เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 23

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
ปลายกระบอกปืนสaet 9 มม. ของอคินสั่นระริกเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาลจากแสงไฟฉายแรงสูงนับสิบดวงที่สาดกระหน่ำเข้ามาจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า ร่างสูงกวาดตามองผ่านความสว่างจ้าเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในขณะที่รินทร์ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างกันเอื้อมมือมาคว้าชายเสื้อยุทธวิธีของเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ นิ้วเรียวของแฮกเกอร์หนุ่มไม่ได้สั่นเทา แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะดูเหมือนทางตันเต็มที "ลดปืนลงซะ อคิน" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังแหวกความเงียบขึ้นมาจากด้านหลัง บุคคลที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวพวกเขาไม่ใช่กองกำลังสังหารขององค์กรทมิฬอย่างที่คิด แต่เป็นผู้กองศิลา หัวหน้าหน่วยผู้ยึดติดกับกฎระเบียบและไม่เคยไว้ใจรินทร์ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะมองกราดไปยังคราบเขม่าดินปืนและร่างของสมุนศัตรูที่หมดสติอยู่บนพื้น ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่รอยแผลถลอกบนใบหน้าของอคิน อคินขบกรามแน่นจนสันกล้ามขึ้นนูน แต่เขาก็ยอมลดปืนลงช้าๆ ตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด "ผู้กอง... คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง และรู้ได้ยังไงว่าพวกเราอยู่ที่เซฟเฮาส์นี้" "ถ้าฉันไม่มา... นายคงใช้กระสุนนัดสุดท้ายเป่าสมองพยานปากเอกของคดีนี้ไปแล้ว" ศิลาตอบเสียงเรียบ สีหน้าไร้อารมณ์เช่นเคย ก่อนจะพยักเพยิดให้ลูกน้องในหน่วยอีกหลายนายกรูเข้าไปเคลียร์พื้นที่และควบคุมตัวคนร้ายที่เหลือ "พวกนายคิดว่ากำลังเล่นเกมสนุกๆ อยู่หรือไง ถึงได้แอบถอนตัวออกมาลุยเดี่ยวโดยไม่รายงานศูนย์ใหญ่" "ถ้าพวกเรามัวแต่รอคำสั่งจากเบื้องบน ป่านนี้หลักฐานทั้งหมดคงถูกกวาดล้างจนไม่เหลือซากไปแล้วครับผู้กอง" รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความกวนประสาทตามสไตล์ แม้แผ่นหลังจะแนบชิดอยู่กับแผงอกของอคินจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย "หรือว่า... ที่ผู้กองรีบมาตัดหน้าแบบนี้ เพราะกลัวว่าพวกผมจะสาวไปถึงตัวหนอนที่ซ่อนอยู่ในหน่วยของเรากันแน่ล่ะครับ" คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ศิลาหรี่ตามองรินทร์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ขณะที่อคินขยับตัวบังร่างโปร่งของรินทร์ให้พ้นจากรัศมีสายตาคมปลาบของผู้บังคับบัญชาโดยไม่รู้ตัว "ปากดีไม่เปลี่ยนนะ รินทร์" ศิลาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ "แต่ก็นะ... นายพูดถูกครึ่งหนึ่ง" อคินขมวดคิ้วมุ่น "หมายความว่ายังไงครับผู้กอง" "หมายความว่า... องค์กรทมิฬไม่ได้มีแค่พวกมือปืนรับจ้างที่พวกนายไล่ล่าอยู่ห่างๆ" ศิลาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารลับที่รินทร์เคยแฮกข้อมูลมาก่อนหน้านี้ขึ้นมาพลิกดู "แต่พวกมันมีเครือข่ายรากเหง้าที่ฝังตัวอยู่ลึกกว่าที่พวกนายคิด และคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้... ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่พวกนายกำลังร่วมมือด้วยต่างหากล่ะ" สิ้นคำพูดนั้น ศิลาก็โยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตที่ฉายภาพกล้องวงจรปิดจากสถานที่ลับแห่งหนึ่ง ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้อคินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่วนรินทร์ถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ภาพบนจอแสดงให้เห็นบุคคลที่พวกเขานึกไม่ถึงกำลังยืนประสานมืออยู่เบื้องหน้าหัวหน้าใหญ่ขององค์กรทมิฬ รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของคนคนนั้นสะท้อนผ่านแสงไฟสลัว ชัดเจนเสียจนไม่ต้องเดาเลยว่าใครคือหนอนตัวจริงที่คอยส่งข่าวให้ศัตรูมาโดยตลอด "เป็นไปไม่ได้..." อคินพึมพำออกมาเบาๆ ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวและผิดหวังตีรันกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก รินทร์กัดริมฝีปากแน่น ดวงตาสองสีทอประกายวับด้วยความเจ็บใจ "ให้ตายสิ... ผมน่าจะเฉลียวใจเร็วกว่านี้" ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับภาพตรงหน้า เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากแท็บเล็ตในมือของศิลาก็แผדเสียงดังลั่น แสงไฟภายในเซฟเฮาส์ดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัว "พวกมันรู้ตัวแล้วว่าเราพบหลักฐานนี้" ศิลาตวาดเสียงกร้าว สัญชาตญาณนักรบตื่นตัวเต็มที่ "ถอนกำลังเดี๋ยวนี้!" อคินไม่รอช้า เขาคว้าข้อมือของรินทร์ให้วิ่งตามออกไปทางประตูด้านหลังทันที ทว่า แรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากการระเบิดภายนอกก็ซัดเข้าใส่ตัวอาคารจนผนังปูนพังทลายลงมาขวางทางหนี เศษปูนและฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ แรงกระแทกทำให้รินทร์เสียหลักล้มลงไปกระแทกกับพื้น แขนเรียวถูกเศษไม้บาดจนเลือดซึม "รินทร์!" อคินพุ่งเข้าไปประคองร่างโปร่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สายตาคมกังวลฉายชัดผ่านความมืด "เจ็บตรงไหนรึเปล่า" "ผมไม่เป็นไร... แต่ทางออกถูกปิดตายแล้ว" รินทร์กัดฟันพูดพร้อมกับใช้มืออีกข้างกดแผลที่แขนไว้ ลมหายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้า อคินหันไปมองรอบกาย ทางหนีทีไล่ถูกตัดขาดทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกลุ่มมือปืนนับสิบชีวิตกำลังใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับเสียงหัวነกเยาะที่ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องหน้า ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังเข้าครอบงำ มือหนากลับกระชับมือของรินทร์แน่นขึ้น ดึงร่างโปร่งให้เข้ามาหลบหลังเสาปูนหนา ใบหน้าคมเข้มโน้มลงไปกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มแต่มั่นคงเด็ดเดี่ยว "จับมือผมไว้แน่นๆ... ต่อให้ต้องพังนรกภูมิ ผมก็จะไม่ยอมให้ใครพาตัวคุณไปเด็ดขาด" รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับมือปราบหนุ่มผ่านแสงไฟฉุกเฉินสีแดง หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวกลับสงบนิ่งลงอย่างน่าประหลาด ภายใต้สถานการณ์เป็นตายเท่ากันนี้ รอยยิ้มมุมปากที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานอีกครั้ง "ถ้าพูดแบบนี้... แปลว่าคุณมีแผนบ้าบิ่นอะไรอยู่ในหัวอีกแล้วสินะครับ มือปราบอคิน" รินทร์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่เจือรอยยิ้ม จังหวะลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงฝีเท้าของศัตรูที่หยุดยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว และในเสี้ยววินาทีที่เงาดำของกระบอกปืนพ้นมุมเสาเข้ามา อคินก็กระชากสลักระเบิดควันในมือขว้างออกไปสุดแรง พร้อมกับกระชับปืนในมือแน่น—ทว่า ก่อนที่เสียงปืนนัดแรกจะคำรามขึ้น จอคอมพิวเตอร์พกพารastที่รินทร์ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อก็ส่งเสียงแจ้งเตือนสั้นๆ พร้อมกับข้อความปริศนาบนหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด *ข้อความนั้นระบุพิกัดปัจจุบันของ "หนอนตัวจริง" ที่แท้จริง... ซึ่งอยู่ใกล้กว่าที่คิด และกำลังยืนรอต้อนรับพวกเขาอยู่ที่ปลายทางข้างหน้านี้เอง!* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%