"ถ้าจะเล่นแบบไร้จังหวะขนาดนี้ แนะนำให้ไปสมัครวงโยฯ โรงเรียนอนุบาลดีกว่านะครับ จะได้ไม่ต้องมาทำให้หูคนฟังต้องมลทิน"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย็นชาดังแทรกผ่านเสียงฉาบที่เพิ่งหยุดกังวานลง ธันวา มือเบสหน้าตายประจำคณะดนตรีวางเครื่องดนตรีคู่ใจลงบนขาตั้งด้วยท่าทางเรียบเฉย แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องเขม็งไปที่หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องซ้อม
พริบพราวสะบัดผมลอนยาวที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอวางไม้กลองลงบนสแนร์เสียงดังปัง ก่อนจะลุกขึ้นเผชิญหน้ากับคนปากร้ายที่เอาแต่นั่งตีหน้านิ่งเป็นรูปปั้นน้ำแข็งมาตลอดสองชั่วโมง
"แล้วถ้าหูของคุณมันวิเศษวิโสนัก ทำไมไม่เดินออกไปตั้งแต่นาทีแรกที่ฉันเริ่มหวดกลองล่ะคะ คุณธันวา?" เธอสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความไม่ยอมคน "อ้อ... ลืมไป ทิฐิคุณมันสูงกว่าฝีมือเบสที่กำลังห่วยแตกของตัวเองซะอีกนี่นา"
"ห่วยงั้นเหรอ?" ธันวาแค่นยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ทำให้คนมองรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย "งั้นลองดูสิว่า ไอ้คนที่คุณว่าห่วยแตกเนี่ย จะทำอะไรกับจังหวะรวนๆ ของคุณได้บ้าง"
บรรยากาศในห้องซ้อมขนาดกะทัดรัดอัดแน่นไปด้วยความกดดัน ประจุไฟฟ้าบางอย่างในอากาศกำลังปะทะกันอย่างรุนแรง พริบพราวไม่สนคำท้า เธอคว้าไม้กลองขึ้นมาเตรียมจะโต้กลับด้วยการรัวกระหน่ำให้เขารู้ซึ้ง แต่ในวินาทีที่เธอกำลังจะเหวี่ยงแขน ไม้กลองเจ้ากรรมที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อก็ลื่นหลุดจากมือขวา
*ควับ!*
ไม้กลองเจ้ากรรมกระเด็นหลุดมือพุ่งไปทางมุมห้องที่ธันวายืนอยู่พอดี เขาไม่ได้หลบ แต่กลับก้าวเท้าเข้ามาหาเธอเพื่อจะพูดอะไรบางอย่าง จังหวะที่ไม้กลองหนักๆ ปะทะเข้าที่หลังเท้าของเขาเต็มแรง เสียงร้องอุทานด้วยความเจ็บปวดก็ดังขึ้นพร้อมกับการเสียหลักของร่างสูง
"โอ๊ย!"
ธันวาเซถลาไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ พริบพราวที่กำลังจะเอื้อมมือไปคว้าไม้กลองก็ถูกแรงปะทะนั้นพุ่งเข้าหาจนตั้งตัวไม่ติด ร่างบางล้มลงไปที่โซฟาหนังเก่าๆ ในห้องซ้อม โดยมีร่างสูงของมือเบสหนุ่มทาบทับลงมาจนลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันอย่างจัง
กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายของหยาดเหงื่อและความเป็นชายทำเอาพริบพราวสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ เธอเบิกตากว้าง สบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังสั่นไหวด้วยอารมณ์ที่อ่านไม่ออก ระยะห่างที่ใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันทำให้ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองชุดชุดใหญ่
"นี่... ถอยออกไปนะ!" เธอเค้นเสียงสั่ง แต่ทว่ากลับไร้ซึ่งความเด็ดขาด
"เจ็บนะ" ธันวาพึมพำ เสียงของเขาทุ้มพร่าและใกล้ชิดจนเธอขนลุกชัน เขาไม่ได้ขยับตัวออก แถมนัยน์ตาคมคู่นั้นยังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอราวกับกำลังค้นหาคำตอบบางอย่าง "ไม้กลองเธอ... มันกะฆ่ากันหรือยังไง?"
"ก็ใครใช้ให้คุณเดินเข้ามาเล่า!"
ขณะที่สถานการณ์กำลังจะก้าวข้ามผ่านความตึงเครียดไปสู่ความวาบหวาม ประตูห้องซ้อมที่ปิดสนิทอยู่ก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะใดๆ ทั้งสิ้น
"พราวครับ! ผมว่าแล้วว่าต้องอยู่ที่นี่ พี่กวินเอาเดโมเพลงใหม่มาให้ฟัง..."
กวิน นักร้องนำจากวงคู่แข่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า มือเบสหนุ่มที่ยังคงคร่อมทับอยู่บนตัวมือกลองสาวในท่าที่ล่อแหลมเกินกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ
ธันวาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น แต่สายตาที่เขามองไปยังกวินนั้นเย็นเยียบและแฝงไปด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน พริบพราวรีบกระเด้งตัวขึ้นจากโซฟาด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำ เธอแทบไม่กล้าสบตาใครในห้องนี้
"เรามีเรื่องต้องคุยกันต่อ... พริบพราว" ธันวาเอ่ยทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง ก่อนจะหมุนตัวเดินไปคว้ากระเป๋าเบสแล้วก้าวออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามอง
ทิ้งไว้เพียงพริบพราวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ขณะที่กวินก้าวเข้ามาใกล้เธอด้วยสายตาที่สงสัยและคุกคามในเวลาเดียวกัน
"เมื่อกี้... เกิดอะไรขึ้นครับ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องซ้อมอีกครั้ง และพริบพราวรู้ดีว่าจังหวะชีวิตที่แสนสงบของเธอ ได้จบลงอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในจังหวะหัวใจกับ "คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง" นะครับ
เซตลิสต์จังหวะรัก กวนหัวใจยัยมือกลอง•ตอนที่ 1
เมื่อจังหวะเบสต้องมาปะทะจังหวะกลอง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซตลิสต์จังหวะรัก กวนหัวใจยัยมือกลอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
