เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 26

บททดสอบสุดท้าย

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
เสียงโลหะกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องในความมืดทึบ อคินไม่จำเป็นต้องใช้สายตาเพื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังขยับเข้าใกล้ กลิ่นอายอันคุ้นเคยของดินปืนและหยาดเหงื่อผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของชั้นใต้ดิน มันคือกลิ่นของศัตรูตัวฉกาจ—ผู้กองศิลา หน้าจอทั้งหมดดับวูบลงราวกับถูกตัดตอนด้วยมีดโกน เซฟเฮาส์ที่เคยสว่างไสวด้วยแสงสีฟ้าจากมอนิเตอร์นับสิบตัว บัดนี้กลายเป็นห้องขังไร้แสงดาว รินทร์ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนอิเล็กทรอนิกส์ที่มุมห้อง เสียงหอบหายใจเบาๆ ของอีกฝ่ายดังสลับกับเสียงโลหะเสียดสีกัน ยิ่งตอกย้ำให้หัวใจของมือปราบหนุ่มเต้นรัวด้วยความเดือดดาล "ทางเลือกสุดท้ายหมดลงแล้วนะ อคิน" เสียงทุ้มต่ำของศลาดังก้องมาจากความมืดเบื้องหน้า "นายเลือกที่จะปกป้องอาชญากรไซเบอร์คนนี้ มากกว่าอนาคตของหน่วยพิเศษอย่างนั้นหรือ" อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพยายามปรับโฟกัสในความมืด เขาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง แม้ร่างกายนายมือปราบจะเต็มไปด้วยบาดแผลจากการปะทะในรอบก่อนหน้านี้ แต่ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ไม่อาจมีใครสั่นคลอนได้ "อาชญากรที่คุณว่า... คือคนที่คุณไม่มีวันเอื้อมถึงด้วยซ้ำ ผู้กองศิลา" อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บ่งบอกถึงความเยือกเย็นที่ซ่อนไฟโทสะไว้เต็มเปี่ยม "เลิกเล่นเกมตื้นๆ แล้วปล่อยรินทร์ซะ ถ้านายยังไม่อยากกระดูกหักก่อนจะได้เดินออกไปจากที่นี่" "ปากดีไม่เปลี่ยน..." ศิลาสาวเท้าเข้ามาใกล้ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวที่มุมห้องเพิ่งเริ่มทำงาน สาดส่องให้เห็นใบหน้าคมคายที่เปื้อนรอยยิ้มเยาะเย้ย "นายคิดว่าลำพังตัวคนเดียว จะแลกอิสรภาพให้เด็กนี่ได้จริงหรือ? ระบบทั้งหมดอยู่ในมือฉัน รหัสปลดล็อกสลายตัวไปหมดแล้ว ถ้านายอยากให้มันรอด นายต้องเซ็นชื่อในใบลาออกและยอมรับผิดแทนฉันทั้งหมดซะ!" ข้อเสนอที่แลกมาด้วยอนาคต หน้าที่การงาน และศักดิ์ศรีทั้งหมดของมือปราบมือหนึ่ง แต่สำหรับอคินแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว "อคิน... อย่าบ้าหน่า!" เสียงหวานที่ติดจะแห้งผากตะโกนแทรกขึ้นมาจากมุมห้อง รินทร์พยายามดึงข้อมือออกจากพันธนาการจนผิวเนื้อแดงช้ำ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมาด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว "นายจะยอมเสียอนาคตเพราะแฮกเกอร์ปากเสียอย่างฉันเนี่ยนะ สมองนายกระทบกระเทือนมากไปหรือไงหะ!" อคินเหลือบสายตากลับไปมองคนด้านหลังเพียงนิดเดียว มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย "เงียบปากไปก่อนน่า รินทร์" อคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย เป็นความอ่อนโยนที่มอบให้เฉพาะคนตรงหน้าเท่านั้น "บอกแล้วไงว่าเรื่องนี้ฉันจัดการเอง... อยู่เฉยๆ แล้วรอดูฝีมือฉันก็พอ" "นี่พวกนายยังจะมีเวลามาจีบกันกลางสนามรบอีกงั้นเรอะ!" ศิลาคำรามด้วยความขัดแย้งในอารมณ์ ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวพร้อมกับคมมีดพกที่สะท้อนแสงไฟสีแดงวาววับ การต่อสู้ในพื้นที่จำกัดเริ่มต้นขึ้นอย่างไร้เสียงเตือน อคินเบี่ยงตัวหลบคมมีดที่เฉียดใบหน้าไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ความเร็วของศิลาไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย แรงปะทะจากการเหวี่ยงหมัดทำให้โต๊ะทำงานใกล้เคียงพังทลายลงมา เสียงข้าวของแตกกระจายดังสนั่น แต่ทว่าอคินกลับใช้จังหวะที่ศิลาเสียหลักจากการพุ่งชน คว้าข้อมือข้างที่ถือมีดแล้วบิดเข้าหากระดูกจนเกิดเสียงดังกร๊อบ! ศิลากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวด แต่ยังอาศัยจังหวะชุลมุนใช้เท้าเตะตัดขาอคินจนล้มลงไปกับพื้น ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ อคินขึ้นคร่อมร่างของหัวหน้าหน่วยผู้ทะเยอทะยาน รัวหมัดเข้าใส่ใบหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ยั้งมือ เพื่อระบายความอัดอั้นทั้งหมดที่สะสมมาตลอดภารกิจนี้ "พอ... พอแล้ว!" ศิลาหอบหายใจโยนอาวุธทิ้ง ยอมจำนนภายใต้แรงกดดันที่มหาศาล "นายชนะแล้ว... รหัสปลดล็อก... อยู่ในแฟลชไดรฟ์ที่กระเป๋าเสื้อฉัน..." อคินหยุดหมัดที่กำลังจะซัดลงไปอีกครั้ง เขาหอบหายใจรุนแรง หยิบแฟลชไดรฟ์สีดำออกมาจากกระเป๋าเสื้อของศิลา ก่อนจะโยนมันข้ามห้องไปให้คนที่นั่งรออยู่ รินทร์รับมันไว้ด้วยมือที่สั่นเทา นิ้วเรียวรีบเชื่อมต่อแฟลชไดรฟ์เข้ากับแท็บเล็ตสำรองที่พกติดตัว เสียงแป้นพิมพ์รัวเร็วแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระส่ำ หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักกลับมาสว่างวาบอีกครั้ง พร้อมกับข้อความสถานะ *'System Unlocked'* ที่ปรากฏหราบนจอใหญ่ โซ่ตรวนอิเล็กทรอนิกส์ที่พันธนาการรินทร์ร่วงหล่นลงสู่พื้นดังเคร้ง! อิสรภาพกลับคืนมาแล้ว รินทร์รีบพยุงร่างตัวเองลุกขึ้นยืน แม้ขาจะยังสั่นเทาแต่เขาก็รีบวิ่งตรงมาหาอคินที่ยังคงกดตัวศิลาเอาไว้ "นาย... นายบ้าหรือเปล่าเนี่ย!" รินทร์พุ่งเข้าไปทุบไหล่อคินแรงๆ หนึ่งทีเพื่อระบายความโล่งใจและโกรธปนเป "ถ้าเกิดนายพลาดพลั้งขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไงฮะ!" อคินยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาคว้าเอวบางของคนตรงหน้าเข้ามาประชิดตัวโดยไม่สนใจว่าจะมีสายตาของใครมองอยู่ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาทของอีกฝ่าย "ก็บอกแล้วว่าฉันไม่ยอมให้นายตกเป็นของใครทั้งนั้น... รินทร์" อคินกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก ปลายจมูกชนกันจนแทบจะหลอมละลายรวมเป็นร่างเดียว ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้มลายหายไปในพริบตา เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวของคนที่เขาเพิ่งแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มา ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและหัวใจของทั้งคู่เต้นตรงกัน เสียงปรบมือเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากความมืดที่มุมห้องควบคุมอีกด้านหนึ่ง *แปะ... แปะ... แปะ...* "ช่างเป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกที่น่าประทับใจเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังขึ้น ทำให้ร่างของอคินและรินทร์ต้องชะงักกึกพร้อมกัน อคินหันขวับไปมองยังต้นเสียงด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างของบุคคลที่พวกเขาคิดว่าถูกกำจัดหรือควบคุมตัวไปแล้ว กำลังก้าวเท้าออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา— รินทร์หน้าซีดเผือด มือเรียวคว้าชายเสื้ออคินไว้แน่นโดยอัตโนมัติ เมื่อตระหนักได้ว่าเกมยังไม่จบ... และศัตรูที่แท้จริงเพิ่งจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาในวินาทีนี้เอง! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%