เสียงประตูลิฟต์วีไอพีปิดสนิทลงพร้อมกับแรงเหวี่ยงร่างบางเข้าประชิดผนังเย็นเฉียบของห้องโดยสารอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูเจือกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงพัดปะทะนาสิกทันทีที่เงาร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ทาบทับลงมา กักขังมัสยาไว้ในอาณาเขตของเขาโดยไม่มีช่องว่างให้ขยับตัวหนี ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายในความมืดจดจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกินทั้งตัวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่อัดแน่นจนน่ากลัว
"ปล่อยฉันนะ คุณคิม..." เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความตื่นตระหนก พยายามเบือนหน้าหนีรัศมีอารมณ์อันคุกรุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"หึ... ปล่อยงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเยียบเย็น มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นล็อกคางอิ่มไว้แน่นบังคับให้เเววตาตื่นกลัวของเธอดำดิ่งสบประสานกับนัยน์ตาสีสนิมที่ลุกโชนด้วยไฟแห่งความหึงหวง "เมื่อกี้ตอนที่ไอ้คุณชายตระกูลดังนั่นมันก้มลงกระซิบข้างหูเธอ ทำไมเธอถึงไม่เห็นผลักไสแบบนี้บ้างล่ะมัสยา หืม?"
"มันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาโมโหใส่ฉันนะคะ ฉันแค่..."
"แค่ทำหน้าที่คู่ควงที่ 'ดีเกินไป' จนน่าเอาให้ตายคามือสินะ!" คิมหันต์คำรามต่ำในลำคอด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนขาดผึ่ง ภาพที่เธอยืนยิ้มรับสายตาโลภ
ของพวกผู้ชายในงานเลี้ยงยังคงบาดลึกอยู่ในอก แรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่สะสมมาตลอดทั้งคืนระเบิดออกมาอย่างไร้การควบคุม
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบในคราแรกดุดัน รุนแรง และเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับต้องการลงทัณฑ์หญิงสาวที่กล้าทำให้เขาคลั่งได้ขนาดนี้ มัสยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วงความเอาแต่ใจ แต่มีหรือที่เรียวแรงอันน้อยนิดจะสู้แรงมหาศาลของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลได้
เมื่อริมฝีปากบางพยายามเผยอเพื่อตักตวงอากาศ คิมหันต์กลับฉกฉวยโอกาสนั้นรุกล้ำลึกล้ำยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความโกรธค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน ดิบดึงดูด และลุ่มลึกขึ้นจนแทบหลอมละลายสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่ให้มอดไหม้
ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นเพนต์เฮาส์ส่วนตัวอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าสำหรับคนทั้งสองในเวลานี้ โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนลงตั้งแต่ริมฝีปากประกบเข้าหากันแล้ว ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระผ่านเนื้อผ้าชุดราตรีหรูหรา ความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อจนขนลุกชัน สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องว่าเธอกำลังเดินเข้าสู่กรงข่ายของพยัคฆ์ร้ายที่ไม่มีวันปล่อยเหยื่อให้รอดมือ แต่ความหอมหวานจากสัมผัสของเขากลับทำให้ขาเรียวอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์เปิดออกพร้อมกับร่างของทั้งคู่ที่ก้าวเซถลาออกมาสู่พื้นที่ส่วนตัว คิมหันต์ไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย เขากระชากร่างบางเข้าหาตัวก่อนจะอุ้มรวบขึ้นแนบอก ขายาวก้าวฉับๆ ตรงไปยังเตียงนอนคิงไซส์กลางห้องนอนกว้างอย่างไม่รอช้า
ร่างบางถูกวางลงบนฟูกหนานุ่มอย่างไม่เบามือนัก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทาบทับลงมาล็อกตัวเธอไว้ใต้ร่าง รัศมีคุกคามแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนบรรยากาศร้อนระอุขึ้นมาทันที แววตาของคิมหันต์ในยามนี้ไม่ได้มีแค่ความโกรธเกรี้ยวอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่รอวันปะทุ
"คุณมันบ้า... อื้อ..."
คำต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อคิมหันต์ประกบจูบลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันเนิ่นนาน ลึกซึ้ง และเร่าร้อนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มือหนาปลดเปลื้องพันธนาการเสื้อผ้าของหญิงสาวออกทีละชิ้นอย่างชำนาญและรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวในห้องนอน ความเย็นของอากาศภายในห้องถูกแทนที่ด้วยลมหายใจหอบกระชั้นและอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
มัสยาเม้มริมฝีปากแน่นพยายามควบคุมเสียงสะท้านของตัวเอง แต่ทุกสัมผัสที่เขามอบให้กลับทำลายกำแพงความเย่อหยิ่งของเธอลงอย่างราบคาบ ฝ่ามืออุ่นจัดของชายหนุ่มลูบไล้ไปตามเรือนร่างอรชรอย่างหลงใหล ทุกลากผ่านทิ้งร่องรอยความวาบหวามไว้ราวกับไฟแผดเผา ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่จูบซับตั้งแต่ซอกคอขาวผ่อง ไหปลาร้า จนถึงยอดอกอิ่มที่สะท้านไหวตามจังหวะลมหายใจ
"จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉัน มัสยา" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการจูบ ดวงตาคมกริบมองสำรวจเรือนร่างเย้ายวนใต้ร่างด้วยความคลั่งไคล้ "ต่อให้เธออยากหนีไปไหน ก็ไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือฉันหรอก"
ความสัมพันธ์อันร้อนแรงและลึกซึ้งดำเนินไปท่ามกลางเสียงครางแผ่วเบาและแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ทั้งความโกรธ ความหึงหวง และแรงดึงดูดอันตรายหลอมรวมกันเป็นบทเพลงรักที่ไร้ซึ่งความปรานีแต่กลับเต็มไปด้วยเสน่หาอันลุ่มลึก ทุกสัมผัสผสานกลกลืนเป็นหนึ่งเดียว ดึงรั้งทั้งคู่ให้ดิ่งลึกลงสู่ห้วงเสน่หาที่ไร้ทางออก ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังตะครุบเหยื่อสาวไว้ในกรงเล็บ และไม่มีวันยอมปล่อยให้หลุดมือไปชั่วชีวิต
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งเปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนมอดลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยที่สอดประสานกันในความเงียบ มัสยานอนซบอยู่บนแผงอกกว้างที่มีรอยเล็บข่วนจางๆ จากบทรักเมื่อครู่ ร่างกายระทมระทวยแทบขยับไม่ได้ ขณะที่คิมหันต์ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ชื้นเหงื่อออกจากใบหน้าเนียนอย่างทะนุถนอมในแบบที่หาดูได้ยาก
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมห้องนอนกว้าง เสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดูก่อนที่นัยน์ตาสีสนิมจะวับวามขึ้นด้วยประกายความเย็นยะเยือก หน้าจอแสดงข้อความตัวเลขไม่คุ้นเคยพร้อมรูปถ่ายใบหนึ่ง—ภาพของภาคิน พี่ชายแท้ๆ ของมัสยา กำลังนั่งนับเงินปึกใหญ่โตอยู่ในบ่อนการพนันแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจของคนมองกระตุกวูบ
*'อยากรู้ไหม... ว่าพี่ชายสุดที่รักของเธอกำลังเอาชีวิตใครมาเดิมพันอีกแล้ว?'*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและอินไปกับบทนี้ด้วยกันนะคะ
กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 7
สัมผัสที่ไร้ทางหนี
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!