“ถอยไปอยู่ข้างหลังผม... เดี๋ยวนี้!”
อคินตวาดลั่น เสียงกระชากสไลด์ปืนในมือดังสอดประสานกับเสียงโลหะที่บิดเบี้ยวจากการถูกถีบจนหลุดออกจากบานพับ กลิ่นอายของความตายคละคลุ้งมาพร้อมกับฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย รินทร์ไม่ได้ทำตัวเป็นภาระตามที่อีกฝ่ายสั่ง แต่เขากลับคว้ามีดพกสั้นที่เหน็บอยู่ข้างเอวขึ้นมาด้วยความนิ่งสงบผิดกับสถานการณ์ตรงหน้า
“ผู้กองศิลา... มาเร็วกว่าที่คำนวณไว้สามนาที เล่นเอาผมเกือบเสียหน้าเลยนะเนี่ย” รินทร์แค่นยิ้ม มุมปากขยับยืดหยุ่นในขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กรูกันเข้ามาในห้อง
“พอได้แล้วอคิน! นายกำลังขัดขืนคำสั่งเจ้าหน้าที่รัฐ” ผู้กองศิลาเดินฝ่ากลุ่มลูกน้องเข้ามา ใบหน้าเคร่งขรึมนั้นดูเย็นชาเหมือนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย “ปล่อยตัวอาชญากรคนนั้นมา แล้วนายจะมีโอกาสได้แก้ตัวในชั้นศาล”
อคินยืนตระหง่านดุจกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย เขาไม่ได้หันไปมองรินทร์ แต่รินทร์สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นหลังกว้างที่ขวางกั้นโลกที่โหดร้ายไว้อีกด้านหนึ่ง “อาชญากรเหรอครับ? คนที่คุณกำลังจะฆ่าปิดปากในคดีการเงินมืดของตัวเองเนี่ยนะ ผมว่าตำแหน่งผู้กองมันคับแคบไปสำหรับคุณแล้วล่ะ”
“ปากดี!” ศิลาชักปืนจ่อตรงมาที่พวกเขา
ในจังหวะที่สถานการณ์เข้าสู่จุดเดือด อคินเหวี่ยงระเบิดควันขนาดเล็กที่เตรียมไว้ลงพื้น เสียงระเบิดดังปังพร้อมกับควันสีขาวขุ่นที่พุ่งทะลักบดบังวิสัยทัศน์ในชั่วพริบตา มือหนาของอคินคว้าข้อมือของรินทร์แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นจนรับรู้ได้ถึงความปกป้อง
“วิ่ง!”
พวกเขาไม่ได้วิ่งออกไปทางประตูหน้าอย่างที่พวกศิลาคาดการณ์ อคินลากตัวรินทร์มุดผ่านช่องระบายอากาศที่ถูกดัดแปลงไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน กลิ่นอับชื้นและความมืดมิดโอบล้อมรอบกาย หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอและเสียงฝีเท้าที่วิ่งวุ่นอยู่นอกผนังกำแพง
เมื่อหลุดมาถึงห้องลับใต้ดินที่แยกตัวออกจากโครงสร้างหลักของเซฟเฮาส์ อคินก็ทุ่มน้ำหนักตัวดันตู้เหล็กขนาดใหญ่มาขวางช่องทางเข้าไว้ เขาหอบหายใจถี่ สายตาคมกริบสำรวจร่างกายของคนข้างกายด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” อคินถาม เสียงแหบพร่า
รินทร์ยันตัวพิงกำแพง เสื้อผ้าที่เคยเนี้ยบเปรอะเปื้อนฝุ่นผง เส้นผมที่เคยเซ็ตมาอย่างดีตกลงมาปรกใบหน้า เขาหัวเราะหึออกมาเบาๆ แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อาจถึงแก่ชีวิต แต่ดวงตาคู่นั้นกลับประกายวาวโรจน์ด้วยความตื่นเต้น
“คุณนี่มัน... บ้าชัดๆ” รินทร์ว่าพลางขยับเข้าไปใกล้ อคินกลิ่นกายที่คุ้นเคย กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อและดินปืน มันเป็นกลิ่นที่ทำให้น่าหลงใหลอย่างประหลาด “ทำไมต้องช่วยผมขนาดนี้? ถ้าผมถูกจับ คุณก็รอดนะ”
อคินนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาที่จ้องมองมานั้นลึกซึ้งจนคนถูกมองแทบหยุดหายใจ เขาขยับเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น “เพราะถ้านายหายไป... โลกของผมคงเงียบเหงาเกินไป”
คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทำให้หัวใจของนักแกะรอยสายกวนถึงกับกระตุก รินทร์ไม่ได้เถียง ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกครั้ง เขาขยับมือไปแตะที่กระดุมเสื้อเชิ้ตของอคิน ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวหนังที่ร้อนผ่าวผ่านเนื้อผ้า
“ถ้าเราต้องตายที่นี่จริงๆ... ผมก็ไม่อยากจะจดจำแค่เรื่องงานหรอกนะ”
ในห้องแคบๆ ที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากหน้าจอแท็บเล็ตที่รินทร์เปิดทิ้งไว้ อคินโน้มตัวลงมา กักขังรินทร์ไว้ระหว่างกำแพงกับแผงอกของเขา มือหนาเชยคางอีกฝ่ายขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วโป้งไล้ไปตามริมฝีปากที่สั่นระริก
มันไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนในตอนแรก แต่มันคือการสำรวจ การย้ำเตือนถึงตัวตนของกันและกัน รสสัมผัสที่อบอุ่นและลึกซึ้งค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเรียกร้อง อคินจูบหนักขึ้น ราวกับจะถ่ายทอดทุกความอัดอั้นที่เก็บงำไว้มาเนิ่นนาน รินทร์ตอบรับด้วยการคล้องแขนรอบคออีกฝ่าย ปล่อยให้ความเปราะบางของสถานการณ์ละลายหายไปในห้วงอารมณ์
“อคิน...” รินทร์เรียกชื่อเขา เสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ
“หืม?” อคินละริมฝีปากออกเพียงนิด หน้าผากจรดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนหอบกระชั้น
“ข้างนอกนั่น... พวกมันเริ่มติดตั้งอุปกรณ์ดักสัญญาณแล้ว” รินทร์กระซิบ เสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่แฝงด้วยแผนการ “และผมเพิ่งแฮ็กเข้าไปในกล้องวงจรปิดของที่นี่ได้... ผู้กองศิลาไม่ได้มาคนเดียว”
รินทร์หมุนหน้าจอแท็บเล็ตให้อคินดู บนหน้าจอนั้นไม่ใช่ภาพของหน่วยพิเศษที่พวกเขากำลังหนี แต่มันคือภาพของ 'ใครบางคน' ที่กำลังเดินเข้ามาทางประตูลับที่พวกเขายิ่งหนีเข้าไปลึกเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าใกล้กับจุดที่คนผู้นั้นกำลังดักรออยู่
อคินเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยบนหน้าจอ คนที่น่าจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน
“พ่อ...?”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทดังสะท้อนมาตามท่อเหล็กที่อยู่เหนือหัวของพวกเขาทั้งสองคน จังหวะการเดินที่มั่นคงและเงียบเชียบนั้น ไม่ใช่ของลูกน้องศิลา... แต่มันคือจังหวะการเดินของคนที่เคยสอนอคินใช้ปืนกระบอกแรกในชีวิต
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาสำคัญนี้กับผมนะครับ หวังว่าทุกคนจะอดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวเหมือนผมที่อยากจะเขียนใจจะขาดครับ - ดาร์กไนท์
เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 17
ค่ำคืนที่ไม่ควรมีใครรู้
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!