"หยุด!"
เสียงทุ้มต่ำและดุดันของธันวาดังแทรกขึ้นกลางจังหวะฟิลอินกลองที่กำลังเร้าอารมณ์ พริบพราวหวดไม้กลองลงบนฉาบเป็นครั้งสุดท้ายจนเกิดเสียงกังวานบาดหู ก่อนจะตวัดสายตามองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์
"นายจะเอาอะไรอีก ธันวา? ฉันว่าห้องนี้มันเริ่มจะแคบเพราะอีโก้ของนายแล้วนะ"
พริบพราววางไม้กลองลงบนกลองสแนร์เสียงดังปัง เธอเสยผมที่ปรกหน้าออกลวกๆ เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เธอไม่ได้กลัวมือเบสมาดนิ่งคนนี้แม้แต่น้อย ต่อให้เขาจะขึ้นชื่อว่าเป็น 'ปีศาจแห่งห้องซ้อม' ก็ตาม
ธันวายืนกอดอกพิงผนังห้องซ้อม สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจดจ้องที่เธอราวกับกำลังพิพากษาโทษ "โน้ตตัวที่สี่ของห้องที่สิบห้า เธอเล่นเหลื่อมจังหวะ พริบพราว ดนตรีไม่ใช่การปล่อยของตามใจชอบ แต่มันคือการรักษามาตรฐานของวง ถ้าเธอคุมจังหวะตัวเองไม่ได้ ก็ไม่มีสิทธิ์อยู่ในวงนี้"
"มาตรฐาน?" พริบพราวหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูหยามหยัน "นายเรียกความแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์นั่นว่ามาตรฐานเหรอ? ดนตรีมันคือชีวิต คือความสนุก นายเอาไม้บรรทัดมาวัดอารมณ์ศิลปะ นายไม่คิดบ้างเหรอว่าคนที่ฟังเขาอยากได้ยินหัวใจ ไม่ใช่เครื่องจักรตอกบัตร!"
บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศที่หมุนเอื่อยๆ ธันวาเดินเข้ามาใกล้เธอช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงและหนักแน่น เขาสูงกว่าเธอจนต้องเงยหน้ามอง กดดันให้พริบพราวรู้สึกถึงรัศมีบางอย่างที่เธอต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าดนตรีคือความสนุกงั้นเหรอ?" เขาโน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว ดวงตาคู่คมนั้นลึกซึ้งจนพริบพราวเผลอกลั้นหายใจ "งั้นเธอก็ไปเล่นสนุกที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ วงนี้ต้องการความสมบูรณ์แบบเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย ไม่ใช่ที่เล่นขายของของเด็กเอาแต่ใจ"
"นายมันก็แค่พวกยึดติด!" พริบพราวเถียงกลับทันควัน ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดัน "ฉันซ้อมมาแทบตายเพื่อจะได้จังหวะที่แตกต่าง นายเคยเปิดใจฟังจริงๆ ไหม หรือเอาแต่นั่งจับผิดคนอื่นเพื่อสนองความต้องการความเป๊ะของตัวเอง?"
ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง เขามองใบหน้าดื้อรั้นนั้นอย่างพิจารณา ก่อนจะคว้าไม้กลองของเธอขึ้นมา แล้วเคาะจังหวะลงบนสแนร์ด้วยความเร็วที่เหนือชั้นและหนักแน่นกว่าเธอหลายเท่า เสียงสแนร์รัวเป็นจังหวะที่ซับซ้อนแต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด
"นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ" เขาขยับตัวกลับมายืนตัวตรง "ไม่ใช่ความสนุกแบบไร้ทิศทาง แต่เป็นความเป๊ะที่สั่นสะท้านไปถึงกระดูก"
"ถ้านายเก่งขนาดนั้น ทำไมไม่ไปตีเองล่ะ?" พริบพราวสวนกลับ เสียงของเธอเริ่มสั่นด้วยความโกรธ
"เพราะฉันทำเบสได้ดีกว่าน่ะสิ" เขายกยิ้มมุมปาก ซึ่งเป็นยิ้มที่ทำให้พริบพราวแทบอยากจะคว้าไม้กลองฟาดเข้าที่ไหล่กว้างนั่น "และฉันก็ไม่ได้ต้องการมือกลองที่ขี้เกียจซ้อมจนต้องมาพร่ำบอกว่าตัวเองกำลัง 'ใช้ความรู้สึก' หรอกนะ"
คำว่าขี้เกียจซ้อมเหมือนกระชากเส้นความอดทนของพริบพราว เธอพุ่งตัวเข้าไปหมายจะแย่งไม้คืน แต่ธันวากลับก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว ทำให้พริบพราวที่เสียหลักพุ่งเข้าหาเขาอย่างจังจนร่างของทั้งคู่เซถลาไปชนกับมุมผนังห้องซ้อม
ธันวาใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพงกักตัวเธอไว้ แขนอีกข้างโอบประคองแผ่นหลังของเธอไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้กระแทกแรง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายเหงื่อจากความเหนื่อยล้าของเขาทำให้พริบพราวชะงัก สายตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน จังหวะหัวใจของพริบพราวเต้นแรงจนเกือบจะกลบเสียงดนตรีในหัว
"ถ้าอยากจะพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้แค่เล่นตามใจชอบ" ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ท่าทางที่เคยแข็งกร้าวกลับอ่อนลงจนน่าใจหาย "พรุ่งนี้เย็น หลังเลิกเรียน มาซ้อมเดี่ยวกับฉันจนกว่าฉันจะพอใจ ถ้าทำไม่ได้..."
"ถ้าทำไม่ได้...?" พริบพราวถามเสียงสั่น พยายามคุมสติ
"เธอก็เตรียมตัวหาที่ใหม่ได้เลย เพราะฉันไม่มีวันปล่อยให้คนอย่างเธอมาทำลายงานของฉัน"
พริบพราวกำลังจะอ้าปากโต้ตอบ แต่ทว่าประตูห้องซ้อมที่ปิดสนิทกลับถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับเสียงหัวเราะที่คุ้นเคยของใครบางคน
"ยังซ้อมกันอยู่อีกเหรอครับ? ผมนึกว่าพริบพราวจะเบื่อความเครียดของวงนี้จนเดินออกมาหาอะไรสนุกๆ ทำกับผมแล้วเสียอีก"
ร่างสูงของกวินยืนพิงกรอบประตู เขาส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้พริบพราว ขณะที่สายตาของธันวาเปลี่ยนไปเป็นความเย็นชาในทันทีที่เห็นหน้าคู่ปรับตลอดกาลของเขา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในจังหวะหัวใจกับ "คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง" นะครับ
เซตลิสต์จังหวะรัก กวนหัวใจยัยมือกลอง•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของนายมาดนิ่ง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซตลิสต์จังหวะรัก กวนหัวใจยัยมือกลอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
