เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 5

ร่องรอยในฐานข้อมูล

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
"หมอบลง!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของอคินดังขึ้นพร้อมๆ กับที่ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ากระชากเอวบางของรินทร์ให้ล้มกลิ้งหลบไปด้านข้าง เสียงกระจกใสหน้าต่างห้องนั่งเล่นแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงปะทะของกระสุนเจาะเกราะทะลุผ่านผนังปูนฉาบจนเศษปูนฝุ่นตลบอบอวล กลิ่นดินปืนฉุนกึกคละคลุ้งไปทั่วห้องเซฟเฮาส์ที่มืดมิด แสงสีแดงจากลำกล้องปืนไรเฟิลนับสิบจุดกวาดไปมาบนผนังราวกับฝูงอสรพิษที่กำลังจ้องจะขย้ำเหยื่อ รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นตัวไม่ใช่ความกลัว มือเรียวบางที่ถือแท็บเล็ตอยู่เมื่อครู่ไถลหลุดมือตกลงบนพื้นพรม แต่สติสัมปชัญญะของเขาไม่ได้อยู่ที่กระสุนที่กำลังเจาะเข้ามาตามผนัง มันกลับไปค้างคาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาที่เขายังเปิดคาไว้ก่อนหน้าต่างจะแตก--หน้าจอที่กำลังประมวลผลข้อมูลลับสุดยอดเกี่ยวกับประวัติของอคิน "คุณอคิน ข้างนอกมันมากันไม่ต่ำกว่าสิบคน ทางหนีทีไล่ถูกปิดตายหมดแล้ว!" รินทร์ตะโกนแข่งกับเสียงปืนที่ยังคงกราดยิงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์แม้ในสถานการณ์วิกฤต "แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าเราต้องตายที่นี่จริงๆ ผมเสียดายเรื่องเดียว..." "เรื่องอะไร ในสถานการณ์แบบนี้เนี่ยนะ!" อคินกดร่างของรินทร์ให้แนบชิดกับพื้นเพื่อกำบังจากวิถีโค้งของกระสุน ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงด้วยความเครียด สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น แต่แววตากลับฉายความห่วงใยที่พยายามกลบเกลื่อนไว้อย่างมิดชิด "ก็เสียดายที่ความลับในฮาร์ดดิ스크ของคุณมันดันน่าสนใจกว่ากระสุนพวกนั้นน่ะสิครับ" รินทร์กระซิบข้างหูอีกฝ่าย น้ำเสียงกวนประสาทแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง ขณะที่มือข้างหนึ่งแอบไขว่คว้าไปคว้าแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กที่เสียบคาไว้กับโน้ตบุ๊กขึ้นมา อคินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหันขวับมามองคนใต้ร่างที่ไม่มีความหวาดกลัวอยู่เลยแม้แต่น้อย "นายพูดเรื่องอะไร รินทร์?" "เรื่องที่ว่า... มือปราบมือหนึ่งของหน่วยพิเศษอย่างคุณ อคิน กรินทร์ธร ทำไมถึงมีประวัติถูกลบออกจากฐานข้อมูลกลางของกรมตำรวจเมื่อสามปีก่อน แถมชื่อของคุณยังไปโผล่อยู่ในบัญชีรายชื่อเป้าหมายระดับ S ขององค์กรใต้ดินที่ผมเพิ่งเจาะเข้าไปเจอเมื่อกี้ล่ะครับ?" บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ แม้เสียงปืนด้านนอกจะยังคงคำรามกึกก้อง แต่ความเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสองกลับหนักอึ้งยิ่งกว่า อคินไม่ตอบ เขากัดฟันกรอด ดวงตาที่มักจะนิ่งสงบกลับไหววูบชั่วพริบตา มือหนาที่กอดประคองร่างของรินทร์ไว้กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความลับที่เขาพยายามปกปิดด้วยชีวิต ความพยายามในการทำตัวเป็นเงาเพื่อไม่ให้ใครต้องเดือดร้อน กลับถูกแฮกเกอร์ปากกล้าคนนี้ขุดขึ้นมาในคืนที่กระสุนกำลังพุ่งเข้าใส่ "นายเก่งมากที่หาเจอ..." อคินโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกับกลิ่นอายอันตรายของดินปืน "แต่รู้ไหมว่า คนที่รู้ความลับนี้... มักจะอายุสั้น" รินทร์ไม่สะทกสะท้าน แถมยังยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย ดวงตาพราวระยับมองสบตาคนด้านบนอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าจะอายุสั้นเพราะความอยากรู้อยากเห็น ผมก็ยินดีนะครับ... แต่บอกไว้ก่อนว่า ผมตายยากกว่าที่คุณคิดเยอะ" ปัง! เสียงระเบิดดังสนั่นที่ประตูทางเข้าชั้นล่างดึงสติทั้งคู่กลับมาสู่ความเป็นจริง แรงสะเทือนทำให้ฝุ่นจากเพดานร่วงลงมาปรอยๆ กองกำลังปริศนาเริ่มบุกเข้ามาถึงด้านในแล้ว อคินสบถออกมาเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด เขาคว้าแขนเรียวของรินทร์ให้ลุกขึ้นยืนตามแรงฉุด พร้อมกับดึงปืนพกประจำกายออกมาขึ้นลำด้วยมือข้างเดียว สายตาคมกริบมองสำรวจทางหนีไฟด้านหลังห้องที่ถูกซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือ "ตามผมมา อย่าปล่อยมือเด็ดขาด" อคินสั่งเสียงเข้ม น้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ รินทร์ยอมวิ่งตามไปแต่โดยดี แม้ในใจจะยังคาใจกับข้อมูลที่เพิ่งเห็นบนหน้าจอ ประวัติการปฏิบัติภารกิจที่ถูกปกปิด รหัสผ่านที่เชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมหมู่เมื่อห้าปีก่อน และชื่อของ "ผู้กองศิลา" ที่ปรากฏในฐานะผู้สั่งการลับ... ทุกอย่างมันยุ่งเหยิงและอันตรายเกินกว่าที่เขาคิดไว้มาก ทั้งคู่พุ่งตัวเข้าไปในทางเดินแคบๆ ที่มืดทึบ อคินผลักประตูลับเปิดออกสู่ตรอกซอยด้านหลังเซฟเฮาส์ ลมยามวิกาลปะทะเข้าที่ใบหน้า ทว่า... ก้าวแรกที่ก้าวพ้นประตูออกไป ร่างของอคินก็ชะงักกึกทันที แสงไฟจากสปอตไลท์สว่างจ้าสาดส่องลงมาตรงหน้า จนทั้งสองต้องยกมือขึ้นบังตา เงาร่างของบุคคลในชุดเครื่องแบบเต็มยศยืนรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับปลายกระบอกปืนนับสิบคู่ที่เล็งตรงมาที่พวกเขา และผู้ที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก... ผู้กองศิลา "ยินดีต้อนรับกลับสู่ความจริงนะ, อคิน..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องมองคนทั้งสองสลับกัน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่มือของรินทร์ที่กำลังกำแฟลชไดรฟ์ข้อมูลลับไว้แน่น "และดูเหมือนว่า หนูตัวนี้จะซุกซนเกินไปหน่อยแล้วสินะ ถึงได้เก็บบางอย่างที่ไม่ควรเห็นเอาไว้" อคินก้าวขาขึ้นมาบังรินทร์ไว้ 
ครึ่งก้าว ร่างสูงแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างชัดเจน มือหนากระชับปืนในมือแน่นขึ้น พร้อมเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อหากอีกฝ่ายขยับตัว "ถอยไป, ศิลา..." อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงที่สุดเท่าที่รินทร์เคยเห็นมา "ถ้าไม่อยากตายตรงนี้" ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมกวาดมองทั้งคู่ด้วยความเย้ยหยัน "นายคิดว่านายจะปกป้องเขาได้จริงๆ หรือ, อคิน? หรือจริงๆ แล้ว... นายต่างหากที่เป็นคนพาเขามาสูinevitable doom (จุดจบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้) ตั้งแต่แรกกันแน่?" รินทร์ที่หลบอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของอคิน หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ความสงสัยทั้งหมดประเดประดังเข้ามาในหัว มือเรียวที่กำแฟลชไดรฟ์สั่นระริกเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับที่เขาเพิ่งขุดคุ้ยขึ้นมา อาจไม่ใช่แค่เรื่องราวของอคินคนเดียว แต่มันคือชนวนระเบิดที่จะทำลายพวกเขาทั้งคู่ให้แหลقสลายไปพร้อมกัน ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไป1กับความลับอันดำมืดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%