ม่านพลังงานสีดำสนิทที่แผ่ซ่านกลิ่นอายความตายแผดเสียงหวีดหิวราวกับภูตผีในขุมนรก มันบิดตัวระลอกแล้วระลอกเล่าจนเกิดรอยปริแตกสีแดงฉาน กลิ่นอายกดดันระดับที่ทำให้กระดูกในร่างสั่นระริกแผ่กระจายไปทั่วห้องใต้ดินอันอับชื้น ลูคัสก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดเรียกหน้าต่างโปร่งใสของระบบขึ้นมากลางอากาศด้วยความเร็วสูงสุด ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิดเมื่อเห็นตัวเลขสีแดงกระพริบเตือนรัวเร็ว
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบร่องรอยพลังงานมิติระดับ A จากภายนอก เป้าหมายกำลังเจาะเกราะป้องกันห้องใต้ดิน คาดว่าใช้เวลาอีกสามนาทีสิบวินาทีระบบป้องกันจะล่มสลาย]*
เสียงสังเคราะห์ของระบบดังขึ้นในหัวอย่างกระชั้นชิด บ่งบอกถึงวิกฤตการณ์ที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ ลูคัสสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ สมองอัจฉริยะประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในโลกเก่าเขาเคยถูกหักหลังและต้อนจนมุมมาแล้วครั้งหนึ่ง บทเรียนราคาแพงในอดีตสอนให้รู้ว่า ความตื่นตระหนกคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด ยิ่งสถานการณ์คับขันเท่าไหร่ สติปัญญาต้องยิ่งคมกริบเท่านั้น
"พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว" ลูคัสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด ดวงตาคู่สวยมองสลับระหว่างหน้าต่างระบบกับแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า
คริสเตียนไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งสภาวะแวดล้อมสถาบันกำลังปลดกระดุมข้อมือเสื้อช้าๆ เผยให้เห็นรอยสักรูปตราประทับโบราณที่เปล่งแสงสีเงินยวงจางๆ บนผิวเนื้อ ความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก แต่ในยามนี้มันกลับหลอมรวมเข้ากับจิตสังหารอันเข้มข้นจนกลายเป็นบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด
"อยู่ข้างหลังฉัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งสั้นๆ ทว่าเด็ดขาดและทรงอำนาจ ราวกับประกาศิตที่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดฝ่าฝืน
คริสเตียนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงโปร่งในชุดยูนิฟอร์มเนี้ยบกริบแผ่รังสีความกดดันมหาศาล มือหนาคว้าจับด้ามไม้เท้าสีดำสนิทที่พิงไว้ข้างผนัง ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส พื้นห้องใต้ดินก็สั่นสะเทือนเบาๆ อาคมโบราณสีทองอร่ามพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้น วาดลวดลายเป็นวงแหวนเวทซ้อนทับกันถึงสามชั้นเพื่อต้านทานแรงกดดันจากม่านพลังงานสีดำด้านนอก
ลูคัสเม้มปากแน่น แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเก่งกาจเพียงใด แต่การต้องยืนมองคนข้างกายแบกรับอันตรายไว้ลำพังก็ไม่ใช่สิ่งที่อดีตนักปรุงยาอย่างเขาจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อน สองมือเรียวรีบผสมตัวยาเฉพาะกิจลงในขวดแก้วคริスタルจิ๋ว ปฏิกิริยาเคมีภายในขวดเรืองแสงสีฟ้าเรื่อพร้อมกับไอเย็นที่พวยพุ่งออกมา ลูคัสซัดขวดนั้นเข้ากับมุมอับของห้องทันที เกิดเป็นม่านควันโปร่งแสงที่ช่วยปกปิดร่องรอยออร่าพลังงานของพวกเขาจนหมดสิ้น
"ระบบ... ขอเส้นทางหนีที่ปลอดภัยที่สุดในรัศมีสามกิโลเมตร โดยหลีกเลี่ยงจุดตรวจของสภาและพวกมัน" ลูคัสพึมพำกับตัวเองขณะที่นิ้วเรียวรัวพิมพ์คำสั่งลงบนหน้าจอโฮโลแกรมอย่างบ้าคลั่ง
*[ติ๊ง! คำนวณเส้นทางเสร็จสิ้น: แนะนำให้ใช้ 'อุโมงค์ระบายน้ำโบราณใต้หอสมุดกลาง' จุดเด่นคือมีกระแสน้ำวนพลังงานมานาช่วยกลิ่นอาย แต่มีข้อควรระวังคืออุณหภูมิติดลบและมีสัตว์เวทกลายพันธุ์ระดับ B อาศัยอยู่]*
"ไม่มีเวลาให้เลือกมากนักแล้ว" ลูคัสเงยหน้าขึ้นสบตากับคริสเตียนที่หันกลับมามองพอดี ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววเป็นห่วงชั่ววูบก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นตามเดิม
"ตามฉันมา" คริสเตียนเอ่ยจบก็ใช้มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือบางของลูคัสไว้แน่น สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของประธานหนุ่มส่งผ่านเข้ามาในความหนาวเหน็บ ทำให้หัวใจที่เต้นระส่ำของลูคัสสงบลงอย่างประหลาด ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น!
*ตูมมม!*
ม่านพลังงานสีดำแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เปลวเพลิงสีม่วงพุ่งทะยานเข้าใส่จุดที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่จนกลายเป็นหลุมลึก คริสเตียนไม่รอช้า เขาตวัดไม้เท้าในมือสร้างโล่พลังงานปัดป้องแรงกระแทกออกไปพร้อมกับดึงร่างของลูคัสเข้ามาชิดอกแกร่งเพื่อปกป้องจากเศษซากหินที่ร่วงหล่น กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนของอีกฝ่ายลอยเข้าจมูกท่ามกลางควันโขมง
"ไปทางนี้!" ลูคัสไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาใช้ศอกกระแทกกลไก秘密ที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือเก่าแก่ เผยให้เห็นทางลงสู่บันไดวนมืดมิดที่ทอดยาวลงไปเบื้องล่าง
ทั้งสองพุ่งตัวลงสู่ความมืดโดยมีเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงคำรามต่ำๆ ไล่หลังมาติดๆ ความหนาวเย็นยะเยือกของอุโมงค์ใต้ดินปะทะเข้ากับผิวหน้าทันทีที่ก้าวเข้ามา ลูคัสหอบหายใจเบาๆ พลางหยิบศิลาเรืองแสงขึ้นมาถือไว้เพื่อนำทาง แสงสีนวลส่องให้เห็นผนังหินชื้นแฉะและหยดน้ำที่เกาะพราว
"ไหวไหม?" เสียงกระซิบพร่าดังขึ้นใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนรดอยู่ข้างขมับทำให้ลูคัสต้องรีบเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ ท่ามกลางความมืดและอันตราย บรรยากาศระหว่างพวกเขากลับมีความอบอุ่นแปลกประหลาดแทรกซึมเข้ามา
"ฉันไม่ใช่คุณหนูในหอคอยนะ คริสเตียน" ลูคัสตอบเสียงกระซับ แม้ริมฝีปากจะแย้ง แต่มือที่ถูกกุมไว้แน่นกลับไม่ได้สะบัดออกแต่อย่างใด
พวกเขาวิ่งลัดเลาะไปตามอุโมงค์แคบๆ ที่มีเสียงกระแสน้ำไหลเชี่ยวอยู่เบื้องล่าง ตามข้อมูลของระบบ อุโมงค์นี้เชื่อมต่อกับเขตป่าต้องห้ามด้านนอก ซึ่งเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดในการหลบหนีการติดตาม ทว่ายิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ อากาศก็ยิ่งเบาบางลง และกลิ่นอายประหลาดบางอย่างก็เริ่มลอยวนอยู่ในบรรยากาศ กลิ่นอายที่ทำให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของลูคัสกรีดร้องเตือนภัย
*ก Rrr...*
เสียงคำรามต่ำทุ้งที่สะท้อนไปมาตามผนังหินทำเอาฝีเท้าของทั้งคู่ชะงักกึก คริสเตียนก้าวขึ้นมาบังหน้าลูคัสไว้ทันที ดวงตาคมกวาดมองไปในความมืดเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง ไม้เท้าในมือเริ่มเปล่งแสงสีเงินสว่างวาบขึ้นอีกครั้งเพื่อขับไล่ความมืด
เบื้องหน้าพวกเขา... ณ ปลายสุดของอุโมงค์ที่ควรจะว่างเปล่า กลับปรากฏเงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตบางชนิด ดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่จ้องมองตรงมายังพวกเขาจากความมืดมิด พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก
"ฮึๆๆ... ในที่สุดก็ตกลงมาในหลุมพรางด้วยตัวเองสินะ เจ้าหนูนักปรุงยา..."
เสียงปริศนาดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันระดับมหาศาลที่กดทับลงบนบ่าจนแทบทรุด ลูคัสเบิกตากว้างเมื่อหน้าต่างระบบสีแดงฉานเด้งขึ้นมาตรงหน้าอีกครั้งพร้อมกับข้อความที่ทำให้ลมหายใจสะดุดกุน
*[คำเตือนระดับวิกฤตสูงสุด! ตรวจพบ 'ผู้บัญชาการเงา' แห่งองค์การลับ บอสลับระดับ SSS ปรากฏตัว และ... มันกำลังรอคอยพวกคุณอยู่ก่อนแล้ว!]*
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครทุกตัวในโลกแฟนตาซีนี้ด้วยกันนะคะ
ท่านประธานครับ อย่าลวนลามระบบของผม!•ตอนที่ 14
ภารกิจลับข้ามคืนกับแสงจันทร์สีเลือด
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ อย่าลวนลามระบบของผม! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!