ยุทธภพเปลี่ยนผ่าน กับแผนบริหารรัฐในยุคกันดาร•ตอนที่ 5

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้รองเท้าหนังดิบเก่าคร่ำคร่า ดังประสานกับเสียงถอนหายใจยาวนานที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในห้องประชุมคับแคบ กลิ่นอายของความอดยอยากและฝุ่นผงแห่งยุคสมัยคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว บนโต๊ะไม้สนเนื้อหยาบ ปึกกระดาษบันทึกบัญชีเสบียงที่ร่อยหรอจนน่าใจหายถูกกางออก แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดริบหรี่สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ตึงเครียดของจางหยาง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองตัวเลขขาดแคลนสีชาดบนหน้ากระดาษด้วยความรู้สึกดุดันประหนึ่งพายุกำลังก่อตัว "หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่เกินเจ็ดวัน คลังเสบียงสำรองของหมู่บ้านจะว่างเปล่า" จางหยางเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าเล็กน้อยแต่ทรงอำนาจ สัญชาตญาณของอดีตท่านอ๋องผู้กุมกองทัพบอกชัดเจนว่า ความอดอยากคือภัยร้ายที่น่ากลัวยิ่งกว่าคมดาบของศัตรู เพราะมันสามารถกัดกินรากฐานของมนุษย์ให้พังทลายลงได้โดยไม่ต้องออกแรงรบ ซูเหวิน ซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างไม้ผุๆ หันกลับมาอย่างเชื่องช้า นางอยู่ในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีหม่นตามธรรมเนียมปฏิบัติของยุคสมัย แต่ทว่ากิริยาท่าทางและการย่างก้าวกลับสง่างามราวกับราชนิกุลผู้สูงศักดิ์กำลังเดินตรวจตราท้องพระโรง เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อยด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองชายหนุ่มด้วยแววตาสงบนิ่ง ทว่าลึกลงไปกลับมีความเฉียบคมดุจใบมีดที่ซ่อนอยู่ใต้ฝักไหม "ท่านอ๋อง... อภัยที่ต้องกล่าวตรงๆ ความคิดที่จะรอความช่วยเหลือจากส่วนกลางในยามที่บ้านเมืองผันผวนเช่นนี้ ย่อมไม่ต่างจากการรอความตายโดยไม่ยอมขยับเขยื้อน" ซูเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะแต่มั่น นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ช้าๆ สัมผัสแผ่วเบาที่ปลายนิ้วสัมผัสกับกระดาษบัญชีรายรับรายจ่าย ขับเน้นให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวในสตรีร่างระหงผู้นี้ "ปัญหาในยามนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่มีเสบียง... แต่ปัญหาคือเสบียงถูกกักตุนและกระจัดกระจายอยู่ในมือของกลุ่มพ่อค้าคนกลางที่ฉวยโอกาสบนความทุกข์ยากของราษฎร" จางหยางหรี่ตาลงเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ไผ่พลางพิจารณาสตรีตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง ความกล้าหาญและความคิดอ่านที่ก้าวล้ำเกินยุคสมัยของนาง มักทำให้เขาประหลาดใจอยู่เสมอ "เจ้าหมายความว่า... จะให้เราใช้กำลังบีบบังคับพวกมันคายเสบียงออกมาอย่างนั้นหรือ? เกรงว่าทำเช่นนั้นจะสร้างความตื่นตระหนกและผิดกฎหมายปฏิรูปที่เพิ่งประกาศใช้" "กำลังทหารมีไว้ปกป้องแผ่นดิน ไม่ใช่มีไว้เพื่อปล้นชิงพ่อค้าท้องถิ่น การใช้กำลังรังแต่จะทำให้เราตกเป็นเบี้ยล่าง" ซูเหวินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเล่ห์กลอันล้ำลึก "สิ่งที่พวกเราต้องทำในยามนี้ คือการใช้ 'กลยุทธ์รวมกลุ่มการค้า' เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส" นางหยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มหมึกสีดำสนิท ก่อนจะจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษขาวสะอาดแผ่นใหม่ ลายเส้นตวัดอย่างรวดเร็วและงดงามราวกับอักษรวิจิตรของบัณฑิตหลวง "ในเมื่อหมู่บ้านรอบข้างต่างประสบปัญหาขาดแคลนคล้ายคลึงกัน แต่ละแห่งต่างก็มีผลผลิตทางการเกษตรที่แตกต่างกันออกไป เช่น หมู่บ้านทางเหนือมีใบชาป่าแต่ขาดแคลนธัญพืช หมู่บ้านทางตะวันออกมีเกลือสินเธาว์แต่ขาดแคลนฟืน และหมู่บ้านของเรามีฝีมือในการทอผ้าแต่ขาดแคลนเสบียงกรัง" จางหยางโน้มตัวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว สายตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของนาง "เจ้ากำลังจะบอกว่า... ให้เราสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนสินค้าโดยไม่ผ่านเงินตรา?" "ถูกต้องเพคะ..." ซูเหวินชะงักไปชั่วครู่เมื่อเผลอใช้คำเรียกติดปากในอดีต ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ "ถูกต้องครับ... ในยุคที่เงินตราสูญเสียมูลค่าเพราะความขาดแคลน 'ระบบ barter' หรือการแลกเปลี่ยนสิ่งของต่อสิ่งของคือทางรอดเดียว เราจะตั้งกองกลางขึ้นมาเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า รวบรวมผลผลิตจากทุกหมู่บ้านมารวมไว้ที่นี่ แล้วจัดสรรปันส่วนใหม่อย่างเป็นธรรม พ่อค้าคนกลางที่เคยขูดรีดจะหมดอำนาจลงทันที เพราะพวกเรากลายเป็นผู้กุมกลไกตลาดทั้งหมดไว้ในมือ" คำพูดของนางราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาปลุกสติทุกผู้คนในห้อง ประกายตาดุดันของจางหยางแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางจนซูเหวินต้องเงยหน้าขึ้นสบตา กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงพลังและเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบกายตึงเครียดขึ้นอีกระดับ "เจ้าช่าง... อันตรายเสียจริง ซูเหวิน" จางหยางกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงแววเย้าหยอก "หากเจ้าไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับเรา เกรงว่าแผ่นดินนี้คงต้องปั่นป่วนเพราะมันสมองของเจ้าเป็นแน่" "ท่านอ๋องทรงล้อเล่นแล้ว คนฉลาดเช่นหม่อมฉัน... อ้อ ข้าพเจ้า ย่อมเลือกเดินตามผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเช่นท่านอยู่แล้ว" ซูเหวินตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบอย่างไร้ความเกรงกลัว เคมีที่ขับเน้นระหว่างความเด็ดขาดของแม่ทัพผู้เยือกเย็นกับความเฉียบคมของกุนซือสาวแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งห้อง ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่ความเข้าใจอันลึกซึ้ง ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันจากเบื้องล่าง ตามด้วยเสียงพังประตูรั้วไม้หน้าบ้านพักพังครืนลงมาอย่างไม่เป็นมิตร! จางหยางหันขวับไปมองที่ประตูทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ ในขณะที่ซูเหวินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... เกมกระดานนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่พวกเขาสองคนเสียแล้ว แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เผยให้เห็นเงาร่างของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่ก้าวเข้ามาล้อมตัวบ้านไว้ทั้งหมด และก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยปาก ประตูห้องก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—ป้ายคำสั่งทองคำแห่งสำนักตรวจสอบราชสำนัก ถูกชูขึ้นเด่นชัดท่ามกลางความมืดมิด! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยุทธภพเปลี่ยนผ่าน กับแผนบริหารรัฐในยุคกันดาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%