เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 22

ความกลัวที่หายไป

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
ปัง! เสียงคำรามของกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตรเจาะทะลุกระจกหน้าต่างเซฟเฮาส์จนแตกละเอียด เศษแก้วคมกริบโปรยปรายราวกับหิมะมรณะในความมืด อคินไม่ลังเลแม้แต่เสี้ยววินาที ร่างสูงโปร่งพุ่งเข้าชาร์จตัวรินทร์ที่กำลังนั่งอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊ก แรงปะทะทำให้ทั้งคู่กลิ้งหลบไปกระแทกกับมุมห้อง อคินใช้แผ่นหลังของตัวเองเป็นโล่กำบังไม่ให้เศษแก้วและกระสุนนัดที่สองที่ตามมาติดๆ ทำอันตรายคนตัวเล็กในอ้อมแขน "บ้าเอ้ย! มันมาเร็วกว่าที่คำนวณไว้สามนาที!" รินทร์สบถเสียงดัง แว่นตากรอบบางหลุดกระเด็น แต่ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน เขากลับไม่มีเวลาสนใจมัน ดวงตาสีเข้มเงยขึ้นมองอคินที่โน้มตัวคร่อมทับเขาอยู่ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ท่ามกลางกลิ่นดินปืนและควันจางๆ อคินขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าคมคายฉายแววเคร่งเครียดจนน่ากลัว มือหนาข้างหนึ่งกุมปืนพกประจำกายแน่น ส่วนมืออีกข้างที่โอบเอวบางไว้สั่นเทาเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความกลัวของตัวเอง แต่เป็นเพราะความคิดที่ว่าเกือบจะรักษารินทร์ไว้ไม่ได้เมื่อครู่ "เจ็บตรงไหนไหมรินทร์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม น้ำเสียงนั้นเจือความร้อนรนจนผิดวิสัยมือปราบผู้สุขุม "ปากดีอย่างผม ไม่ตายง่ายๆ หรอกครับคุณมือปราบ... แต่ถ້າคุณยังทับผมอยู่แบบนี้ ผมอาจจะขาดอากาศหายใจตายก่อนที่กระสุนพวกมันจะเจาะหัวซะก่อน" รินทร์สวนกลับทันควัน แม้ริมฝีปากจะแยกรอยยิ้มกวนประสาทออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก แต่หัวใจในอกกลับเต้นโครมครามจนไม่รู้ว่ามาจากเสียงปืนหรือเพราะคนตรงหน้ากันแน่ อคินถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก รินทร์ยังคงเป็นรินทร์ คนที่ต่อให้สถานการณ์ตรงหน้าจะเป็นนรกโลกันตร์ ก็ยังหาจังหวะกวนประสาทเขาได้เสมอ ภายนอกเซฟเฮาส์ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาประชิดประตูหน้า ผู้กองศิลาและลูกน้องในคราบหน่วยจู่โจมกำลังปิดล้อมที่นี่ ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมตลอดหลายเดือนถูกกระชากหน้ากากออกอย่างโหดร้าย ผู้กองศิลาไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือ แต่มาเพื่อปิดปากพวกเขาถาวรในฐานะแพะรับบาปขององค์กร "พวกมันมากันเป็นฝูง ทางหนีไฟหลังอาคารถูกบล็อกแล้ว ระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ผมกำลังเจาะข้อมูลเพื่อดึงหลักฐานเส้นทางการเงินขั้นสุดท้าย... ต้องการเวลาอีกสحวินาที..." นิ้วเรียวของรินทร์กดแป้นพิมพ์รัวเร็วราวกับเล่นเปียโน ท่ามกลางแสงไฟจากหน้าจอที่สาดกระทบใบหน้าตึงเครียดของแฮกเกอร์หนุ่ม อคินมองประตูไม้เนื้อแข็งที่เริ่มมีรอยกระแทกจากชะแลงด้านนอก มันคงทนได้อีกไม่ถึงนาที เขายกปืนขึ้นเล็งไปที่บานประตู พร้อมกับขยับตัวเข้ามาแนบชิดรินทร์มากยิ่งขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่าง ไหล่กว้างบังร่างของคนตัวเล็กไว้มิดชิด "ถ้าเราต้องตายตรงนี้..." อคินเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนท่ามกลางเสียงฝีเท้าข้างนอก "ผมมีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้บอกคุณ" รินทร์ชะงักมือที่กำลังพิมพ์ หันมามองสบตากับนายมือปราบ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายความจริงจังและยอมจำนนต่อความรู้สึกที่ฉายชัดในแววตาคู่นั้น "เวลานี้เนี่ยนะ คุณอคิน?" รินทร์แค่นหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความวาบหวามที่ตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างประหลาด "เก็บไว้พูดตอนที่เรานั่งจิบกาแฟสบายๆ ดีกว่าไหมครับ" "ถ้าไม่มีโอกาสนั้นล่ะ" อคินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้ม "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมปากแข็งใส่คุณ ทำเป็นรำคาญเวลาที่คุณกวนประสาท... แต่ความจริงคือ ทุกครั้งที่คุณยิ้ม ทุกครั้งที่คุณเถียงผม ท่ามกลางโลกที่เน่าเฟะและเต็มไปด้วยกระสุนปืนนี้ คุณคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมอยากรอดชีวิตออกไป... รินทร์ ผมไม่ได้ล้อเล่น" คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางห้วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ทำให้รินทร์นิ่งค้างไป สมองที่เคยประมวลผลข้อมูลนับล้านบรรทัดกลับว่างเปล่า หัวใจเต้นแรงจนเจ็บแปลบที่หน้าอก ความกลัวตายที่ควรจะมี มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความอุ่นซ่านที่แผ่ขยายเข้ามาแทนที่ รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาไหววับด้วยประกายความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานาน มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะที่สันดานหนาของอคินเบาๆ เป็นครั้งแรกที่อัจฉริยะนักแกะรอยผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใคร ยอมทิ้งกำแพงทั้งหมดลงตรงหน้าผู้ชายคนนี้ "คุณมันบ้า... อคิน" รินทร์กระซิบเสียงสั่น พลางอมยิ้มบางๆ ทั้งน้ำตาคลอเบ้า "แต่... ผมก็รอฟังคำนี้มานานพอๆ กับที่คุณทนเก็บมันนั่นแหละครับ" รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของอคิน เป็นรอยยิ้มที่แทบไม่เคยมีใครได้เห็น มือหนายื่นไปกุมมือเรียวที่แก้มของเขาไว้แน่น กระชับความสัมพันธ์ท่ามกลางเสียงทุบประตูด้านนอกที่ดังสนั่นขึ้นเรื่อยๆ ในนาทีนี้ กระสุนปืน ศัตรู หรือแม้แต่ความตาย อยู่นอกเหนือการรับรู้ พวกเขารู้เพียงแค่ว่า... น้ำหนักของการมีชีวิตอยู่ไม่ได้อยู่ที่ภารกิจกู้ชาติอีกต่อไป แต่มันอยู่ที่คนตรงหน้าที่กำลังกุมมือกันไว้แน่น ปัง! เสียงถีบประตูไม้พังทลายลงพร้อมกับกลุ่มควันและเงาร่างของหน่วยจู่โจมที่พรูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ อคินดึงรินทร์ให้หลบหลังเสาคอนกรีตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเหนี่ยวไกสวนกลับไปในความมืดเพื่อเปิดฉากปะทะครั้งสุดท้าย แต่ก่อนที่เสียงปืนจะกลบทุกสรรพเสียง หน้าจอโน้ตบุ๊กตรงหน้าก็ส่งเสียงเตือน 'Success' พร้อมกับไฟล์ข้อมูลลับทั้งหมดถูกอัปโหลดไปยังเซิร์ฟเวอร์สำรองเรียบร้อยแล้ว รินทร์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์เช่นเดิม แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด เขาหันไปสบตากับอคินที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างกาย "ข้อมูลอยู่กับเราแล้วครับคุณมือปราบ... ทีนี้ ตาคุณจัดการพวกมันให้ราบคาบ เพื่อที่เราจะได้ไปเคลียร์เรื่องของเราต่อให้จบ" อคินแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับนักล่าที่พร้อมฉีกกระชากเหยื่อ "รับทราบครับ คุณนักแกะรอย" ทว่า ในจังหวะที่อคินกำลังจะเหนี่ยวไกนัดตัดสินใส่ศัตรูคนแรกที่พุ่งเข้ามา แสงไฟฉายแรงสูงนับสิตัวก็สาดส่องเข้ามาจากหน้าต่างที่แตกละเอียด พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งหยุดยิงจากบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังของพวกเขา—บุคคลที่ถือไพ่เหนือกว่า และกุมความลับทั้งหมดที่อคินไม่มีวันคาดคิด!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%