เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 19

ศัตรูที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
เศษปูนสีเทาที่ร่วงกราวลงมากระทบไหล่ไม่ได้ทำให้ความสนใจของอคินหลุดไปจากร่างของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเลยแม้แต่น้อย ปืนสั้นในมือของสารวัตรหนุ่มถูกยกขึ้นเล็งตรงไปที่ศีรษะของบุคคลที่เพิ่งก้าวพังประตูเข้ามาอย่างไม่ลังเล ทว่าเป้าหมายกลับไม่ใช่ผู้กองศิลาและกำลังเสริมที่กรูกันเข้ามาปิดล้อมเซฟเฮาส์จนมุมอับ แต่เป็นปลายกระบอกปืนของใครอีกคนที่กำลังจ่อตรงเข้าแผ่นหลังของรินทร์—นักแกะรอยตัวแสบที่ตอนนี้ดวงตากลมโตกำลังเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง "ลดปืนลงซะ อคิน..." น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นจากเงาดำด้านหลังรินทร์ ร่างสูงโปรดของ 'สารวัตรภาคภูมิ' นายตำรวจมือสะอาดผู้เป็นเพื่อนสนิทและมือขวาที่อคินไว้ใจที่สุดกำลังยืนคุมเชิงอยู่ โดยมีปลายนิ้วที่เหนี่ยวไกปืนจ่อติดกับท้ายทอยของคนตัวเล็กกว่าอย่างไร้ความปรานี อคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ "แก... ทำไมถึงเป็นแก ภาคภูมิ" "ตกใจมากสินะครับเพื่อนรัก" ภาคภูมิยิ้มเยาะมุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองสภาพยับเยินของเซฟเฮาส์ไร้เสียงแห่งนี้ "วงการสีกากีมันเน่าเฟะเกินกว่าจะเยียวยาแล้วอคิน นายต่างหากที่โง่เง่าวิ่งไล่จับเงาตามคำสั่งของผู้ใหญ่ที่พร้อมจะเขี่ยพวกเราทิ้งได้ทุกเมื่อ... ผิดกับฉัน ที่เลือกอยู่ข้างคนที่มองเห็นคุณค่ามากกว่า" "อย่ามาพูดจาหล่อเหลาแถวนี้เลยสารวัตรภาคภูมิ" เสียงหวานที่ติดจะกวนประสาทดังแทรกขึ้นมาทันที แม้สถานการณ์จะคับขันจนแทบเอาชีวิตไม่รอด รินทร์ก็ยังไม่วายส่งเสียงเยาะเย้ยพลางเบี่ยงสายตาไปมองคนด้านหลัง "คิดจะหักหลังเพื่อนสนิทเพื่อเก้าอี้ผู้บัญชาการเนี่ยนะ? รสนิยมต่ำตมชะมัด... ว่าแต่เอาสมองส่วนไหนคิด ถึงคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมยืนให้เอาปืนจ่อหัวอยู่ฝ่ายเดียวน่ะฮะ" สิ้นคำพูดของรินทร์ ปลายนิ้วเรียวที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตก็ดีดนิ้วดัง *คลิก* เบาๆ พรึบ! ระบบไฟฉุกเฉินและเซิร์ฟเวอร์สำรองที่รินทร์แอบฝังโปรแกรมไวรัสระดับสูงไว้ทั่วเซฟเฮาส์ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามา ส่งผลให้หลอดไฟนีออนทุกดวงระเบิดประกายไฟวาบก่อนจะดับสนิท ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดสนิททันที "ระวังตัว! อย่าให้มันหนีไปได้!" เสียงคำรามสั่งการของศิลาก้องขึ้นท่ามกลางความโกลาหล เสียงฝีเท้าและเสียงกระแทกของเกราะกันกระุนดังสนั่นปะปนกับเสียงปืนที่เริ่มลั่นกระสุนอย่างไร้ทิศทางในความมืด ในความมืดมิดนั้น อคินไม่ลังเลที่จะพุ่งตัวฝ่ากระสุนปืนไปยังจุดที่รินทร์ยืนอยู่ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวเล็กของอีกฝ่ายแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างโปร่ง กลิ่นกายคุ้นเคยและสัมผัสอุ่นร้อนในยามวิกฤตทำให้รินทร์ชะงักไปชั่วขณะ "ตามมา..." อคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือด้วยความร้อนรนที่ปกปิดไม่มิด "จับมือฉันไว้แน่นๆ อย่าปล่อยเด็ดขาด" "รู้แล้วน่า... ไม่ได้มือสมัครเล่นสักหน่อย" รินทร์ตอบสวนกลับเสียงเบา แต่กลับยอมกระชับมือเรียวเข้ากุมฝ่ามือหนาของอคินไว้แน่นสนิทโดยไม่มีการบิดพลิ้วเหมือนทุกครั้ง อคินใช้ความคุ้นเคยกับโครงสร้างห้องและประสาทสัมผัสอันเฉียบคมพาตัวรินทร์หลบหลีกคมกระสุนที่เจาะทะลุกำแพงปูนเข้ามาเป็นระยะ พวกเขาพากันมุดตัวเข้าสู่ช่องระบายอากาศแคบๆ ด้านหลังห้องนอน ซึ่งเป็นทางหนีทีไล่ลับที่รินทร์แอบตาไวเห็นตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาสำรวจเซฟเฮาส์แห่งนี้ เสียงฝีเท้าและแสงไฟฉายจากหน่วยไล่ล่าของศิลาและภาคภูมิไล่หลังมาติดๆ แสงไฟวาดผ่านช่องระบายอากาศห่างจากหัวของพวกเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นดินปืนและควันจางๆ ลอยคละคลุ้งจนแสบจมูก อคินดันร่างของรินทร์ให้อยู่ข้างหน้าขณะที่ตัวเองทำหน้าที่เป็นโล่กำบังคอยระวังหลังให้ตลอดทาง จนกระทั่งพวกเขาคลานทะลุออกมายังตรอกมืดด้านหลังอาคารพาณิชย์ร้าง สายฝนปรอยๆ ยามค่ำคืนโปรยปลงมาช่วยชะล้างคราบเหงื่อและฝุ่นควันบนใบหน้าของทั้งคู่ อคินดึงรินทร์ให้เข้าไปหลบอยู่ใต้เงาของกันสาดตึกเก่า ก่อนจะใช้มือหนายันผนังปูนกักขังคนตัวเล็กไว้ตรงกลางระหว่างแขนทั้งสองข้างเพื่อเช็กความปลอดภัย ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นถี่ ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติ "นาย... เจ็บตรงไหนไหมรินทร์?" อคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจตามใบหน้าและลำตัวของคนตรงหน้าอย่างเป็นห่วงเป็นใย ลืมมาดขรึมและท่าทีเย็นชาไปจนหมดสิ้นเมื่อรู้ว่าเมื่อครู่เกือบจะสูญเสียคนสำคัญไปตลอดกาล รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาส่อแววแพรพราวระคนความดื้อรั้นเช่นเดิม แม้ริมฝีปากบางจะซีดเซียวเล็กน้อยจากความเหนื่อยอ่อน "เป็นห่วงผมเหรอครับสารวัตร... หน้าตาดูไม่ได้เลยนะเนี่ย" "เวลานี้ยังจะเล่นอีกรึไง" อคินถอนหายใจยาวด้วยความหมั่นไส้ระคนโล่งอก ก่อนจะใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเศษเขม่าควันสีดำที่เปื้อนข้างแก้มเนียนออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับลุคดุๆ ทำเอารินทร์ถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นแรงยิ่งกว่าตอนหนีตายเมื่อครู่เสียอีก "ใครเล่นกันล่ะ... ก็มันจริงนี่นา" รินทร์พึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างลึกซึ้งเสียดแทงหัวใจ ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานปนความตึงเครียดของสถานการณ์รอบตัวนั้นเอง เสียงกტชัตเตอร์ของกล้องดิจิทัลขนาดเล็กก็ดังขึ้น *แชะ!* พร้อมกับแสงแฟลชสีขาวที่สาดวาบเข้าใส่ใบหน้าของทั้งคู่จากมุมมืดของตรอกฝั่งตรงข้าม อคินตวัดสายตาดุดั่งเหยี่ยวหันขวับไปมองทันที ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาจากเงาไม้อย่างใจเย็น พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ปรากฏบนใบหน้าคมคายของบุคคลที่พวกเขาคาดไม่ถึงที่สุด "ช็อตนี้สวยใช้ได้เลยนี่ครับ... ดูท่าทางสารวัตรกับคุณนักแกะรอยจะรักกันกลมเกลียวดีจริงๆ เสียด้วยสิ" ดวงตาของอคินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนขวางทางหนีเส้นทางสุดท้ายเอาไว้ "สารวัตรใหญ่..." อคินเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความตกตะลึงสุดขีด ขณะที่รินทร์หน้าซีดเผือกเมื่อตระหนักได้ว่า... เกมนี้พวกเขากำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่ใหญ่กว่าที่คิดไว้หลายร้อยเท่า ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%