“ชู่ว...”
อคินกดฝ่ามือหนาลงบนริมฝีปากของรินทร์แรงพอที่จะให้คนใต้ร่างหยุดกวนประสาท แต่แผ่วเบาพอจะรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่พ่นรดนิ้วมือเขา แรงบีบจากมือของมือปราบหนุ่มไม่ได้ต้องการทำร้าย แต่มันคือการเตือนภัยในระยะประชิด
ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันอยู่ในความมืดสลัวของตู้เก็บเอกสารหลังห้องทำงานผู้กองศิลา กลิ่นฟีโรโมนอ่อนๆ จากกายอคินผสมกับกลิ่นโลหะจากอุปกรณ์แฮกเกอร์ของรินทร์มันชวนให้รู้สึกปั่นป่วนอย่างประหลาด
“พวกแกยังอยู่แถวนี้... ออกมาซะ ก่อนที่ฉันจะพังห้องนี้ให้ราบ” เสียงทุ้มต่ำของผู้กองศิลาก้องกังวานอยู่หน้าประตู ห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ไม่ถึงสองก้าว อคินขยับตัวเข้าหาผนังมากขึ้นจนร่างของรินทร์ถูกกักขังอยู่ในอ้อมแขนเขาโดยสมบูรณ์
รินทร์มองสบตากับคนตรงหน้า ดวงตาสีเข้มที่ปกติจะวาวโรจน์ด้วยความท้าทายบัดนี้กลับสั่นไหวเล็กน้อย มือเรียวที่เคยถือคีย์บอร์ดแฮกข้อมูลด้วยความมั่นใจ กลับเผลอขยุ้มเสื้อแจ็กเก็ตของอคินแน่น
อคินสังเกตเห็นประกายในตาคู่นั้น ความกวนประสาทที่เคยมีหายไปเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดหวั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง เขาขยับหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย
‘อย่ากลัว...’ เขาไม่ได้พูดออกมาเป็นคำพูด แต่สื่อสารผ่านสายตาที่เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหาย
ความเงียบงันในห้องทำงานกดทับจนแทบหยุดหายใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้กองศิลาเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูหนึ่งรอบ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าตู้ที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ มือหนาของอคินเลื่อนจากริมฝีปากรินทร์มาจับที่เอวสอบ รั้งร่างโปร่งเข้ามาแนบชิดจนไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนของอคินเป่ารดต้นคอของคนในอ้อมกอด
รินทร์ใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะกลัวผู้กองศิลาจะเจอตัว แต่เพราะสัมผัสที่จงใจของมือปราบตรงหน้า... มันเปลี่ยนสถานะความรู้สึกของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง
“แกคิดว่าฉันโง่เหรอ อคิน?” เสียงของผู้กองศิลาดูมั่นใจขึ้น “ฉันเห็นเงาที่หน้าต่าง ถ้าแกไม่ได้อยู่คนเดียว ก็จงออกมารับผิดชอบในสิ่งที่แกทำเสีย”
อคินกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด ปลายนิ้วโป้งไล้ผ่านเอวของรินทร์เบาๆ ราวกับจะปลอบประโลมให้ใจเย็นลง ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า แทนที่เขาจะเคร่งเครียดกับงาน แต่เขากลับรู้สึกหวงแหนรินทร์ขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยนิยามได้ชัดเจนนักก่อตัวขึ้นในอก
รินทร์สบตาคนตรงหน้า ความโกรธเคืองที่เคยมีต่อกันมลายหายไป เหลือเพียงความเข้าใจที่สื่อผ่านความเงียบ อคินมองเขาด้วยแววตาที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญที่สุดในโลก มือปราบปากแข็งที่เคยดุเขาราวกับเป็นอาชญากร บัดนี้กำลังใช้ร่างกายปกป้องเขาจากภัยคุกคาม
‘ขอบใจนะ...’ รินทร์ขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง
อคินยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยัน แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกรุนแรง เขาโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดใบหูของรินทร์จนขนลุกซู่ “ถ้าวันนี้เราผ่านไปได้... ฉันจะเลิกทำตัวเป็นศัตรูกับนายสักที”
คำสารภาพแฝงความนัยนั้นทำให้รินทร์นิ่งค้าง สถานะของพวกเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่แค่คู่กัดที่ต้องร่วมงานกัน แต่เป็นคนสองคนที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งของความรู้สึกไปเรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางความกดดันและความเสี่ยงที่รออยู่เบื้องหน้า
ทันใดนั้นเอง! เสียงล็อกประตูดัง ‘คลิก’ อย่างแผ่วเบา... แต่ในห้องที่เงียบสนิทมันกลับดังราวกับเสียงปืน
บานประตูตู้ที่พวกเขายืนพิงอยู่ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง แสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามาจนทั้งคู่ต้องหรี่ตาลง ทันทีที่สายตาปรับโฟกัสได้ รินทร์และอคินก็พบกับร่างสูงของผู้กองศิลาที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าพร้อมปืนพกในมือที่เล็งตรงมาที่พวกเขา
“จับได้แล้ว...” ผู้กองศิลาแสยะยิ้ม “และดูเหมือนฉันจะได้เจอของดีที่น่าสนใจกว่าที่คิด”
เขากวาดสายตาจากอคินไปที่รินทร์ ก่อนจะกดนิ้วลงบนปุ่มวิทยุสื่อสารที่ไหล่ “หน่วยกล้าตายเคลื่อนที่มาที่ห้องทำงานฉัน เดี๋ยวนี้! เรามีหนูสองตัวต้องจัดการ”
อคินขยับตัวก้าวออกมาข้างหน้าทันทีโดยไม่รีรอ เขายืนบังรินทร์ไว้มิดชิด สายตาเย็นชาจ้องมองศิลาอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าคิดจะแตะต้องเขา คุณต้องข้ามศพผมไปก่อน”
รินทร์มองแผ่นหลังกว้างของอคินที่สั่นไหวเล็กน้อยจากการเกร็งกล้ามเนื้อเตรียมปะทะ ความรู้สึกตื้นตันใจถาโถมเข้ามา แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ขยับตัวช่วย สถานการณ์กลับพลิกผันไปอีกครั้ง เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตในกระเป๋าของรินทร์ดังลั่นห้อง—มันคือสัญญาณการเข้าถึงฐานข้อมูลลับที่เขาวางระเบิดเวลาไว้ล่วงหน้า
หน้าจอแท็บเล็ตสว่างวาบขึ้นพร้อมกับข้อความที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดชะงัก: *‘แฟ้มคดีลับถูกโอนย้ายไปยังเซิร์ฟเวอร์สำรองเรียบร้อยแล้ว ผู้กองศิลา... นายตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรกในคดีฆาตกรรม’*
ใบหน้าของผู้กองศิลาเปลี่ยนสีจากเหี้ยมเกรียมเป็นโกรธจัด เขาหันปลายกระบอกปืนไปที่ขมับของรินทร์แทนที่อคินทันทีด้วยความคลุ้มคลั่ง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ดาร์กไนท์เสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 10
สถานะที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!