กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนที่เพิ่งซาลงบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ เซฟเฮาส์ลับหลังนี้ไม่เคยเงียบงันเท่านี้มาก่อน รินทร์ทรุดกายพิงผนังห้องครัว ปลายนิ้วเรียวที่ปกติเคยรัวแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดด้วยความเร็วแสง ตอนนี้กลับสั่นเทาจนน่าใจหาย เลือดสีสดซึมผ่านเนื้อผ้าบริเวณสีข้าง ย้อมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนจนกลายเป็นวงกว้าง
"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นน่า... อคิน ผมไม่ได้ใกล้ตายสักหน่อย"
รินทร์ฝืนยิ้มมุมปาก พยายามกลั้วหัวเราะกลบเกลื่อนความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่เม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามขมับและใบหน้าซีดเผือดกลับหักล้างคำพูดกวนประสาทนั้นจนสิ้นซาก
อคินก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นและฉายแววระแวดระวังเสมอ บัดนี้กลับแดงก่ำ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาราวกับสัตว์ป่าที่ถูกพรากของหวงแหน อคินไม่ได้พูดอะไรสักคำ ความเงียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามใด ๆ ลอยวนอยู่ระหว่างพวกเขาสองคน มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยตอนที่ฉีกเสื้อของรินทร์ออกเพื่อให้เห็นแผลถนัดตา
"เจ็บไหม" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน มันแหบพร่าและสั่นเครือจนรินทร์ต้องชะงัก
"ปากจัดอย่างคุณ ห่วงผมเป็นด้วยเหรอครับ..." รินทร์ยังไม่วายส่งสายตาดื้อรั้นสู้กลับ แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัด "โอ๊ย! เบามือหน่อยสิครับคุณมือปราบ จะฆ่าผมซ้ำหรือไง"
อคินไม่ตอบ เขากดผ้าก๊อซลงบนบาดแผลฉีกขาดที่เกิดจากกระสุนเฉียดอย่างแม่นยำ น้ำหนักมือหนักหน่วงแต่มันเต็มไปด้วยความระมัดระวังขั้นสุด ดวงตาของอคินไม่ได้มองที่แผลเลย เขากำลังมองใบหน้าของรินทร์ มองความเจ็บปวดที่อีกฝ่ายพยายามอดกลั้น มองหยาดน้ำตาคลอหน่วยที่รินทร์พยายามกระพริบไล่มันกลับเข้าไป
"หุบปากไปซะ รินทร์" อคินคำรามเบา ๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว... โกรธตัวเองที่ปกป้องคนตรงหน้าไม่ได้ โกรธที่ความเยือกเย็นทั้งหมดที่สะสมมาแรมปีพังทลายลงเพียงแค่เห็นเลือดของรินทร์ไหลหยดลงบนพื้น "ถ้าฉันมาเร็วกว่านี้อีกนิดเดียว นายคงไม่ต้องมานอนเจ็บอยู่ตรงนี้"
"มันไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย..."
"ฉันบอกให้หุบปาก!" อคินตวาดลั่น ประคองใบหน้าเนียนไว้ด้วยมือข้างหนึ่งที่เปื้อนคราบเลือด นิ้วโป้งเกลี่ยพวงแก้มซีดเซียวอย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ ความดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความคลั่ง
ดวงตาของอคินตอนนี้ไม่มีคำว่าเหตุผลหลงเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความกลัวที่จะสูญเสีย... ความกลัวที่รุนแรงจนบีบหัวใจเขาให้แทบหยุดเต้น อคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินรดอยู่บนริมฝีปากที่สั่นระริก
"ฟังให้ดีนะ รินทร์" อคินกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังและจริงจังจนน่าใจหาย "ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับนายอีกแม้แต่นิดเดียว... ฉันไม่สนกฎหน่วย ไม่สนคำสั่งเบื้องบน ไม่สนเหี้ยอะไรทั้งนั้น ฉันจะพลิกแผ่นดินล่าไอ้เวรคนไหนก็ตามที่กล้าแตะต้องนาย แล้วฉันจะขังนายไว้ในห้องนี้ ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจ นายไม่มีสิทธิ์เจ็บ ไม่มีสิทธิ์ตายทั้งนั้น... เข้าใจไหม!"
หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ ความเจ็บปวดที่แผลข้างลำตัวมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า รินทร์มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่ไร้ซึ่งเกราะป้องกันใด ๆ ของอคิน มันคือความคลั่งรักที่ดิบเถื่อนและจริงใจที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้เคยแสดงออกมา
รินทร์เผยรอยยิ้มจาง ๆ ออกมา แม้จะยังดูดื้อดึงแต่แววตากลับอ่อนยวบลงอย่างห้ามไม่ได้ มือเรียวเอื้อมขึ้นไปแตะสันแผ่นหลังกว้างของอคินเบา ๆ
"คุณนี่มัน... บ้าชัด ๆ เลยครับ อคิน"
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของรินทร์ทันทีโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว จูบครั้งนี้ไม่มีความอ่อนหวานละมุนละไม มีแต่ความเว้าวอน ความโหยหา และการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดิบเถื่อน รินทร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยอมเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การขัดขืน ปล่อยให้อคินตักตวงความหวานและถ่าย
ทอดความหวาดกลัวที่เพิ่งผ่านพ้นไปผ่านสัมผัสที่ร้อนแรงและลึกซึ้ง บรรยากาศรอบตัวในเซฟเฮาส์แคบ ๆ มืดทึบราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงหอบหายใจและอุณหภูมิร่างกายที่หลอมรวมกันจนแทบแยกไม่ออก
ทว่า... ในวินาทีที่อคินกำลังจะผละริมฝีปากออกเพื่อมองหน้าคนใต้ร่างให้เต็มตา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันที่หน้าประตูเซฟเฮาส์ ตามด้วยเสียงเคาะรัวกระชั้นชิดที่ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
ปัง! ปัง! ปัง!
"อคิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่านายอยู่ในนั้น และฉันรู้ว่านายซ่อนตัวปัญหาเอาไว้!"
เสียงตะโกนก้องด้วยความเกรี้ยวกราดอันคุ้นเคยดังทะลุกำแพงเข้ามา... เสียงของผู้กองศิลา
อคินชะงักกุนซือ ร่างหนาผละออกจากรินทร์ช้า ๆ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความคลั่งรักเมื่อครู่ กลับมาเย็นยะเยือกและคมกริบดั่งใบมีดโกนอีกครั้งในเสี้ยววินาที อคินหันไปมองประตูห้องที่สั่นตามแรงกระแทก ก่อนจะก้มลงมองรินทร์ที่ขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวล
รินทร์สบตากับอคิน และในจังหวะที่มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกขึ้นมาปลดเซฟอย่างไร้เสียงนั้นเอง ประตูเหล็กหน้าเซฟเฮาส์ก็พังโครมลงมาพร้อมกับเงาร่างของผู้กองศิลาและกำลังเสริมติดอาวุธครบมือที่ก้าวพรวดเข้ามาในห้องนั่งเล่น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 16
บาดแผลแห่งความเชื่อใจ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!