เสียงเคาะประตูกระจกสามครั้งดังสะท้อนก้องผ่านความเงียบงัน มันไม่ใช่เสียงเคาะขออนุญาต แต่มันคือจังหวะการประกาศตัวของผู้มาเยือนที่จงใจให้พวกเขารู้สึกถึงแรงกดดัน
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบวับวาบสาดส่องลงบนใบหน้าของอคินและรินทร์ บรรยากาศภายในเซฟเฮาส์แคบๆ พลิกผันจากความตึงเครียดเรื่องการปะทะคารม กลายเป็นสมรภูมิเอาชีวิตรอดในเสี้ยววินาที
อคินไม่รอช้า มือหนาคว้าข้อมือเรียวของรินทร์กระชากเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงนั้นทำให้แผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับอกแกร่งของนายมือปราบพอดี รินทร์อ้าปากจะโวยวาย แต่ฝ่ามือใหญ่ของอคินก็เลื่อนขึ้นมาปิดริมฝีปากนุ่มไว้ทันที พร้อมกับเสียงกระซิบต่ำติดริมหูที่ทำให้ขนลุกซู่
"เงียบ... ถ้าไม่อยากตายคาที่นี่"
ลมหายใจอุ่นๆ ของอคินที่เป่ารดต้นคอทำเอารินทร์นิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตไหวระริกไม่ใช่เพราะความกลัวต่อคนที่อยู่หลังประตู แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายเต้นรัวแข่งกับเสียงสัญญาณเตือนภัย
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะครั้งที่สองดังขึ้น หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม และคราวนี้มันมาพร้อมกับเสียงบิดกลอนประตูด้านนอก
ในเสี้ยววินาทีที่อคินเบนสายตาไปมองบานประตูเพื่อประเมินสถานการณ์ รินทร์ที่ตั้งสติได้จึงใช้ศอกกระทุ้งเบาๆ ที่สีข้างของอีกฝ่ายเพื่อส่งสัญญาณให้อคินปล่อยมือ อคินยอมคลายแรงกอดลงอย่างจำใจ แต่ดวงตาคมกริบยังคงจดจ้องร่างโปร่งไม่วางตา ราวกับกลัวว่าอีกคนจะหายวับไปกับความมืด
"นายคิดจะทำบ้าอะไรของนายวะ..." รินทร์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเรียวรีมองค้อนคนตัวโตกว่าที่ทำเนียนฉวยโอกาสแตเนื้อต้องตัวเขาเมื่อครู่ "ปล่อยได้แล้ว หน้าที่ฉันคือแกะรอย ไม่ใช่มาเป็นตุ๊กตาให้กอดแก้หนาว"
"ปากดีให้มันตลอดเถอะรินทร์" อคินตอบกลับเสียงกระซิบ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน "ถ้าเมื่อกี้ฉันไม่ดึงนายเข้ามา ป่านนี้รูกระสุนคงฝังอยู่กลางอกนายไปแล้ว... มองหน้าฉัน บอกมาเดี๋ยวนี้ ว่าแฟ้มข้อมูลที่นายแอบซ่อนไว้ในแท็บเล็ตเมื่อกี้มันคืออะไร ทำไมสัญญาณถึงเชื่อมตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์ลับของกองปราบ"
คำพูดของอคินทำให้รินทร์ชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากหายวับไปในพริบตา ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางแสงสีแดงวับวาบที่ฉายชัดถึงความตึงเครียดในแววตาของทั้งคู่
"นายเห็น..." รินทร์เค้นเสียงถาม เสียงของเขาเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยความระแวง
"ฉันไม่ได้แค่มองเห็น" อคินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินทร์ต้องถอยหลังจนสะโพกติดขอบโต๊ะทำงาน นายมือปราบกักตัวอีกฝ่ายไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง ก้มลงมองลึกเข้าไปในดวงตาที่พยายามหลบเลี่ยง "รินทร์... นายแอบเจาะระบบสืบเรื่องการคอรัปชั่นในกรมตำรวจ ตั้งแต่เมื่อไหร่ และนายกำลังเล่นกับใครอยู่รู้ตัวไหม"
ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ หลุดออกมาจากปากของนักแกะรอยอัจฉริยะ รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตาหลุบลงต่ำเพื่อซ่อนประกายความไหววูบในดวงตา นั่นยิ่งทำให้อคินมั่นใจว่าสิ่งที่เขาสสงสัยมาตลอดเป็นความจริง รินทร์ไม่ได้เข้ามาพัวพันกับคดีนี้โดยบังเอิญ และเป้าหมายที่แท้จริงของอีกฝ่ายอันตรายกว่าที่เขาคาดคิดไว้หลายเท่า
"นายมันบ้า..." รินทร์เงยหน้าขึ้นมาสบตากันตรงๆ น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความโกรธปนน้อยใจ "ถ้าฉันไม่ทำ แล้วนายคิดว่าความจริงเรื่องนายพลพงศธรกับพวกสีกากีขายชาติมันจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาได้ยังไง? นายคิดว่าหน่วยพิเศษของนายสะอาดนักรึไงอคิน!"
"แต่มันไม่ใช่หน้าที่ของนายที่จะเอาชีวิตมาทิ้งแบบนี้!" อคินเผลอขึ้นเสียงด้วยความเดือดดาล ความเป็นห่วงที่ถูกกลบไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดระเบิดออกมา "นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร ฮีโร่รึไงวะ? ถ้ารascal คนพวกนั้นรู้ว่านายกำลังถือหลักฐานมัดตัวพวกมันทั้งหมด นายคิดว่านายจะมีชีวิตรอดไปได้อีกกี่วัน!"
"แล้วมันธุระอะไรของนายล่ะ!" รินทร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาส่อแววท้าทายแม้ว่าหน้าอกจะกระเพื่อมไหวด้วยความเหนื่อยหอบจากการปะทะอารมณ์ "ฉันจะตายหรือจะรอด มันก็เรื่องของฉัน นายเป็นแค่มือปราบที่ต้องทำตามคำสั่ง ไม่ใช่พ่อฉัน เลิกทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉันสักที!"
คำว่า *'ไม่ใช่พ่อ'* แทบจะทำให้อคินสติหลุด มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนของรินทร์เบาๆ บังคับให้เงยหน้ามารับฟังเขาทีละคำ
"ใช่... ฉันไม่ใช่พ่อ" อคินกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่ากลัว "แต่ฉันเป็นคนที่นอนเตียงเดียวกับนาย เป็นคนที่ปกป้องนาย และเป็นคนเดียวที่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องตัวนายทั้งนั้น... เข้าใจไหมรินทร์"
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมอีกครั้ง เคมีที่ระอุอยู่ระหว่างคนทั้งสองร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิในห้อง รินทร์หายใจติดขัด หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะภายใต้ฝ่ามืออุ่นที่ประคองกรอบหน้าของเขาไว้ ความดุดันและสายตาที่เว้าวอนอย่างไม่ยอมแพ้ทำเอาคนปากเก่งอย่างรินทร์ถึงกับพูดไม่ออก
แต่ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความลึกซึ้งนั้นถูกขัดจังหวะลงอย่างกะทันหัน
*ปัง!*
เสียงถีบประตูห้องเซฟเฮาส์ดังสนั่นหวั่นไหว บานกระจกนิรภัยแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจาย ร่างเงาของชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบหน่วยจู่โจมพิเศษหลายนายพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ
และคนที่เดินนำหน้าสุดด้วยใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา ไร้ซึ่งความปรานี คือผู้กองศิลา
"หมดเวลาเล่นสนุกแล้วครับ คุณอคิน... และคุณรินทร์"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของผู้กองศิลาดังขึ้นท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินสีแดง ดวงตาคมกวาดมองทั้งสองคนที่ยืนแนบชิดติดกันอยู่มุมห้อง ก่อนจะหยุดสายตาลงที่แท็บเล็ตในมือของรินทร์ที่มีข้อมูลหน้าจอโค้ดลับเปิดค้างไว้
อคินขยับตัวบังรินทร์ไว้ด้านหลังทันที มือขวาเลื่อนลงไปแตะด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ ความจริงที่ถูกซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดเผย และสงครามจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
รินทร์ที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของอคิน เม้มปากแน่น มือเรียวยื่นไปดึงชายเสื้อของนายมือปราบเบาๆ พร้อมกับกระซิบเสียงสั่นที่ข้างหลัง
"อคิน... ระวังตัวด้วย หมอนั่น... ไม่ได้มาแค่คนเดียว"
อคินไม่ตอบคำถาม เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังผู้กองศิลาที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับกระบอกปืนที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่พวกเขา...
และในวินาทีที่นิ้วของผู้กองศิลากำลังจะเหนี่ยวไกปืนเพื่อปิดบัญชี ความมืดมิดทั้งหมดก็ถูกตัดขาดด้วยเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากชั้นล่างของอาคาร ที่ทำให้พื้นใต้เท้าของพวกเขาสั่นสะเทือนจนแทบยืนไม่อยู่!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 14
ความจริงที่ถูกซ่อนไว้
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!