ยุทธภพเปลี่ยนผ่าน กับแผนบริหารรัฐในยุคกันดาร•ตอนที่ 6

กำเนิดธุรกิจลับ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
“ป้ายคำสั่งทองคำ... ช่างกล้าหาญยิ่งนักที่นำมันมาใช้ในยามวิกาลเช่นนี้” เสียงทุ้มต่ำดั่งก้อนศิลาบดเข้าหากันดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดที่ถูกฉีกกระชากด้วยแสงคบเพลิงโชติช่วง จางหยางก้าวออกมาจากมุมมืด ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เงินขยับเคลื่อนไหวอย่างดุดันและเยือกเย็น แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นกวาดมองผู้มาเยือนทั้งกลุ่มอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าในความนิ่งงันนั้น กลับซ่อนเร้นรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนเหล่าองครักษ์เสื้อแพรยังต้องหายใจติดขัด ซูเหวินมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหยกในมือลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกลับดังก้องกังวานในความเงียบงัน นางปรายหางตามองแผ่นป้ายสีทองอร่ามที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจงในมือของหัวหน้ากลุ่มมือปราบ ก่อนจะแย้มยิ้มบางเบาราวกับดอกเหมันต์ที่ผลิบานท่ามกลางหิมะโปรย “สำนักตรวจสอบราชสำนักยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดีหม้อต้มเกลือเถื่อนและโรงงานทอผ้าใต้ดินของอำเภอเล็กๆ แห่งนี้... ช่างเป็นเกียรติแก่บ้านสกุลซูยิ่งนัก” สุ้มเสียงของนางราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับคมกริบราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ “แต่เกรงว่าท่าน 'ผู้ตรวจการพิเศษ' คงจะมาเสียเที่ยว เพราะสิ่งที่เรากำลังหลอมรวมและผลิตขึ้น ณ ที่แห่งนี้ หาใช่กบฏหรือสิ่งผิดกฎหมายไม่... หากแต่เป็นรากฐานแห่งความมั่งคั่งที่ราชสำนักของพวกท่านโหยหามาตลอดทศวรรษต่างหาก” หัวหน้ามือปราบชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของมันแข็งค้าง ป้ายทองคำในมือสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงกดดันไร้รูปที่แผ่มาจากร่างของจางหยาง ชายผู้นี้... ต่อให้ไม่ได้สวมชุดเกราะเหล็กออกศึก แต่รัศมีแห่งแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบฆ่าคนมานับหมื่นก็ยังคงฝังรากลึกอยู่ในกระดูกดำ “บังอาจ!” มือปราบผู้ถือป้ายคำสั่งกัดฟันกรอด ตวัดสายตามองสตรีร่างระหงที่นั่งอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่พอใจ “คำสั่งหลวงระบุชัดเจนว่าผู้ใดฝ่าฝืนกักตุนสินค้าและตั้งกลุ่มเศรษฐกิจลับนอกเหนือการควบคุมของกรมการค้า มีโทษประหารสถานเดียว! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึง—” “ข้ากล้าเพราะข้ารู้ว่าพวกท่านกำลังหิวโหย” ซูเหวินลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายผ้าคลุมสีฟ้าครามปักลายเมฆมงคลสะท้อนแสงไฟวับแวม นางก้าวเดินเข้าไปหาผู้มาเยือนทีละก้าวอย่างมั่นคง ท่วงท่าการเดินสง่างามตามแบบฉบับกุลสตรีผู้สูงศักดิ์ ทว่าแววตากลับเฉียบคมราวกับกุนซือสนามรบ “ลองก้มลงมองดูรองเท้าผ้าฝ้ายที่พวกท่านสวมใส่สิครับ... มันเปื้อนโคลนจากค่ายทหารชายแดนเหนือมิใช่หรือ? เสื้อคลุมกันหนาวของพวกท่าน หนาพอที่จะต้านทานลมหนาวในเดือนอ้ายได้สักกี่วัน? กองทัพพยัคฆ์ทักษิณของท่านอ๋องกำลังขาดแคลนเสบียงและยุทโธปกรณ์ชั้นดี... และข้า... ซูเหวิน ผู้นี้ คือคนเดียวในแผ่นดินยุคเปลี่ยนผ่านนี้ที่จะจัดหาของเหล่านี้ให้พวกท่านได้ในราคาสนนทุนที่ถูกกว่าท้องตลาดครึ่งหนึ่ง!” คำพูดของนางดั่งสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเงียบกริบลงทันที มือปราบกลุ่มนั้นต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง พวกมันไม่คาดคิดว่าสตรีผู้นี้จะกล้าเจรจาต่อรองกับอำนาจรัฐด้วยการชูผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจขึ้นมาแลกเปลี่ยนอย่างอักโขเช่นนี้ จางหยางหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหนายกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา เขาจ้องมองแผ่นหลังบอบบางของซูเหวินด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง ระแวง และ... หลงใหลในความกล้าหาญอันไร้ขอบเขตของนาง สตรีผู้นี้มีมันสมองที่น่ากลัวยิ่งนัก นางมองทะลุปรุโปร่งถึงโครงสร้างอำนาจที่กำลังสั่นคลอน และรู้ว่าจุดอ่อนของขุนนางในยุคกันดารเช่นนี้คืออะไร—เงินตราและเสบียงกรัง! “เจ้าเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าสินค้าของพวกเจ้าจะมีคุณภาพสูงจนคนในเมืองต้องเหลียวมอง?” จางหยางก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างนาง กลิ่นอายบุรุษเพศที่ดุดันและกลิ่นอายอับชื้นจากการเดินทางไกลปะปนกันจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขาก้มลงกระซิบข้างหูซูเหวินด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันเพียงสองคน “หากข้าตรวจสอบแล้วพบว่าสินค้าของเจ้าเป็นเพียงสินค้าด้อยคุณภาพที่หลอกลวงชาวบ้าน หัวของพวกเจ้าทุกคนจะถูกเสียบประจานไว้ที่กำแพงเมืองก่อนรุ่งสาง... จำคำข้าไว้” ซูเหวินไม่สะทกสะท้าน นางเอียงคอเล็กน้อย ปล่อยให้ปลายเส้นผมสีดำสนิทเฉียดผ่านไหล่กว้างของชายหนุ่ม “ท่านอ๋อง... หม่อมฉันไม่เคยเล่นเกมที่ตัวเองถือไพ่เหนือกว่าฝ่ายเดียวหรอกครับเชิญทอดพระเนตรทางนี้สิเพคะ” นางสะบัดมือเบาๆ สาวใช้คนสนิทก็ยกถาดไม้ลงมาวางไว้กลางห้อง บนถาดนั้นมีผืนผ้าทอเนื้อละเอียดที่ย้อมด้วยสมุนไพรหายาก สีสันสดใสแต่ไม่ฉูดฉาดจนเกินงาม ลวดลายปักนูนต่ำที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับราวกับเกล็ดปลาหลงจู๊ และที่สำคัญที่สุดคือ 'กระดาษสาเนื้อแน่น' ที่ผลิตด้วยกรรมวิธีลับเฉพาะ เหนียว นุ่ม และกันน้ำได้ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นสินค้าอุตสาหกรรมในฝันที่พ่อค้าคนกลางในเมืองหลวงต่างแย่งชิงกันจนหัวแตก เหล่ามือปราบและผู้ตรวจการต่างอ้าปากค้าง เมื่อได้สัมผัสเนื้อผ้าและกระดาษเหล่านั้นด้วยมือตนเอง พวกเขาคือนักรบและขุนนางย่อมรู้ดีว่าสินค้าเช่นนี้มีมูลค่ามหาศาลเพียงใดในตลาดมืด หากนำไปส่งให้กองทัพใช้เป็นเครื่องแบบและตำราพิชัยสงคราม มันจะช่วยลดต้นทุนของรัฐได้มหาศาล และสร้างความได้เปรียบในสงครามการค้าที่กำลังจะปะทุขึ้นในเร็ววันนี้ “นี่คือ... ผลผลิตจากหน่วยผลิตชุมชนที่เราเพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อสามวันก่อน” ซูเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลัง “เราไม่ได้กักตุน เราไม่ได้สร้างความปั่นป่วน... เรากำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแผ่นดินที่กำลังแห้งแล้งให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งต่างหาก” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่หัวหน้ามือปราบจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มันหันไปประสานสายตากับจางหยาง ซึ่งท่านอ๋องหนุ่มกำลังยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง “ดี...” จางหยางเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาทรงอำนาจและเด็ดขาด “ในเมื่อเจ้ากล้าประกาศตัวเป็นผู้ผลิตสินค้าคุณภาพสูงเพื่อค้ำจุนแผ่นดิน ข้าก็จะให้โอกาสเจ้า... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หน่วยผลิตชุมชนแห่งนี้จะอยู่ภายใต้การคุ้มครองลับของกองทัพพยัคฆ์ทักษิณ ไม่มีขุนนางหน้าไหนกล้าแตะต้องพวกเจ้า... แต่ทว่า!” ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาดุร้ายคู่นั้นกวาดมองซูเหวินอย่างมีความหมาย ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของนางเมื่อเขาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดริมฝีปาก “ผลกำไรครึ่งหนึ่ง... ต้องตกเป็นของคลังทหาร และตัวเจ้า... ต้องมาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้ข้าแต่เพียงผู้เดียว ห้ามปฏิเสธ!” ซูเหวินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ นางยังไม่ทันได้อ้าปากปฏิเสธเงื่อนไขอันเอาแต่ใจนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องขององครักษ์หน้าบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา “ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังลับจากสำนักตรวจสอบกลางนำโดยขันทีเฒ่า ‘หลี่กงงง’ บุกมาถึงหน้าหมู่บ้านแล้ว พร้อมกับ... ราชโองการลับจากเมืองหลวงที่ระบุให้จับกุมตัวท่านในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับพ่อค้าเถื่อน!” สีหน้าของทุกคนในห้องเปลี่ยนสีทันที บรรยากาศตึงเครียดขึ้นถึงขีดสุดในพริบตาเดียว จางหยางแค่น ์ หัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รังสีอำมหิตแผ่พุ่งทะลักออกมาจากร่างราวกับพายุคลั่ง ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความเหี้ยมเกรียม “ช่างเลือกเวลามาได้ดีเสียจริง...” จางหยางพึมพำ ก่อนจะหันมาคว้าข้อมือเรียวของซูเหวินไว้แน่นด้วยพละกำลังที่ไม่อาจขัดขืน “ดูท่าว่า... เกมการเมืองครั้งนี้ จะสนุกกว่าที่พวกเราคาดไว้เสียแล้วล่ะคุณกุนซือ” นิยายตอนที่ 6 จบลงตรงนี้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยุทธภพเปลี่ยนผ่าน กับแผนบริหารรัฐในยุคกันดาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%