เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กระแทกกระทั้นลงมาจากบันไดไม้เก่าแก่ของเซฟเฮาส์ชั้นบน ไม่ได้ให้เวลาอคินได้คิดทบทวนถึงความผิดปกติแม้แต่วินาทีเดียว สัญชาตญาณดิบของนายมือปราบระดับแถวหน้าทำงานเร็กว่าความคิด มือหนาคว้าข้อมือเรียวของคนที่นั่งทำหน้าเลิกลากลุกพรวดตามแรงดึง ก่อนที่ร่างกายของทั้งคู่จะพุ่งหลบเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ครัวบิวต์อินอย่างเฉียดฉิว
ปัง!
เสียงถีบประตูไม้จากชั้นบนดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงตะโกนหยาบโลนที่ฟังไม่ศัพท์ แต่เจตนาคุกคามนั้นชัดเจนยิ่งกว่าตัวหนังสือ อคินกดร่างของรินทร์ให้แนบราบกับพื้นเย็นเฉียบ โดยมีร่างกายกำยำของเขาเป็นโล่กำบัง สายตาคมกริบกวาดมองรอบตัวเพื่อประเมินสถานการณ์ ขณะที่รินทร์ซึ่งปกติมักจะมีคำพูดกวนประสาทสวนกลับได้ตลอดเวลา กลับตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดติดขัด มือเรียวเผลอขยุ้มสาบเสื้อแจ็กเก็ตของคนด้านบนไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
"เงียบ" อคินกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวจนคนใต้ร่างสะท้านวาบ "ถ้าไม่อยากตาย"
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกปนดื้อรั้นเป็นครั้งแรก แต่มันกลับน่ามองเสียจนอคินต้องละสายตาออกอย่างยากลำบาก เขากระชับปืนพกในมือขวาให้มั่น พร้อมกับนับจังหวะเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาทุกที... เก้า... แปด... เจ็ด...
ทว่า เสียงฝีเท้านั้นกลับหยุดชะงักที่หน้าประตูห้องครัวพอดี เงาสะท้อนทาบทับผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามา รินทร์กลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงนาฬิกา อคินขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเตรียมรับมือกับการปะทะ แต่ในจังหวะที่นิ้วชี้กำลังจะปลดเซฟปืน เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อกั๊กของรินทร์ก็แผדเสียงสั่นครืดคราดทำลายความเงียบสงบทั้งหมด!
ชิบหายแล้ว...
อคินตวัดสายตาดุจัดมองคนตัวแสบในทันที รินทร์ทำหน้าแห้งหยง ส่งยิ้มแห้งแล้งกลับมาให้พร้อมกับกระซิบเบาหวิว "ระบบตั้งเวลาปลุก... ผมลืมปิดครับ มือปราบ"
ไม่รอให้อคินได้เอ่ยปากด่าทอ อันตรายก็พุ่งทะยานเข้ามา เมื่อเงาร่างด้านนอกกระชากผ้าม่านขาดวิ่น พร้อมกับลำกล้องปืนสีดำสนิทที่จ่อตรงเข้ามายังจุดที่พวกเขากอบกุมกันอยู่!
ฉากแอ็กชันสั้นๆ แต่ดุเดือดเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที อคินดันร่างของรินทร์หลบวิถีกระสุนพร้อมกับเหนี่ยวไกสวนกลับไปหนึ่งนัด เสียงปืนดังสนั่นก้องเซฟเฮาส์ไร้เสียง ตามด้วยเสียงร่างบางอย่างทรุดฮวบลงกับพื้นห้องโถงชั้นนอก และเสียงฝีเท้าที่วิ่งหนีเตลิดออกทางหน้าต่างหลังบ้าน
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่อุณหภูมิในห้องครัวกลับร้อนระอุขึ้นอย่างน่าประหลาด เมื่ออคินพบว่าตอนนี้ร่างของเขาทาบทับอยู่เหนือร่างของรินทร์แบบแนบสนิท ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นกายเฉพาะตัวของรินทร์ผสมกับกลิ่นฝุ่นจางๆ ลอยเข้าจมูกปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่นายมือปราบพยายามกด
"ลุกขึ้นได้แล้วมั้งครับ" รินทร์กระซิบเสียงพร่า ดวงตากลมโตพราวระยับ แม้ใบหน้าจะยังคงมีคราบความตกใจหลงเหลืออยู่ "หรือติดใจการนอนใต้ร่างผมซะแล้วล่ะ นายมือปราบ?"
อคินขบกรามแน่น รีบผละกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเย็นชาดังเดิม แม้ว่าใบหูทั้งสองข้างจะขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิดก็ตาม "อย่าหลงตัวเองให้มากนัก รินทร์ นายทำกฎข้อแรกพังตั้งแต่ยังไม่พ้นวันแรกด้วยซ้ำ"
รินทร์ยันตัวลุกขึ้นปัดฝุ่นตามกางเกงอย่างไม่ใส่ใจนัก ใบหน้าหวานยิ้มกวนประสาทตามฟอร์ม "กฎอะไรอีกครับเนี่ย ผมยังไม่ได้เซ็นสัญญาจ้างงานเลยนะ"
"ฟังให้ดี นี่คือ 'กฎสามข้อ' ในเซฟเฮาส์ของฉัน" อคินก้าวเข้าไปประชิดตัว บีบปลายคางมนให้เงยขึ้นสบตา บรรยากาศรอบตัวกดดันจนรินทร์ต้องกลืนน้ำลายลงคอ "ข้อแรก ห้ามทำตัวเป็นภาระและห้ามก่อเรื่องเด็ดขาด... ซึ่งนายแหกมันไปแล้วในนาทีแรก"
รินทร์เบะปากอย่างไม่ยี่ห้อ ปัดมือหนาออกเบาๆ "แล้วข้อสองกับข้อสามล่ะครับ พ่อรูปหล่อ"
"ข้อสอง ห้ามเข้าใกล้ระยะประชิดตัวฉันเกินหนึ่งเมตรโดยไม่จำเป็น... และข้อสาม ห้ามมีความลับต่อกัน" อคินร่ายยาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับต้องการค้นหาคำตอบ "โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า ทำไมพวกมันถึงตามกลิ่นนายมาถึงที่นี่ได้เร็วขนาดนี้ ทั้งที่เราเพิ่งย้ายมาไม่ถึงห้าชั่วโมง!"
รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของรินทร์จางหายไปในพริบตา ดวงตาคู่สวยหลบวูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้นเช่นเดิม "ผมเป็นแฮกเกอร์นะมือปราบ โลกนี้ไม่มีความลับอะไรสำหรับผมหรอก... และบางที หนึ่งในกฎสามข้อที่นายเพิ่งตั้งเมื่อกี้ นายเองนั่นแหละที่เป็นคนแหกมันซะเอง"
"หมายความว่ายังไง?" อคินขมวดคิ้วมุ่น
"ก็ข้อสองไง..." รินทร์ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวอคินอย่างรวดเร็ว จนระยะห่างที่เคยถูกกำหนดไว้พังทลายลงในพริบตา ปลายจมูกรั้นเฉียดผ่านแก้มสากไปนิดเดียว ขณะที่มือเรียวเอื้อมไปแตะปกเสื้อเชิ้ตของนายมือปราบเบาๆ พร้อมกับกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังหัวใจกระตุกวูบ
"...นายบอกว่าห้ามเข้าใกล้เกินหนึ่งเมตร แต่ดูตอนนี้สิครับ ใครกันแน่ที่ยืนชิดจนผมแทบจะสิงร่างอยู่แล้ว"
อคินชะงักค้าง สมองตื้อตันไปชั่วขณะกับความกะล่อนที่เหนือความคาดหมาย ก่อนที่มือหนจะตัดสินใจรวบเอวบางเข้าหาตัวเพื่อลงโทษคนปากดีให้เข็ดหลาบ แต่ทว่า...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านหน้าดังขึ้นสามครั้งตามด้วยจังหวะที่คุ้นเคย และก่อนที่อคินจะได้เอ่ยปากห้าม ประตูไม้หน้าเซฟเฮาส์ก็ถูกผลักเปิดออกผาง พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทเนี้ยบกริบของ **ผู้กองศิลา** ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตาดุคมกวาดมองสภาพยับเยินของห้องโถงและท่าทางแนบชิดของคนทั้งคู่ด้วยแววตาสสมเพชเวทนา
"ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของพวกนายสินะ... อคิน" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับซ่อนความเหี้ยมเกลียวไว้เต็มเปี่ยม "โดยเฉพาะกับ 'นักโทษหลบหนีคดี' ที่นายซ่อนไว้เนี่ยนะ?"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 3
กฎสามข้อที่ไม่เคยทำได้
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!