เสียงก้องกังวานของโลหะที่กระทบกันอย่างรุนแรงเมื่อครู่ยังคงสั่นสะเทือนอยู่ในโสตประสาท ความเงียบงันหลังเสียงปืนนัดแรกสงบลง ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในซอกตึกแคบ ๆ แถวเขตย่านอุตสาหกรรมเก่าแก่แห่งนี้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นดินปืนผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนคละคลุ้งอยู่ในอากาศ รินทร์ย่อตัวลงต่ำโดยสัญชาตญาณ มือเรียวที่กำแฟลชไดรฟ์ตัวปัญหาไว้แน่นสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสมองกำลังประมวลผลถึงความหายนะที่ซ่อนอยู่ข้างในนั้น—ความลับที่โยงใยไปถึงองค์กรเบื้องบน และกำลังไล่ล่าพวกเขาให้ตายตกไปตามกัน
"อย่าแม้แต่จะคิดโผล่หัวออกไปเด็ดขาด"
เสียงทุ้มต่ำเอ็ดกระซิบอยู่เหนือศีรษะ อคินขยับตัวเข้ามาประชิดแผ่นหลังของเขาอย่างรวดเร็ว ร่างหนาในชุดปฏิบัติการภาคสนามเต็มยศใช้แผ่นหลังกว้างของตัวเองเป็นโล่กำบังให้รินทร์อย่างมิดชิด ปลายกระบอกปืนพกสั้นติดเก็บเสียงในมือแกร่งยกขึ้นเล็งไปยังทิศทางที่กระป๋องสีตกกระทบเมื่อครู่ สายตาคมกริบกวาดมองสั่นไหวของเงาไม้และซากคอนกรีตด้วยความระแวดระวังขั้นสุด
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่มาจากแผ่นหลังกว้างของคนตัวโตกว่าทำให้หัวใจที่เต้นรัวด้วยความตกใจเมื่อครู่ เปลี่ยนจังหวะเป็นความวูบไหวแปลกประหลาด เขาอยากจะเถียงตามนิสัยปากเก่งของตัวเองใจจะขาด แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวอคิน คำพูดทุกคำก็กลืนกลับลงคอไปหมด
"คุณอคิน..." รินทร์กระซิบเสียงแผ่ว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของอีกฝ่าย "มุมสิบเอ็ดนาฬิกา... หลังกองลังไม้เหล็กขึ้นสนิมนั่น มีเงาเคลื่อนไหว สองคน... ไม่สิ สามคน มากกว่าที่คิด"
อคินไม่ตอบคำถามด้วยวาจา แต่กล้ามเนื้อสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นบ่งบอกว่าเจ้าตัวรับรู้และกำลังคำนวณสถานการณ์อย่างรวดเร็ว นิ้วแกร่งขยับปลดเซฟปืนอย่างเงียบเชียบที่สุด
"เก่งนักไม่ใช่เหรอเรื่องแกะรอยข้อมูล ทำไมตอนนี้ถึงทำหน้าเหมือนลูกแมวตกน้ำล่ะครับ คุณนักแฮกเกอร์ตัวแสบ" อคินกระซิบสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่เล็กน้อย แม้ในสถานการณ์เป็นตายร้ายดี ปากหนา ๆ ของคุณมือปราบคนนี้ก็ยังไม่วายหาเรื่องกวนประสาทเขาได้
รินทร์แอบค้อนขวับใส่แผ่นหลังอีกฝ่าย ถึงจะมองไม่เห็นหน้าแต่ก็เดาได้ไม่ยากว่ารอยยิ้มมุมปากกวน ๆ คงกำลังประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้น "เก็บคำพูดพวกนั้นไว้ไปบอกยมบาลเถอะครับ ถ้าวันนี้เราไม่รอดออกไป คุณจะได้รู้ว่าแมวตัวนี้ข่วนเจ็บแค่ไหน"
*ปัง!*
เสียงกระสุนเจาะทะลุกำแพงปูนด้านข้างเฉียดหัวไหล่ของอคินไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษปูนแตกกระจายร่วงกราวลงบนเส้นผมของทั้งคู่ ปฏิกิริยาตอบสนองของอคินรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ ร่างหนาดึงรินทร์ให้ล้มกลิ้งหลบหลังแนวเสาคอนกรีตหนาด้วยกันอย่างทุลักทุเล แรงกระแทกทำให้ร่างผอมบางล้มทับลงไปอยู่ใต้ร่างแกร่งของมือปราบหนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายสายบู๊ผสมกับหยาดเหงื่อจาง ๆ ลอยเข้าจมูกรินทร์ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าใบหน้าของพวกเขาอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดกันทำให้โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ อคินค้ำยันแขนทั้งสองข้างคร่อมร่างของเขาไว้ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกลงมาในดวงตาของนักแกะรอยหนุ่ม ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีเคร่งขรึมมาตลอดระเบิดออกมาในแววตานั้นอย่างปิดไม่มิด
"รอดให้ได้ก่อนเถอะครับ... แล้วค่อยมาอวดเก่งใส่ผม" อคินกระซิบเสียงพร่า น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีแววหยอกเย้าเหมือนเมื่อครู่ แต่มันเต็มไปด้วยความจริงจังที่หนักแน่นจนรินทร์รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า
"ผม... ผมไม่ได้อวดเก่งสักหน่อย" รินทร์หลบสายตาไปชั่วขณะ หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "ปล่อยได้แล้วน่า พวกมันกำลังจะเดินเข้ามาแล้วนะ!"
อคินแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะพลิตัวลุกขึ้นยืนบังให้รินทร์อย่างรวดเร็วพร้อมกับลั่นไกสวนกลับไปยังทิศทางที่เสียงฝีเท้ากำลังใกล้เข้ามา เสียงเก็บเสียงดัง *ฟึบ ๆ* สองครั้งติด ๆ กัน ตามมาด้วยเสียงร่างหนัก ๆ ทรุดฮวบลงกับพื้นปูน
"เคลียร์หนึ่ง" อคินส่งสัญญาณเสียงต่ำ "รินทร์ ลุกขึ้น! เราต้องไปจากตรงนี้ ผู้กองศิลากำลังส่งหน่วยเสริมเข้ามา แต่อีกฝ่ายน่าจะรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคิด... แฟลชไดรฟ์นั่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อคุณแน่นะ?"
รินทร์พยักหน้ารับ มือเรียวกระชับกระเป๋าเป้สะพายหลังแน่น "ปลอดภัยดีครับ แต่ประเด็นคือ... ทางออกด้านหน้าถูกปิดตายแล้ว เราต้องไปทางโกดังสินค้าเก่าด้านหลัง"
ทั้งคู่พากันวิ่งลัดเลาะไปตามซอกมุมของอาคารร้างอย่างรวดเร็ว ฝีเท้าที่เงียบกริบและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้พวกเขาหลบกระสุนนัดอื่น ๆ ที่ถูกสาดตามหลังมาได้อย่างเฉียดฉิว อคินทำหน้าที่เป็นทั้งแนวหน้าและโล่คุ้มกันได้อย่างไร้ที่ติ แม้จะมีบาดแผลถลอกตามแขนจากการกระแทกเมื่อครู่ แต่เจ้าตัวก็ยังคงมุ่งมั่นและโฟกัสอยู่ที่ความปลอดภัยของคนข้างหลัง
จนกระทั่งพวกเขามาถึงประตูเหล็กบานใหญ่ท้ายโกดัง รินทร์รีบพุ่งตัวไปที่แผงควบคุมระบบไฟฟ้าสำรอง มือเรียวรัวนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดพกพาอย่างคล่องแคล่วเพื่อแฮกประตูเปิดออก
"อีกนิดเดียว... ระบบมันล็อกสองชั้น..." รินทร์กัดริมฝีปาก เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าสวย
อคินยืนคุมเชิงหันหลังชนกับเขา สายตาสอดส่องความผิดปกติรอบด้าน ทันใดนั้นเอง มือหนาก็เอื้อมไปคว้าข้อมือของรินทร์ไว้แน่น ดึงร่างบางให้หลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุประตูเหล็กเข้ามาอย่างกะทันหัน
*เปรี้ยง!*
ลูกกระสุนปืนไรเฟิลซุ่มยิงเจาะทะลุกำแพงเหล็กหนาเข้ามาเฉียดหน้าอกอคินไปเพียงนิดเดียว เลือดสีแดงสดซึมผ่านเสื้อผ้าเนื้อหนาออกมาให้เห็น แต่มือปราบหนุ่มกลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดแม้แต่น้อย เขากัดฟันกรอด หันมามองรินทร์ที่ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"รินทร์! เร็วเข้า!" อคินตะโกนเร่ง เสียงทุ้มต่ำเจือความร้อนรนเป็นครั้งแรก
รินทร์สูดหายใจเข้าลึก ๆ สะบัดความตกใจทิ้งไป มือเรียวกดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายด้วยความเร็วแสง
*ปี๊ด—!*
เสียงสัญญาณไฟสีแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว ประตูเหล็กบานใหญ่เลื่อนเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นทางหนีทีไล่ แต่อคินยังไม่ทันได้ดึงรินทร์วิ่งออกไป ร่างของใครบางคนก็ก้าวออกมาจากเงาดำมืดด้านในโกดัง พร้อมกับกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังศีรษะของพวกเขาอย่างแม่นยำ
"คิดจะหนีไปไหนเหรอครับ คุณอคิน... และเจ้าหนูจำไมผู้แสนรู้"
เสียงเยือกเย็นและคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเหยียดหยามที่ปรากฏบนใบหน้าคมคายของผู้กองศิลา ที่ยืนดักรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้วในความมืดมิด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับภารกิจระทึกขวัญครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 6
กระสุนนัดแรก
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!