เสียงฝ่าเท้าหนักแน่นที่ย่ำบดลงบนพื้นหิมะกรอบแกรบ ดังแทรกเข้ามาในความเงียบงันของห้องรับรองหลังเล็ก ทว่าในหูของซูเหวิน เสียงนั้นกลับชัดเจนรา과จังหวะกลองศึกที่กำลังรัวเร่งเร้าให้เลือดในกายสูบฉีด
"ดูท่า... แขกผู้ไม่เชิญรายแรกของท่านอ๋อง จะมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะครับ"
ซูเหวินเอ่ยกระซิบเบาๆ พร้อมกับยื่นมือเรียวบางดั่งหยกขาวไปหยิบถ้วยชาอุ่นๆ ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ท่ามกลางบรรยากาศที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย ปลายนิ้วเรียวสัมผัสกับผิวเซรามิกเนื้อเนียน นางมิได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้ว่าเบื้องหลังประตูไม้เก่าคร่ำคร่าในยุคเจ็ดศูนย์นี้ จะซ่อนกองกำลังนอกเครื่องแบบที่พร้อมจะปลิดชีวะนางได้ทุกเมื่อ
ทว่า สายตาของนางกลับทอประกายคมปลาบดังกริชซ่อนในฝัก นางกำลังประเมิน... ประเมินทั้งสถานการณ์ ความเป็นไปได้ และผู้ที่กำลังก้าวเข้ามา
แอด...
เสียงบานประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ลมหนาวติดลบพัดกรรโชกเข้ามาปะทะกับไออุ่นในห้องจนระเหยกลายเป็นไอสีขาวโพลน ร่างสูงสง่าในชุดโค้ททหารสีเขียวเข้มบุนวมหนาทึบตามแบบฉบับนายทหารระดับสูงปรากฏขึ้น กลิ่นอายของควันปืน ดินปืน และความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้กุมอำนาจกองทัพแผ่ซ่านกดดันจนอากาศรอบตัวราวกับหนักอึ้งขึ้นหลายเท่าตัว
จางหยาง...
ชายหนุ่มผู้มีดวงตาดุจเหยี่ยวภูเขา จมูกโด่งคมสันริมฝีปากหยักลึกที่เม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างดุดัน ร่างสูงใหญ่เกือบห้าฟุตแปดนิ้วของเขายืนตระหง่านถมึงทึงอยู่หน้าประตู นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจทั่วห้องในเสี้ยววินาที ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่สตรีร่างระหงในชุดเสื้อผ้าฝ้ายถักมือเรียบง่าย แต่นางกลับนั่งหลังตรงสง่างามราวกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์กำลังประทับบนบัลลังก์มังกร หาใช่หญิงชาวบ้านในยุคกันดารไม่
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองจ้องตากันราวกับจะชั่งน้ำหนักจิตใจของอีกฝ่ายผ่านกระแสลมหายใจ
"สตรีชาวบ้าน... ที่จู่ๆ ก็โผล่มาซื้อตั๋วรถไฟเที่ยวสุดท้ายมุ่งหน้าสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมกับแผนผังการกระจายเสบียงอาหารที่แม้แต่ผู้ว่าการมณฑลยังต้องก้มหน้าอ่านถึงสามรอบ" เสียงทุ้มต่ำดุดันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของจางหยางเยียบเย็นและทรงพลังราวกับเสียงคำรามของเสือร้ายในป่าลึก เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะไม้เก่าๆ ทีละก้าว รองเท้าคอมแบตส่งเสียงกระทบพื้นดัง *ก๊อกๆ* สะท้อนก้องในความเงียบ
ซูเหวินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบa เสียงกระทบกันของถ้วยกระเบื้องและไม้ดังขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่มันกลับดึงดูดสายตาดุดร้ายของนายทหารหนุ่มให้มองตามด้วยความระแวง นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
"ท่านอ๋อง... อ้อ ไม่สิ ท่านผู้กองจาง... ดูท่าท่านคงไม่ได้มาเพื่อตรวจตั๋วโดยสารกระมังครับ" ซูเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความนัยคมคายที่ทำเอาคิ้วหนาของจางหยางกระตุกวูบ
ดวงตาคู่นคมกริบหรี่ลงทันที เขาไม่ได้เอ่ยปากปฏิเสธสรรพนามที่นางใช้เรียกขาน นั่นยิ่งทำให้ซูเหวินมั่นใจว่า การคาดการณ์ของนางไม่ผิดเพี้ยน วิญญาณของท่านอ๋องผู้เคยนำทัพนับแสนในภพก่อน แม้จะมาจุติใหม่ในร่างนายทหารยุคเจ็ดศูนย์ที่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและกฎระเบียบของพรรค แต่รัศมีแห่งอำนาจและการกดขี่ผู้คนยังคงฝังรากลึกอยู่ในกระดูกดำ
จางหยางสาวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะ มือหนาเอื้อมลงมากุมคอเสื้อด้านหน้าของซูเหวินอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ แรงปะทะทำให้เก้าอี้ไม้ลั่นเอี๊ยดอาร์ด แต่ร่างบางของซูเหวินกลับไม่แม้แต่จะขยับถอยหลัง นางเพียงแต่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่ธุลีเดียว มีเพียงความลึกล้ำที่ชวนให้คนมองรู้สึกราวกับกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง
"เจ้าเป็นใครกันแน่ ซูเหวิน?" จางหยางโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศแผ่ซ่านเข้าจมูก "ผู้หญิงธรรมดาไม่มีทางรู้โครงสร้างการขนส่งเสบียงลับของกองทัพ และไม่มีทางจดจำสูตรการคำนวณภาษีเกลือที่ถูกยกเลิกไปเมื่อสามร้อยปีก่อนได้... เจ้าเป็นสายลับจากฝ่ายไหน หรือเป็นปีศาจจำแลงกายมา?"
ใกล้ชิดเสียจนซูเหวินได้กลิ่นไอความดุดันและอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ชายหนุ่มคนนี้อันตรายยิ่งกว่าเสือร้ายบาดเจ็บ ทว่า ในสายตากุนซือหญิงผู้ผ่านมาทั้งสงครามแย่งชิงบัลลังก์และความล่มสลายของแคว้น ความดุดันเหล่านี้หาได้ทำให้หวั่นไหวไม่
นางยกมือขึ้นข้างหนึ่ง แตะเบาๆ ที่ข้อมือหนาที่กำลังกำคอเสื้อของนางอยู่ น้ำหนักมือของเขาหนักหน่วงดั่งคีมเหล็ก แต่ซูเหวินกลับใช้นิ้วเรียวรีดผ่านเส้นชีพจรที่ข้อมือของเขาแผ่วเบา สัมผัสนั้นราวกับขนนกที่ลูบผ่านเปลวเพลิง ทว่ามันกลับทำให้จางหยางชะงักกึก ร่างกายที่เกร็งเครียดพลันแข็งทื่อไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว
"ท่านผู้กองจาง... ท่านกำอาวุธแน่นเกินไปแล้วนะครับระวังมันจะบาดมือตัวเองเสียก่อน" ซูเหวินเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเขา น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ส่วนข้าจะเป็นใครนั้นไม่สำคัญ... สำคัญอยู่ที่ว่า ตอนนี้ ท่านกำลังต้องการ 'มันสมอง' ของข้าเพื่อช่วยให้กองกำลังของท่านรอดพ้นจากวิกฤตความอดอยากในฤดูหนาวนี้... หรือท่านอยากจะลองใช้กำลังบีบคั้นข้า จนกระทั่งความลับเรื่องคลังเสบียงแตกออก แล้วทหารนับพันของท่านต้องอดตายกันหมดล่ะครับ?"
คำพูดของนางราวกับคมมีดที่กรีดลงบนจุดอ่อนที่จางหยางกำลังกังวลใจที่สุดในเวลานี้ ดวงตาของนายทหารหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวในคราแรกถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงและประกายความสนใจอันลึกล้ำที่ยากจะควบคุม
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบหลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตู พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานด้วยความตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทของจางหยาง
"ผู้กองครับ! แย่แล้วครับ! มีคำสั่งด่วนที่สุดจากส่วนกลางส่งตรงมาถึงท่านโดยตรง..."
จางหยางยังคงจ้องมองซูเหวินไม่วางตา ร่างสูงใหญ่ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ คลายมือออกจากคอเสื้อของนางอย่างช้าๆ ทว่าสายตาคมกริบยังคงจับจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ นางเป็นเหมือนปริศนาชิ้นใหญ่ที่เขาทั้งอยากทำลายและอยากครอบครองไว้ข้างกาย
จางหยางหันหลังกลับไปเตรียมจะรับเอกสารด่วนจากลูกน้อง ทว่าซูเหวินกลับยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอีกครั้ง รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางรู้ดีว่าคำสั่งด่วนที่ส่งมากลางดึกเช่นนี้คืออะไร และมันจะเปลี่ยนเกมทั้งหมดอย่างไร
ซูเหวินเลื่อนถ้วยชาที่เพิ่งจิบไปครึ่งหนึ่ง วางลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระเบื้องกระทบเนื้อไม้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ นางช้อนตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังหันไปรับซองเอกสารสีน้ำตาลประทับตราลับสุดยอดจากมือลูกน้อง ก่อนที่จางหยางจะค่อยๆ ดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาอ่านด้วยใบหน้าที่มืดมนลงทีละน้อย... และในวินาทีที่สายตาของนายทหารหนุ่มกวาดอ่านบรรทัดสุดท้าย ร่างทั้งร่างของเขาก็สะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะครับ
ยุทธภพเปลี่ยนผ่าน กับแผนบริหารรัฐในยุคกันดาร•ตอนที่ 3
การปะทะที่สถานีรถไฟ
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยุทธภพเปลี่ยนผ่าน กับแผนบริหารรัฐในยุคกันดาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!