ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวชั้นบนสุดของคาสิโนหรู หนักอึ้งเสียจนแทบจะบดขยี้ทรวงอกของมัสยาให้แหลกสลายลงไปพร้อมกับประโยคบาดลึกที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
*'อยากรู้ไหม... ว่าพี่ชายสุดที่รักของเธอกำลังเอาชีวิตใครมาเดิมพันอีกแล้ว?'*
คำพูดเย้ยหยันของเรมิยาเมื่อครู่ยังคงสร้างรอยร้าวในความรู้สึก แต่วินาทีนี้ สิ่งที่ดึงดูดสายตาของหญิงสาวกลับไม่ใช่เงาร่างของคุณหนูตระกูลดังที่เพิ่งลับหายไป หากแต่เป็นความผิดปกติที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลซึ่งยืนหันหลังให้อยู่ตรงริมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่
คิมหันต์ในยามนี้... ไร้ซึ่งเกราะป้องกันอันแข็งกร้าวที่ใช้ฟาดฟันโลกภายนอก
มัสยายืนนิ่งอยู่ที่มุมห้อง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสังเกตเห็นแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มนั้นไหวสะท้อนเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นถี่ ความเงียบที่โรยตัวปกคลุมรอบตัวเขามันช่างเปราะบางและเต็มไปด้วยร่องรอยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความดิบเถื่อนมาเนิ่นนาน
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นเบาๆ แต่คิมหันต์ไม่ได้ขยับเขยื้อiกาย เขาเพียงแต่ยกมือขึ้นเสยกลุ่มผมสีดำสนิทที่ระกรอบหน้าลวกๆ ก่อนจะใช้ฝ่ามือหนากุมขมับของตัวเองแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบราวกับกำลังอดกลั้นต่อความร้าวรานบางอย่างที่กัดกินหัวใจจากภายใน
มัสยากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เธอเดินหนีออกไปจากขุมนรกแห่งความอ่อนแอนี้เสีย ทว่าเรียวขากลับก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงโดยไม่เชื่อฟังคำสั่ง สมองของเธอมึนงงไปหมดเมื่อตระหนักว่า... มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัว แท้จริงแล้วก็มีมุมที่แตกสลายไม่ต่างจากคนธรรมดา
"ออกไป..." เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดลอดไรฟันออกมาโดยที่เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง "ฉันบอกให้ออกไปไง มัสยา!"
น้ำเสียงนั้นไม่ได้ทรงพลังและน่าเกรงขามเหมือนทุกครั้ง ตรงกันข้าม... มันเจือความแหบพร่าและสั่นเครืออย่างน่าประหลาด หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธเคืองเรื่องพี่ชายถูกแทนที่ด้วยความสงสัยระคนเวทนา เธอตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดด้านหลังเขาในระยะที่ได้กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวที่คุ้นเคย
"คุณคิม..." มัสยาเอ่ยเรียกแผ่วเบา ยื่นมือเรียวสั่นเทาออกไปหมายจะแตะลงบนลาดไหล่หนาที่เกร็งเครียด
พรึบ!
ไวเท่าความคิด มือใหญ่ตวัดกลับมาคว้าข้อมือของเธอไว้ด้วยแรงมหาศาล แรงดึงกระชากนั้นทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างอย่างจัง ความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอสะท้านเฮือก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อถูกเหวี่ยงจนแผ่นหลังแนบชิดกับบานกระจกเย็นเฉียบ โดยมีร่างหนาของเขาทาบทับกักขังเธอไว้ในวงแขน
สายตาดุดันที่เคยนิ่งสนิทราวกับห้วงมหาสมุทรสีดำ บัดนี้กลับแดงก่ำ เส้นเลือดฝอยในดวงตาคู่คมบ่งบอกถึงความอัดอั้นตันใจขั้นสุด แววตาร้าวลึกที่มองตรงมาที่เธอมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหยาดน้ำใสๆ ที่คลอหน่วยอยู่ริมขอบตาอย่างน่าตกใจ... ภาพนั้นทำเอามัสยาหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"เธออยากเห็นนักไม่ใช่เหรอ..." คิมหันต์กัดฟันกรอด น้ำเสียงแหบพร่าบาดลึกจนคนฟังเจ็บปวดแทน "อยากรู้ว่าเบื้องหลังความเหี้ยมโหดนี้มันซ่อนอะไรไว้... อยากสมเพชฉันใช่ไหม มัสยา!"
"มัส... มัสไม่เคยคิดแบบนั้นนะคะ" เธอปฏิเสธเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีความร้อนรุ่มจากลมหายใจที่เป่ารดอยู่ใกล้ชิด แต่คางเรียวกลับถูกปลายนิ้วแข็งกระด้างบีบตรึงไว้บังคับให้สบตา
"โกหก!" เขาสบถต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน แววตาคู่นั้นไม่ได้ดุดันเกรี้ยวกราดเหมือนทุกครา แต่มันเต็มไปด้วยความเวิ้งว้างและโหยหา "มองตาฉันสิ... มองเข้ามาในนี้แล้วบอกซิว่าเธอเห็นอะไร เห็นความโง่เขลาของคนที่ถูกคนที่รักหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าไหม!"
คำพูดนั้นสะท้านเข้าไปถึงขั้วหัวใจ มัสยารู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจเมื่อตระหนักถึงความจริงบางอย่างที่เขาแบกรับไว้ พี่ชายของเธอ... ภาคิน คงทำเรื่องเลวร้ายลงไปอีกครั้ง และครั้งนี้มันคงกรีดแทงหัวใจคนที่ไว้ใจที่สุดอย่างเจ็บปวดที่สุดเช่นกัน
ความเห็นอกเห็นใจหลอมละลายความหวาดกลัวที่มีต่อเขาจนหมดสิ้น มัสยาหลับตาลงชั่วขณะเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะยกมือขึ้นสัมผัสแก้วสากระคายที่มีร่องรอยหนวดเคราจางๆ ของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนและไม่คาดคิดว่าจะได้รับจากเชลยสาว ทำให้คิมหันต์ชะงักงัน ร่างกายที่เคยเกร็งเครียดค่อยๆ ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
"คุณเจ็บ..." เสียงหวานเอื้อiนเอ่ยออกไปด้วยความรู้สึกจากก้นบึ้งของหัวใจ "ปล่อยมันออกมาเถอะค่ะ... ไม่ต้องแบกรับไว้คนเดียวก็ได้"
ราวกับเขื่อนกั้นน้ำพังทลายลงในเสี้ยววินาทีนั้น คิมหันต์หลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาของผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใต้ดินร่วงหล่นลงมาสัมผัสหลังมือของเธอ มันร้อนผ่าวและหนักอึ้งยิ่งกว่าสิ่งใด ร่างสูงโถมน้ำหนักซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของหญิงสาวทันที ลมหายใจร้อนผ่าวที่รดรินอยู่ตรงลาดไหล่ทำให้มัสยาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความเปราะบางของเขาในยามนี้กลับทรงพลังยิ่งกว่าอาวุธใดๆ ในมือมาเฟียหนุ่ม
"มัสยา..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมหูก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะกดจูบลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มอย่างลึกล้ำและโหยหา แรงปรารถนาอันตรายที่ถูกกดทับไว้เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยรอยแผลในอดีต
ทว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์กำลังลึกซึ้งและดึงดูดทั้งสองให้ดิ่งจมลงสู่ห้วงเสน่หาอันเร่าร้อน เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน
คิมหันต์ผงกศีรษะขึ้นช้าๆ แววตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนกลับเป็นความเย็นชาและดุดันดังเดิมในพริบตา เขากวาดสายตามองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด พร้อมกับชื่อบนหน้าจอที่ทำให้กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน
มัสยาเหลือบไปเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ผ่านแสงสว่างอันน้อยนิด หัวใจที่กำลังเต้นระรัวพลันร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม...
*สายเรียกเข้าจาก: 'ภาคิน'*
คิมหันต์แค่นยิ้มหยันที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดกลับมามองสบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะระลอกใหม่ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะกดรับสายและกรอกเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกไปโดยไม่ละสายตาจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว
"อยากรู้ไหม... ว่าตอนนี้พี่ชายเธอเอาชีวิตใครมาเดิมพันเป็นศพสุดท้าย?"
กุหลาบอาบแสงจันทร์
กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 8
บาดแผลในอดีต
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!