวต่อรัศมีอำนาจของบุรุษตรงหน้าเพียงใด "หากท่านปล่อยให้พลังงานลบนี้แผ่ขยายออกไปมากกว่านี้ ทั้งวังหลวงและเรือนไทยหลังนี้จะกลายเป็นสุสานไร้หลุมศพ แม้แต่ตัวท่านเองก็จะไม่รอดพ้นจากเงาอาฆาตของเจ้าจอมขวัญ!"
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศภายในห้องโถงก็แปรเปลี่ยนเป็นความหนתเหน็บที่กัดกินกระดูก อุณหุภมิรอบกายลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว จนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ประตูไม้สักแกะสลักที่ปิดสนิทกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพายุหมุนปริศนา เงาดำทมิฬรูปร่างคล้ายสตรีในชุดไทยสิมفรานโบราณปรากฏขึ้นกลางอากาศ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองมาที่ทั้งสองด้วยความแค้นเคืองสุดขีด
เสียงกรีดแหลมเล็กบาดแก้วหู ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วเรือนไทย
หลี่จวินอ๋องดึงร่างบางของรินรดาเข้าสู่อ้อมพระองค์ในเสี้ยววินาที พระหัตถ์ข้างหนึ่งชักกระบี่ประจำพระองค์ออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ประกายคมดาบวาดผ่านอากาศตวัดเข้าใส่เงาดำที่พุ่งเข้ามาจู่โจมอย่างดุร้าย ดั่งพยัคฆ์ร้ายปกป้องอาณาเขต
ทว่า สิ่งที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มิใช่การปรากฏตัวของวิญญาณร้าย หากแต่เป็นรอยสักรูปอักขระโบราณที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนพระatลาดของหลี่จวินอ๋องยามที่กระบี่สัมผัสกับพลังงานลบ อักขระเหล่านั้นกำลังเรืองแสงสีเลือด และลุกลามขึ้นมาบนลำพระศออย่างรวดเร็ว
คำสาป... กำลังกัดกินพระองค์จากภายใน
"ท่านอ๋อง!" รินรดาอุทานด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นแตะที่รอยสักสีเลือดนั้น ทว่าปลายนิ้วกลับสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง
หลี่จวินอ๋องทรงกัดพระทนต์แน่น พระพักตร์บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากการถูกคำสาปแผดเผา แต่พระเนตรยังคงจ้องมองตรงไปยังเงาดำที่หัวเราะเยาะเย้ยอยู่เบื้องหน้า พระองค์ทรงกระซิบข้างพระoรของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"สายเกินไปแล้ว... ประตูแห่งความตายถูกเปิดขึ้นแล้ว... และเจ้า... คือเครื่องบูชาชิ้นสุดท้ายที่มันรอคอย"
สิ้นพระสุระเสียง พื้นไม้กระดานเบื้องล่างของเรือนไทยก็แยกออกจากกัน เสียงโซ่ตรวนกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับมือสีดำนับร้อยที่ผุดขึ้นมาจากรอยแตก คว้าข้อพระบาทของหลี่จวินอ๋องและข้อเท้าของรินรดาไว้แน่น ดึงรั้งให้ทั้งสองจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง
ศาลาริมน้ำโบราณขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันมืดมนและเข้มข้นนี้ไปกับข้าพเจ้านะครับ
เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย•ตอนที่ 24
ความลึกลับของเรือนไทยในวัง
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอาฆาตในราชสำนักวิญญาณ: เมื่อท่านอ๋องต้องคำสาปข้างเรือนไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!