กลิ่นดินปืนยังคละคลุ้งจางๆ ในอากาศ ตัดผ่านความเงียบงันของเซฟเฮาส์ที่แคบลงถนัดตาเมื่อปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจากมือของผู้กองศิลาไม่ได้เล็งมาที่อคินอีกต่อไป แต่มันจ่อตรงเข้าที่ขมับซ้ายของรินทร์ ชายหนุ่มผู้กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอที่กำลังกระพริบแสงสีแดงวาบ
รินทร์ไม่ได้สะดุ้ง ไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายังคงเคี้ยวลูกอมรสโคล่าในปากอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวสิบซี่หยุดเคาะแป้นพิมพ์ชั่วขณะก่อนจะเอียงคอมพิวเตอร์เล็กน้อยให้แสงสะท้อนเข้าตาอีกฝ่าย
"ระวังหน่อยครับผู้กอง ปืนกระบอกนั้นมีรอยขูดขีดที่ลำกล้องอยู่ ถ้ายิงพลาดขึ้นมา... นอกจากหัวผมจะกระจุยแล้ว คุณอาจจะต้องเขียนรายงานอธิบายผู้บัญชาการยาวเป็นหางว่าวเลยนะว่าทำไมถึงเผลอลั่นไกใส่พลเรือนผู้ช่วยราชการ" รินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่กวนประสาทเสียจนคนมองอยากจะเหนี่ยวไกให้รู้แล้วรู้รอด
ศิลาขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปーン ดวงตาคมกริบฉายแววบ้าคลั่งระคนหวาดระแวง "แกไม่ใช่แค่แฮกเกอร์ธรรมดารินทร์ ข้อมูลระดับความลับขั้นสุดยอดของกรมตำรวจถูกดึงออกไปสามร้อยกิกะไบต์ในเวลาไม่ถึงสี่วินาที... ฝีมือแกใช่ไหม! แกกำลังส่งข้อมูลทั้งหมดให้ใคร!"
"ถ้าผมจะส่ง ผมคงส่งคลิปที่คุณแอบไปกินก๋วยเตี๋ยวหลังโรงพักตอนตีสองให้เพจใต้เตียงตำรวจดูไปนานแล้วครับ มีสาระกว่ากันเยอะ" รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
"หุบปาก!" ศิลาตวาดลั่น นิ้วชี้เริ่มออกแรงกดที่ไกปืน
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่ของอคินพุ่งเข้าประชิดตัวศิลาในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าข้อมือของนายตำรวจใหญ่บิดขึ้นฟ้าอย่างรุนแรงจนเสียงกระดูกลั่นดังลั่นห้อง พร้อมกับที่อคินใช้แขนอีกข้างล็อกคอศิลาจากด้านหลัง ดึงถอยหลังจนปลายกระบอกปืนเบี่ยงเบนขึ้นเพดาน และ...
ปัง! กระสุนเจาะทะลุฝ้าเพดาน ร่วงหล่นเป็นเศษปูนขนาดเล็ก
"พอได้แล้วครับศิลา" เสียงของอคินต่ำทุบและเยือกเย็นจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบตอนนี้เต็มไปด้วยรังรุนแรง "ถ้าคุณยังไม่อยากตายด้วยกระสุนนัดต่อไปของผม ก็ลดปืนลงซะ"
ศิลาหายใจหอบกระชั้น ใบหน้าอาบด้วยเหงื่อกาฬ เขากัดฟันกรอด ยอมลดปืนลงเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกดที่ลำคอซึ่งพร้อมจะหักกระดูกเขาได้ทุกเมื่อ อคินปล่อยมืออย่างรวดเร็วแต่ยังคงยืนบังรินทร์ไว้ด้านหลังราวกับกำแพงเหล็ก
"นายปกป้องมันเหรออคิน?" ศิลาหันมามองเพื่อนร่วมงานด้วยสายตาเจ็บปวดและเคียดแค้น "นายรู้ไหมว่าตอนนี้ระบบของกรมกำลังล่มสลาย เซิร์ฟเวอร์หลักกำลังถูกโจมตีจากไอพีแอดเดรสในห้องนี้!"
รินทร์ถอนหายใจยาว พลางเคาะแป้นพิมพ์รัวเร็วอีกครั้ง หน้าจอทั้งสามเปลี่ยนจากสีแดงเดือดเป็นสีเขียวมรกตพร้อมกับข้อความวิ่งผ่านรวดเร็วจนอ่านแทบไม่ทัน
"ไม่ใช่ผมหรอกครับผู้กอง... หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ ตอนนี้ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวแล้ว" รินทร์หันเก้าอี้กลับมามองทั้งสองคน สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังในแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก "มีคนอื่นกำลังเจาะเข้ามาจากภายนอก... และเป้าหมายของมันไม่ใช่แค่การขโมยข้อมูล แต่เป็นการ 'ล้างบาง' ระบบฐานข้อมูลทั้งหมดเพื่อทำลายหลักฐานคดีคอรัปชันล็อตใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ"
อคินหันขวับมามองรินทร์ "หมายความว่ายังไง?"
"หมายความว่า... เครือข่ายที่พวกเราตามล่าอยู่กำลังไหวตัวทัน และมันกำลังใช้ 'สิทธิ์ผู้ดูแลระบบสูงสุด' ที่ขโมยมาจากใครบางคนในกรม... เพื่อสั่งฟอร์แมตเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดทิ้ง" รินทร์รัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดอีกครั้ง เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังระรัวราวกับเสียงฝนตกหนัก "ถ้าผมกู้คืนไม่ทันภายในสามนาทีนี้ ทุกอย่างที่เราแลกมาด้วยเลือดและหยาดเหงื่อจะหายวับไปกับตา!"
หน้าจอหลักกะพริบเตือน นับถอยหลัง 02:45... 02:44...
ศิลาหน้าซีดเผือก เขาทรุดตัวลงพิงกับขอบโต๊ะทำงานเมื่อตระหนักได้ว่าสิ่งที่รินทร์พูดเป็นความจริง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเขาดังระรัว ข้อความจากเบอร์แปลกส่งเข้ามาพร้อมกันนับสิบข้อความ
อคินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงกักรินทร์ไว้ระหว่างอ้อมแขนและพนักพิงเก้าอี้ กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกรินทร์จนหัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะโค้ดดิ้งกลับสะดุดกึก
"นายทำได้ใช่ไหมรินทร์?" อคินกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความกดดัน แต่แฝงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวโต ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตไหวระริกชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามสไตล์
"ถ้าคุณสัญญาว่าจะเลิกทำหน้าบึ้งใส่ผมหลังจากงานนี้จบ... ผมอาจจะฮึดสู้เป็นพิเศษก็ได้นะครับ ผู้กอง"
อคินไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมไปทาบทับบนมือเรียวที่กำลังรัวแป้นพิมพ์ ช่วยประคองมือนั้นให้พิมพ์คำสั่งชุดสุดท้ายลงไปอย่างแม่นยำ ไออุ่นจากฝ่ามือหนาแผ่ซ่านเข้ามาจนรินทร์รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหู
หน้าจอนับถอยหลังหยุดลงที่ 00:03...
แถบสถานะการดาวน์โหลดข้อมูลพุ่งพรวดถึง 100% พร้อมกับเสียงระบบแจ้งเตือนว่า 'System Secured' ดังขึ้นก้องห้อง
รินทร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน อคินยังคงยืนค้ำร่างเขาไว้ไม่ยอมขยับไปไหน ดวงตาคมก้าวร้าวเมื่อครู่ตอนนี้ทอดมองคนตรงหน้าด้วยความลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ ศิลาที่นั่งเงียบอยู่มุมห้องเบือนหน้าหนีด้วยความอึดอัด
ทว่า... ความโล่งใจยังไม่ทันได้ทาบทับทั่วห้อง จู่ๆ หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งสามเครื่องก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ไฟสำรองฉุกเฉินในห้องกระพริบติดๆ ดับๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นจากระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกอาคาร รินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที
"ไม่ใช่ระบบล่ม..." รินทร์พึมพำ ใบหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก "มีคนตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั้งหมดในรัศมีสามกิโลเมตร... และพวกมัน..."
ตู้มมม!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากชั้นล่างของเซฟเฮาส์แรงจนพื้นห้องสั่นสะเทือน เศษฝุ่นและควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมาตามช่องบันได แรงกระแทกทำให้ประตูห้องพังกระเด็นหลุดจากวงกบ
ร่างเงาดำสวมชุดยุทธวิธีสีดำสนิทนับสิบคนพร้อมอาวุธครบมือ กรูขึ้นมาถึงหน้าห้องในเวลาไม่ถึงสิบล็อค ผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นเดินนำหน้า ถอดหน้ากากกันแก๊สพิษออกเผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก พร้อมกับยกปืนไรเฟิลติดลำกล้องเล็งตรงมาที่อคินและรินทร์
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักสุดท้ายครับ... คุณสารวัตร"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" มาโดยตลอดนะครับ!
เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 11
กับดักในโลกไซเบอร์
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!