เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน•ตอนที่ 27

การตัดสินใจของหัวใจ

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
เสียงระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหวที่ดังมาจากโกดังร้างเขตรอยต่อท่าเรือ ไม่ได้ทำให้หัวใจของรินทร์เต้นช้าลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่กำลังแผดเผาความอดทนครั้งสุดท้ายของเขาให้มอดไหม้เป็นจุล นิ้วเรียวสวยที่ปกติมักจะวางอยู่บนคีย์บอร์ดเพื่อเจาะระบบรักษาความปลอดภัย ตอนนี้กลับกำลังปลดเซฟปืนพกขนาด 9 มม. ที่เพิ่งขโมยมาจากห้องเก็บอาวุธของผู้กองศิลาอย่างคล่องแคล่ว แววตากวนประสาทที่เคยใช้กวนเมือง หายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายตาดุดันที่พร้อมจะพังทุกกฎหมายบนโลกใบนี้เพื่อคน ๆ เดียว "นายมันบ้าไปแล้วจริง ๆ รินทร์..." รินทร์พึมพำกับตัวเองขณะซ่อนตัวอยู่หลังตู้คอนเทนเนอร์เก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นของน้ำทะเลและดินปืนผสมปนเปกันในอากาศยามวิกาล ภาพของอคิน มือปราบหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ แต่กลับยอมเอาตัวเองไปแลกกระสุนแทนเขาเมื่อคืนนี้ยังติดตรึงอยู่ในหัวสมอง สัญชาตญาณดิบเถื่อนบอกเขาชัดเจนว่า... ครั้งนี้อคินไม่ได้ไปปฏิบัติภารกิจเพื่อองค์กร แต่ไอ้สารเลวพวกนั้นมันจับตัว 'คนของเขา' ไปต่างหาก "รินทร์! วางอาวุธลงเดี๋ยวนี้! นายกำลังทำลายหลักฐานและขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ!" เสียงตะโกนก้องผ่านโทรโข่งพร้อมแสงไฟฉายที่กราดส่องเข้ามาทางด้านหลัง ทำให้รินทร์ต้องสบถออกมาเบา ๆ ผู้กองศิลานั่นเอง ตาแก่หัวโบราณที่ยึดติดกับตัวบทกฎหมายจนไม่สนว่าลูกน้องตัวเองกำลังจะกลายเป็นศพในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า รินทร์ค่อย ๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับศิลาและกำลังเสริมอีกครึ่งกองร้อยที่ปิดล้อมพื้นที่ไว้หมดแล้ว รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้นช้า ๆ ทว่ามันไร้ซึ่งความขี้เล่นโดยสิ้นเชิง "ผู้กองครับ..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้เจ้าหน้าที่รอบตัวต้องชะงัก "ถ้ามัวแต่รอหมายค้นตามขั้นตอนของพวกคุณ ป่านนี้อคินคงโดนพวกมันชำแหละเอาอวัยวะไปขายตลาดมืดหมดแล้วมั้งครับ" "นายไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแบบนี้! อคินเป็นตำรวจ เขาต้องรู้หน้าที่ของเขา!" ศิลาตวาดลั่น ใบหน้าเคร่งเครียดเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว "หน้าที่เหรอ?" รินทร์หัวנסเสียงต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนายตำรวจรุ่นพี่ "หน้าที่บ้าบออะไรที่ต้องแลกด้วยชีวิตของคนที่ผมรัก... ผมไม่สนใจหรอกนะว่ากฎหมายจะว่ายังไง แต่ถ้าไอ้พวกเวรนั่นกล้าแตะต้องอคินแม้แต่ปลายเล็บ ผมนี่แหละจะเป็นคนลากพวกมันลงนรกด้วยมือตัวเอง!" สิ้นคำพูด รินทร์ก็ตัดสินใจกระโจนเข้าใส่ความมืดด้านหลังตู้คอนเทนเนอร์ทันที เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นแหวกอากาศ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโกลาหลของเจ้าหน้าที่ที่พยายามไล่ตาม แต่ด้วยความอัจฉริยะในการแกะรอยและอ่านทางหนีทีไล่ รินทร์หายลับไปจากวงล้อมของตำรวจได้อย่างไร้ร่องรอย ราวกับภูตผีที่ล่องหนได้ในความมืดมิด ภายในโกดังร้างชั้นใน อากาศร้อนอบอ้าวและควันไฟจากการปะทะกันก่อนหน้านี้ทำให้หายใจแทบไม่ออก อคินถูกมัดติดกับเก้าอี้เหล็กกลางห้อง ใบหน้าคมคายมีรอยฟกช้ำและคราบเลือดแห้งกรัง แต่แววตาที่ดุดันและแข็งกร้าวของมือปราบหนุ่มยังคงไม่ลดละ แม้ว่าปลายกระบอกปืนของหัวหน้าแก๊งค้ายาข้ามชาติจะจ่ออยู่ตรงข้ามขมับของเขาก็ตาม "ปากแข็งดีนี่ไอ้ตำรวจหนุ่ม" เสียงทุ้มต่ำของผู้มีอิทธิพลเอ่ยเยาะเย้ย "เพื่อนร่วมงานของแกมันทิ้งแกไปแล้วล่ะมั้ง ป่านนี้คงหนีหัวซุกหัวซุนเอาตัวรอดไปไกลแล้ว" อคินแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ เลิกลาความกลัวไปนานแล้ว ร่างกายเจ็บปวดไปหมด แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือความคิดที่ว่า... รินทร์อาจจะตกอยู่ในอันตรายเพราะความดื้อรั้นของเขาเอง *'ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย... บอกให้อยู่เฉย ๆ ทำไมไม่ฟังวะ...'* ปัง! เสียงกระจกด้านบนโดนกระสุนเจาะแตกกระจาย เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่รวดเร็วดังก้องลงมาจากโครงเหล็กหลังคา ก่อนที่ร่างโปร่งของใครบางคนจะทิ้งตัวลงมาขวางกลางวงกระสุนอย่างแม่นยำ "ใครวะ!" ลูกน้องคนสนิทของแก๊งหันปากปืนไปทางต้นเสียงทันที แต่ช้าไป... กระสุนนัดแรกพุ่งเข้าเป้าที่มือของมือปืนคนนั้นจนปืนหลุดจากมือ ตามด้วยการพุ่งเข้าประชิดตัวและศอกกระแทกเข้าที่ปลายคางอย่างรุนแรงจนสลบเหมือดในพริบตาเดียว รินทร์ยืนหอบหายใจเบา ๆ เสื้อผ้าเลอะฝุ่นและคราบเขม่า แต่ในมือยังคงกำปืนมั่น ดวงตาสีเข้มกราดมองไปยังหัวหน้าแก๊งที่กำลังตกใจจนหน้าถอดสี "ปล่อยเขาซะ... ไม่งั้นกระสุนนัดต่อไปจะไม่ใช่แค่เฉี่ยว ๆ หัวแกแน่" เสียงของรินทร์เย็นเยียบและเด็ดเดี่ยวจนน่ากลัว อคินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ยามที่สบตากับคนรักที่ยืนอยู่ตรงหน้า หัวใจที่ด้านชาและแข็งกระด้างมาตลอดชีวิตกลับเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความโกรธที่รินทร์ทำเรื่องบ้าบอเสี่ยงอันตรายถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ "นาย... เข้ามาทำบ้าอะไรที่นี่วะ รินทร์..." อคินเค้นเสียงแหบแห้งออกมา รินทร์หันมามองสบตากับคนเจ็บ แววตาที่ดุดันเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มกวนประสาทตามแบบฉบับเดิม "ก็มาช่วยหมาบ้าแถวนี้ไม่ให้โดนยำเละไงครับ..." รินทร์ตอบเสียงเบา แต่สายตายังคงล็อกเป้าไปที่ศัตรูไม่ยอมละสายตา "ถ้าผมไม่มา... ใครจะคอยกวนประสาทคุณไปตลอดชีวิตล่ะจริงไหม?" ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย รอยยิ้มของรินทร์ก็ต้องค้างเติ่ง เมื่อแสงไฟแฟลชจากกระบอกปืนนับสพานพุ่งสาดส่องเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ล้อมรอบโกดังไว้หมดแล้ว เสียงตบมือช้า ๆ ดังขึ้นจากเงาดำด้านหลังสุด พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในสถานที่อโคจรแห่งนี้... "เก่งมาก... ทั้งมือปราบที่แหกกฎ และแฮกเกอร์ที่กล้าท้าทายกฎหมาย..." ศิลาเดินก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "คิดจริง ๆ เหรอว่าหนีฉันพ้น... รินทร์?" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้คู่กัดคู่นี้มาจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงของนายมือปราบกับนักแกะรอยสายกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%