หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาบนตักของรินทร์กะพริบแสงสีแดงวาบ รัวรัวราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นเร้าด้วยความตื่นตระหนก ข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณลับและไฟล์บันทึกเสียงสนทนาระหว่างสารวัตรใหญ่กับองค์กรค้ายาข้ามชาติถูกอัปโหลดสลับชื่อผู้ถือครองอย่างแนบเนียน และชื่อที่ปรากฏหราในฐานะ "หนอนบ่อนไ้ส้" ตัวฉกาจ กลับไม่ใช่ใครอื่น... แต่อย่างใดนอกจากชื่อของอคิน
"สารวัตรใหญ่..." อคินเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความตกตะลึงสุดขีด ขณะที่รินทร์หน้าซีดเผือกเมื่อตระหนักได้ว่า เกมนี้พวกเขากำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่ใหญ่กว่าที่คิดไว้หลายร้อยเท่า
เสียงไซเรนรถตำรวจดังสนั่นหวั่นไหวมาจากปากซอย มืดทึบ ยิ่งเพิ่มบรรยากาศที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ แสงไฟสีแดงน้ำเงินสาดส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างห้องพักเซฟเฮาส์เข้ามาเป็นระลอก รินทร์กัดริมฝีปากจนห่อเลือด นิ้วเรียวยาวบนแป้นพิมพ์รัวเร็วจนเกิดเสียงดังระรัวเพื่อพยายามตัดสัญญาณการติดตามตัว แต่ทว่า... ทุกช่องทางถูกบล็อกด้วยระบบไฟร์ออลระดับทหาร
"แย่แล้วคุณอคิน พวกมันล็อกไอพีและส่งพิกัดมาที่นี่เรียบร้อยแล้ว อีกไม่ถึงสามนาทีหน่วยจู่โจมพิเศษของผู้กองศิลาจะพังประตูเข้ามา" รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาอคิน แววตาของนักแกะรอยอัจฉริยะฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกัน
อคินไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าไปคว้าแขนเรียวของรินทร์ให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาคมกริบทอประกายเด็ดเดี่ยวราวกับเสือดาวที่พร้อมล่าเหยื่อหรือปกป้องสิ่งที่รักด้วยชีวิต
"เก็บของแล้วออกทางหนีไฟหลังอาคาร อย่าปล่อยมือจากผมเด็ดขาด... เข้าใจไหมรินทร์" น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังของอคินไม่ได้มีแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้หัวใจของรินทร์ที่กำลังเต้นรัวกลับสงบลงได้อย่างน่าประหลาด
"รู้แล้วน่า ไม่ต้องสั่งผมก็เอาตัวรอดเป็นเหมือนกัน" รินทร์ตอบสวนกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามเคย แม้ว่าเหงื่อกาฬจะไหลซึมเต็มกรอบหน้าสวยแล้วก็ตาม มือบางรีบคว้าแฟลชไดรฟ์สำรองข้อมูลตัวสุดท้ายใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ก่อนจะยอมให้อุปกรณ์สื่อสารและข้าวของทุกอย่างถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
ปัง! เสียงพังประตูห้องด้านหน้าดังสนั่นหวั่นไหว เศษไม้และฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ เสียงตะโกนก้องด้วยความเกรี้ยวกราดของผู้กองศิลาแผดลอดเข้ามาในโสตประสาท
"จับตัวอคินกับไอ้แฮกเกอร์นั่นไว้! อย่าให้พวกมันหนีไปได้เด็ดขาด!"
อคินกระชากข้อมือรินทร์ให้วิ่งทะยานออกทางหน้าต่างระเบียงหลังห้องในเสี้ยววินาทีที่ประตูห้องถูกถีบพังลงมา ทั้งสองคนพุ่งตัวลงสู่ระเบียงตึกแถวฝั่งตรงข้ามท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา หยาดน้ำฟ้าเย็นเฉียบกระทบผิวกาย แต่ความเร่าร้อนของอะดรีนาลินในกระแสเลือดกลับพุ่งพล่านจนร้อนระอุ
"ทางนี้!" อคินดึงรินทร์ให้มุดเข้าสู่ซอกตึกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยกองขยะและท่อระบายน้ำกลิ่นอับ ทั้งสองแนบกายชิดกับกำแพงอิฐมอญสีแดงเพื่อหลบซ่อนจากสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังกระจายกำลังค้นหาอย่างบ้าคลั่ง
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งผ่านซอกตึกไปเพียงไม่กี่คืบ อคินใช้ลำตัวกำยำของตัวเองบังร่างบางของรินทร์ไว้มิดชิด แผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังบางจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ ลมหายใจอุ่นร้อนของอคินเป่ารดต้นคอขาวเนียน ทำให้รินทร์รู้สึกวูบวาบแปลกๆ แม้ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้
"คุณอคิน..." รินทร์กระซิบแผ่วเบา ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ ในความมืดสลัว แววตาของนายปราบหนุ่มไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงความห่วงใยระคนหึงหวงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม
"เงียบก่อนรินทร์..." อคินกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนชวนสั่นสะท้อน มือหนาข้างหนึ่งโอบเอวบางไว้แน่นเพื่อดึงเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ส่วนมืออีกข้างกำด้ามปืนพกในซองคาดเอวแน่น พร้อมลั่นไกหากมีใครรุกล้ำเข้ามา
ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนไร้ช่องว่างทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายทั้งสองคนผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมาในอก ท่ามกลางความเป็นความตายและความสิ้นหวังที่รายล้อม พวกเขากลับรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เราสองคน
เมื่อเสียงฝีเท้าและเสียงวิทยุสื่อสารเริ่มขยับถอยห่างออกไปทางถนนใหญ่ อคินจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา เขาก้มลงมองรินทร์ที่ยังคงอยู่ในอ้อมแขน สายตาคมกริบอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความดุดันตามสไตล์คนปากแข็ง
"เก่งนักนะ... พาตัวเองมาซวยกับผมจนได้" อคินเอ็ดเบาๆ แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความเอ็นดู
"ผมไม่ได้พาตัวเองมาซวยสักหน่อย... ก็สารวัตรใหญ่ของหน่วยคุณมันเล่นสกปรกต่างหากล่ะ" รินทร์เชิดหน้าเถียงทันควัน แม้ริมฝีปากจะแย้มยิ้มเยาะอย่างไม่ยอมแพ้ "ว่าแต่... ถ้าเราหนีพ้นคราวนี้ คุณต้องเลี้ยงกาแฟผมสิบแก้วเลยนะ"
อคินแค่นหัวเราะในลำคออย่างมันเขี้ยว "สิบแก้วค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้... เราต้องออกไปจากเขตนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ศิลาจะส่งกำลังเสริมมาปิดล้อมทุกตารางนิ้ว"
ทั้งคู่ก้าวเท้าออกจากซอกตึกมืดด้วยความระมัดระวัง มุ่งหน้าสู่จุดจอดรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่อคินซ่อนไว้ในลานจอดรถร้างท้ายซอย แสงไฟจากท้องถนนสะท้อนเงาร่างของทั้งสองคนที่ก้าวเดินเคียงข้างกันอย่างไม่หวั่นเกรงต่ออุปสรรคใดๆ เบื้องหน้าคือเดิมพันด้วยชีวิต หากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว จุดจบคือความตายหรือคุกตลอดชีวิต
แต่อคินไม่สน... และรินทร์เองก็ไม่คิดจะถอยหลังกลับเช่นกัน
ทว่า... ในจังหวะที่อคินกำลังจะเอื้อมมือไปปลดล็อกหมวกกันน็อกบนแฮนด์รถ เสียงปรบมือเบาๆ แต่ก้องกังวานก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง พร้อมกับลำแสงไฟฉายแรงสูงนับสิบดวงที่สาดส่องตรงมาที่พวกเขาจากทุกทิศทุกทาง
"ฉลาดมาก... ที่หนีมาได้ไกลขนาดนี้"
น้ำเสียงเยียบเย็นและคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของผู้กองศิลาที่ก้าวออกมาจากเงาดำของเสาปูน พร้อมด้วยปืนพกในมือที่เล็งตรงมาที่หน้าอกของอคินอย่างไร้ความลังเล และด้านข้างของศิลา... คือบุคคลที่สามที่ทำให้อคินและรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความเดือดระอุของคู่กัดคู่นี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 20
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!