เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 7

ในจังหวะที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
ความมืดมิดในซอกตึกแคบๆ ระหว่างตึกแถวร้างกับกำแพงปูนเปลือย ห่างจากจุดปะทะไม่ถึงร้อยเมตร กลายเป็นพื้นที่จำยอมที่บีบให้ร่างของคนสองคนต้องแนบชิดกันอย่างไร้ทางเลี่ยง กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้กองศิลายังลอยวนอยู่แถวปากทางเข้าตรอก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่เดินตรวจตราผ่านไปเมื่อครู่ยังคงสร้างแรงสั่นสะเทือนจางๆ ผ่านพื้นคอนกรีต แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้อคินต้องกลั้นหายใจ... สิ่งที่กำลังทำลายสมาธิของมือปราบผู้เคร่งขรึมและไร้พ่ายคนนี้ คือรื่นรมย์จากความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นต่างหาก "ถ้าผู้กองศิลาเดินกลับมาเจอสภาพนี้... คุณคิดว่าเขาจะเอาข้อหาอะไรมาแจกเราก่อนดีครับ ระหว่าง 'ฝ่าฝืนคำสั่งเบื้องบน' กับ 'แอบกอดกันในมุมมืด'?" เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ เป่ารดต้นคอของอคินจนขนลุกชัน รินทร์ไม่ได้มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียวสวยที่มักจะมีรอยยิ้มกวนประสาทประดับอยู่เสมอในยามปกติ ตอนนี้อยู่ห่างจากปลายคางของเขาไม่ถึงคืบ ในความมืดสลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายซุกซน ราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้เห็นคนนิ่งขรึมอย่างอคินเสียอาการ อคินขบกรามแน่น แผ่นหลังของเขาแนบสนิทไปกับกำแพงอิฐเย็นเฉียบ ขณะที่สองแขนกึ่งบังคับกึ่งโอบประคองเอวบางของอีกฝ่ายเอาไว้ เพื่อไม่ให้รินทร์ขยับตัวส่งเสียงดังจนตกเป็นเป้าสายตา แต่วิธีการนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเขาเสียเอง สัมผัสจากเอวคอดกิ่ว น้ำหนักตัวที่เบาหวิว และไอร้อนจากร่างกายของแฮกเกอร์ตัวแสบที่แนบชิดติดแผงอก กำลังทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจอคินรวนเรอย่างหนัก "เงียบปากแล้วอยู่นิ่งๆ สักนาที จะตายไหมรินทร์" อคินดุเสียงต่ำ พยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบและดุดันที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อปกปิดความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง "ผมก็นิ่งอยู่นี่ไงครับ... หรือว่าที่คุณหมอ... อ้อ ไม่ใช่สิ มือปราบอคินบอกให้ผมอยู่นิ่งๆ เนี่ย เป็นเพราะกลัวผมเสียงดัง หรือกลัวว่าหัวใจตัวเองจะเต้นดังจนผมได้ยินกันแน่?" รินทร์ย้อนถามหน้าตาเฉย ดวงตาคู่คมพราวระยับไหวระริก รอยยิ้มมุมปากของเจ้าตัวฟ้องชัดเจนว่ากำลังสนุกที่ได้ปั่นหัวคนตรงหน้า อคินอยากจะเถียง อยากจะใช้วาทศิลป์เฉียบคมตอกกลับไปให้สมกับที่เป็นมือปราบมือหนึ่งของหน่วยพิเศษ แต่พอมองสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นในระยะประชิด คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายไปในลำคอ ปฏิเสธไม่ได้เลย... ตลอดเวลาที่ผ่านมา รินทร์เข้ามาในชีวิตเขาพร้อมกับความวุ่นวาย เอกสารลับที่ถูกเจาะระบบ คำสั่งป่วนๆ และรอยยิ้มกวนบาทาที่ชวนให้หงุดหงิดทุกครั้งที่พบหน้า แต่อีกมุมหนึ่ง ในยามที่กระสุนเฉียดผ่าน ในยามที่พวกเขาต้องพึ่งพาอาศัยกันในเซฟเฮาส์คับแคบ รินทร์คนนี้กลับเป็นคนเดียวที่กล้าเอาตัวเข้าแลกเพื่อดึงเขาออกจากรัศมีอันตราย โดยไม่เคยปริปากบ่นสักคำ และตอนนี้ ในสถานการณ์ที่บีบคั้น ความกวนประสาทที่เคยน่าหมั่นไส้ กลับกลายเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดในสมองของเขาลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ อคินผ่อนลมหายใจยาว หลบสายตาแพรวิบวับนั้นด้วยการมองข้ามไหล่บางออกไปทางปากตรอก เมื่อแน่ใจว่าเสียงฝีเท้าของศิลาเคลื่อนตัวห่างออกไปจนลับสมประศาสน์แล้ว เขาก็คลายวงแขนที่กักตัวอีกฝ่ายไว้ออกช้าๆ แต่รินทร์กลับไม่ยอมถอย แฮกเกอร์หนุ่มยังคงยืนอยู่ที่เดิม มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ของอคิน ราวกับจะจัดระเบียบให้ แต่นิ้วเรียวกลับจงใจไล้ผ่านแผงอกแกร่งเบาๆ อย่างยั่วยวน "โล่งอกไปที... นึกว่าจะต้องติดอยู่ในอ้อมกอดคุณไปจนถึงเช้าเสียอีก" รินทร์เอ่ยกลั้วหัวเราะ ดวงตาเป็นประกายวิบวับ "แต่ก็นะ... อ้อมกอดมือปราบเนี่ย ทั้งแน่นทั้งอุ่น ดีกว่าที่คิดแฮะ" อคินกัดฟันกรอด คว้าข้อมือเรียวที่กำลังซุกซนนั้นไว้ด้วยความรวดเร็ว แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่ก็มากพอที่จะทำให้รินทร์ชะงักและเงยหน้าขึ้นสบตา "อย่าเล่นไม่เข้าเรื่องรินทร์ สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น" อคินเตือน เสียงทุ้มต่ำจริงจังจนบรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนความร้อนแรงให้กลับมาคุกรุ่นด้วยความตึงเครียดอีกครั้ง "รู้แล้วน่า... คุณนี่ไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย" รินทร์เบะปากเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก แต่ก็ยอมดึงมือกลับโดยดี "ว่าแต่... เราจะเอายังไงต่อ? เซฟเฮาส์เก่าก็ไม่ปลอดภัยแล้ว ผู้กองศิลากัดไม่ปล่อยขนาดนี้ แสดงว่ามีหนอนในระบบชัวร์ๆ ถ้าเรายังดันทุรังไปจุดนัดพบเดิม มีหวังโดนตลบหลังรวบตัวยกแพ็คแน่ครับ" คำพูดของรินทร์ดึงสติอคินกลับมาสู่โลกความเป็นจริงทันที สมองที่เคยรวนเรด้วยพิษสงความใกล้ชิดเมื่อครู่ กลับมาทำงานด้วยสัญชาตญาณของมือปราบผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน "เราไม่ไปจุดนัดพบ" อคินตัดสินใจเด็ดขาด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวในความมืด "ฉันมีที่อื่น... ที่ปลอดภัยกว่า และคาดไม่ถึงที่สุด" รินทร์เลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ "ที่ไหน? อย่าบอกนะว่าใต้เตียงนอนของคุณ" "คอนโดส่วนตัวของฉัน ที่ไม่มีใครในหน่วยรู้ แม้แต่ผู้กองศิลา" อคินตอบเสียงเรียบ ก่อนจะคว้าข้อศอกของรินทร์ให้ขยับตาม "ตามมา อย่าบ่น" การเดินทางท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาลดำเนินไปอย่างระมัดระวัง อคินพารินทร์ลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่มืดทึบ จนกระทั่งมาถึงรถจักรยานยนต์คันเก่งที่จอดซ่อนไว้ในมุมอับสายตา ทั้งคู่นั่งรถฝ่าความมืดของเมืองหลวงไปจนถึงคอนโดมิเนียมเก่าแก่แห่งหนึ่งย่านชานเมือง ซึ่งภายนอกดูสามัญธรรมดาเสียจนไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นที่กบดานของมือปราบระดับพระกาฬ ทันทีที่ประตูห้องพักถูกปิดลงและกลอนถูกล็อกแน่นหนา ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง รินทร์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวอย่างหมดแรง ถอดแจ็คเก็ตกันหนาวออกพาดไว้พนักพิง เผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำแนบเนื้อที่ส่งเสริมให้รูปร่างโปร่งบางดูน่ามองยิ่งขึ้น เจ้าตัวกวาดสายตาสำรวจห้องพักสไตล์มินิมอลที่สะอาดสะอ้านและไร้ร่องรอยการใช้ชีวิตหวือหวา ก่อนจะหันมาส่งยิ้มกวนๆ ให้เจ้าของห้อง "ไม่เลวเลยนี่ครับ นึกว่ามือปราบเลือดร้อนอย่างคุณจะอยู่ห้องรกๆ เต็มไปด้วยกองเอกสารคดีเสียอีก" รินทร์แซว พรางขยับตัวทำท่าจะลุกขึ้นเดินสำรวจรอบห้อง แต่อคินไม่เปิดโอกาสให้เดินไปไหนไกล ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว ดันร่างของแฮกเกอร์หนุ่มให้ถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องอีกครั้งอย่างนิ่มนวลแต่รวดเร็ว รินทร์ชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกตรึงไว้ด้วยวงแขนแกร่งที่กักตัวเขาให้อยู่ในอาณาเขตของอคินอีกรอบ ครั้งนี้ไม่มีความมืดมิดในตรอกซอกซอย มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟหัวเตียงที่สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายของมือปราบหนุ่ม ทำให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อคินไม่คิดจะปิดบังไว้อีกต่อไป "รินทร์..." อคินเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและจริงจังเป็นพิเศษ "อะ...อะไรอีกครับ" รินทร์แกล้งทำเป็นตีหน้าซื่อ ทั้งที่หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมาจริงๆ เมื่อเห็นระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ลดลงเรื่อยๆ "ถ้าจะทวงบุญคุณเรื่องช่วยพาหนี ผมบอกไว้ก่อนนะว่ากระเป๋าเงินผมอยู่ในรถ..." "หยุดพูดมากสักที" อคินตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เจือความอ่อนอกอ่อนใจระคนเอ็นดู "อ้าว ก็คุณเล่น..." รินทร์ยังพูดไม่ทันจบประโยค อคินก็โน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นริมฝีปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงนั้นด้วยริมฝีปากของตนเองทันที สัมผัสที่แนบชิดลงมาไม่ได้รุนแรงหรือรุกเร้าในตอนแรก แต่มันนุ่มนวล ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความอัดอั้นที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีนิ่งขรึมมาตลอดทาง รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ มือเรียวที่ตั้งใจจะผลักอกอีกฝ่ายออกตามสัญชาตญาณ กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของอคินแน่นโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านริมฝีปากและไออุ่นจากลมหายใจที่ผสานกัน ทำให้หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหวาดระแวง ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจังหวะเดียวกันอย่างเชื่องช้า อคินผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปลายจมูกของพวกเขายังคงคลอเคลียกันอยู่ ใกล้เสียจนสามารถรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน แววตาของมือปราบหนุ่มที่มองมาในตอนนี้ไม่มีคราบความเคร่งขรึมหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนและประกายความคลั่งรักที่ชัดเจนจนรินทร์ไม่กล้าสบตาตรงๆ "ทีนี้... จะเลิกกวนประสาทฉันสักพักได้หรือยังครับ" อคินกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง รินทร์เม้มริมฝีปากที่ยังคงร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นคนแพรวพราวและชอบแกล้งคนอื่นก่อนอยู่เสมอ แต่เจอไม้นี้เข้าไป แฮกเกอร์ฝีมือฉกาจถึงกับไปไม่เป็นเช่นกัน "คุณนี่มัน..." รินทร์พึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมกริบคู่นั้นด้วยความเขินอายที่หาได้ยากยิ่ง "ฉวยโอกาสเก่งเป็นบ้า..." อคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นครั้งแรกที่รินทร์ได้เห็นรอยยิ้มจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมือปราบหนุ่ม รอยยิ้มที่ไม่ได้มีไว้เพื่อเย้ยหยศัตรู หรือยิ้มมุมปากกวนๆ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและทรงพลังเสียจนทำเอาคนมองแทบละลาย ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหอมหวานและเคมีระหว่างคนทั้งสองกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด— *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างหนักแน่นและเร่งรีบ ทำลายความเงียบสงบในห้องพักส่วนตัวลงอย่างไม่ไว้หน้า อคินชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา แววตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันทันที รินทร์เองก็สะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณแฮกเกอร์ตื่นตัวเต็มที่ มือเรียวรีบหยิบแท็บเล็ตคู่ใจขึ้นมาเตรียมพร้อมใช้งานโดยอัตโนมัติ หน้าจอแสดงผลกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักสว่างวาบขึ้นมาทันทีตามคำสั่งด่วนของรินทร์ ภาพจากกล้องแสดงให้เห็นร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตู... คนที่พวกเขานึกไม่ถึงที่สุดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้ ผู้กองศิลายืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่หน้าประตู พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนที่เสียงทุ้มเรียบจะลอดผ่านบานประตูเข้ามาอย่างชัดเจน "เปิดประตูหน่อยสิครับ... อคิน นายคิดจริงๆ หรือว่าที่ซ่อนกากๆ แบบนี้ จะพ้นสายตาฉันพ้น?" - - - - - - - - - - - - - - - - - - ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%