กระสุนปืนไม่ได้ลั่นออกมาทันทีอย่างที่ควรจะเป็น แต่น้ำหนักของความเงียบที่กดทับลงบนโถงจอดรถร้างแห่งนี้ กลับหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าปลายกระบอกปืนที่จ่อตรงหน้าอกของอคิน
"ถ้าขยับอีกนิดเดียว หัวใจนายคงได้ระเบิดเป็นจุลจริงๆ นะครับ หมวดอคิน"
เสียงของผู้กองศิลาเยียบเย็นและคมกริบราวกับใบมีดโกน ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบครึ่งท่อนยืนนิ่งอยู่ในเงาดำ ดวงตาคมปลาบจับจ้องอคินด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ทั้งความผิดหวัง ความโกรธขึง และความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะลั่นไกได้ทุกเมื่อหากมีสัญญาณเตือนภัย ทว่าสิ่งที่ทำให้อคินและรินทร์ที่ยืนตัวแข็งอยู่ข้างกันต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่ตัวของผู้กองศิลา... แต่เป็นร่างระหงของบุคคลที่สามที่ก้าวพ้นออกมาจากเงาเสาปูนอีกต้น
"สารวัตร... ธน ์?" รินทร์หลุดปากอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ดวงตากลมโตฉายแววไม่เชื่อสายตา
สารวัตรธนากร ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ผู้ซึ่งควรจะนั่งรอรายงานลับอยู่ที่เซฟเฮาส์ในกรุงเทพฯ กลับยืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ในรัศมีร้อยกิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุ พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้อบอุ่นเหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความลับดำมืดที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
"ตกใจมากสินะครับ เด็กน้อย" สารวัตรธนากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับทำให้สันหลังของรินทร์เยียบเย็นวาบ "คิดว่าพวกคุณฉลาดพอที่จะหนีพ้นสายตาของกรมตำรวจไปได้จริงๆ หรือครับ?"
อคินขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเอาลำตัวของตนเองบังรินทร์ไว้ครึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณดิบของมือปราบหน่วยพิเศษกรีดร้องเตือนภัย สติสัมปชัญญะทุกตารางนิ้วถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด มือหนาของอคินเอื้อมไปกุมมือบางของรินทร์ที่ข้างลำตัวไว้แน่น บีบกระชับเพื่อส่งสัญญาณเตือนให้อีกฝ่ายเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่ไม่มีทางเลือก
"พวกคุณรู้แผนทั้งหมดตั้งแต่แรกแล้วสินะครับ" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบจ้องมองตรงไปยังผู้บังคับบัญชาทั้งสองคน "ที่ปล่อยให้พวกผมตามหาเบาะแส... ก็เพื่อใช้พวกผมเป็นเหยื่อล่อไอ้หนอนกระดอนในกรมออกมารabอย่างนั้นใช่ไหมครับ?"
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมดุไหววับ "นายฉลาดเสมออคิน... แต่น่าเสียดายที่ความอวดดีมันมักจะพาตัวเองและคนอื่นไปตาย"
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อตายครับผู้กอง" อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคง แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะปกป้องคนที่อยู่ข้างหลังด้วยชีวิต "และผมก็ไม่มีวันยอมให้ใครเอาตัวรินทร์ไปเด็ดขาด"
รินทร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่หนתเหน็บและตึงเครียด มือหนาที่กุมมือเขาไว้อยู่เต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ แต่มันกลับอบอุ่นและมั่นคงเสียจนรินทร์เผลอผ่อนคลายความตื่นตระหนกลงไปได้ครึ่งหนึ่ง
*ไอ้บ้านี่... เวลาหน้าสิ่วหน้าขวัญแบบนี้ ยังจะมาทำเท่ให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอีกนะ* รินทร์คิดในใจ พลางเม้มปากแน่นก่อนจะก้าวออกมาจากด้านหลังของอคินครึ่งก้าว ดวงตาคู่สวยฉายแววเจ้าเล่ห์และกวนประสาทขึ้นมาทันที แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด สัญชาตญาณนักแกะรอยตัวแสบก็ไม่เคยทิ้งลาย
"โธ่ สารวัตรครับ เล่นใหญ่ปานนี้ ค่าเบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัยรอบนี้ต้องคูณสามแล้วนะครับเนี่ย" รินทร์เอ่ยกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงติดกวนประสาททำเอาศิลาถึงกับคิ้วกระตุก ส่วนสารวัตรธนากรกลับหลุดยิ้มออกมาจางๆ
"ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะคุณรินทร์ สมแล้วที่เป็นแฮกเกอร์ตัวแสบที่กรมตำรวจปวดหัวมาเป็นปี" ธนากรป้องปากเบาๆ ก่อนจะลดมือลง สายตาคมกวาดมองทั้งคู่ด้วยความพิจารณา "แต่ผมเกรงว่า... การเดินทางของคุณสองคนจะต้องหยุดลงแค่ตรงนี้ครับ เราต้องกลับกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้"
"ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะครับ?" อคินสวนกลับทันควัน พร้อมกับขยับมือข้างที่ว่างลงไปแตะด้ามปืนพกใต้เสื้อแจ็คเก็ตอย่างแนบเนียน
"คุณก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วนี่ครับ อคิน" ศิลาขึ้นลำกล้องปืนในมือเสียงดัง *กริ๊ก* ชัดเจนในความเงียบ "ความอดทนของผมมีขีดจำกัดนะ"
"พอกandก่อนเถอะครับ ผู้กอง... สารวัตร" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียด ทำให้ทุกคนต้องหันขวับไปมอง
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวออกมาจากรถตู้สีดำทึบที่จอดสนิทอยู่ลึกเข้าไปในมุมมืดของลานจอดรถ ชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูป ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาสีสนิมคู่นั้นกวาดมองอคินและรินทร์ด้วยความสนใจใคร่รู้ ราวกับกำลังมองดูหนูสองตัวที่ติดอยู่ในกรงเล็บของแมว
รินทร์เบิกตากว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน "แก...!"
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เจ้าหนูนักแกะรอย" บุคคลปริศนายิ้มกว้าง "คิดถึงฉันไหมครับ?"
สถานการณ์พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทันทีที่ตัวแปรสำคัญปรากฏตัวขึ้น ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมตลอดหลายเดือนกำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกในไม่กี่วินาทีข้างหน้า และรอยต่อระหว่างความลับกับความตาย กำลังจะถูกเชื่อมเข้าหากันด้วยกระสุนนัดแรกที่ถูกเหนี่ยวไกขึ้น!
...โปรดติดตามตอนต่อไปครับ...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 21
การเดินทางสู่รอยต่อ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!