กลิ่นน้ำหอมราคาแพงเคล้ากับกลิ่นไวน์ชั้นดีในห้องจัดเลี้ยงหรูหราไม่อาจกลบกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างสูงสง่าของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังได้เลยค่ะ ปลายนิ้วแข็งกระด้างของคิมหันต์เกลี่ยไล้อยู่ตามแนวโค้งของแผ่นหลังเปลือยเปล่าใต้ชุดราตรีผ้าไหมสีนิลเข้ารูป ชุดที่เขาเป็นคนเลือกให้เธอสวมใส่ด้วยตัวเอง—ชุดที่เปิดเผยเรือန်ร่างเย้ายวนอย่างจงใจเพื่อประกาศให้คนทั้งสังคมรับรู้ว่าเธอเป็น "ของเล่น" ชิ้นโปรดที่อยู่ในอาณัติของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"อย่าเกร็งนักสื้อมัสยา..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ร้อนผ่าวจนขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง "ทำตัวให้สมกับเป็นผู้หญิงของคิมหันต์หน่อย... ไม่อย่างนั้น คนพวกนั้นคงคิดว่าฉันเลี้ยงเชลยไว้แค่ประดับห้องนอนบนเตียงอย่างเดียว"
มัสยาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยกวาดมองผู้คนในงานสังคมชั้นสูงที่ต่างส่งสายตาสอดรู้สอดเห็นมาทางพวกเขา รอยยิ้มจอมปลอมและเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ซ่อนอยู่หลังแก้วแชมเปญไม่ได้ทำให้เธอกลัว แต่ศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำต่างหากที่กำลังแผดเผาอยู่ภายในอก
เธอยอมเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องครอบครัวและหนี้สินที่พี่ชายตัวดีก่อไว้ก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมก้มหัวให้ใครเหยียดย่ำศักดิ์ศรีเล่นเป็นตัวตลกในงานสังคมหน้าซื่อใจคดเหล่านี้
"ฉันไม่ใช่ตุ๊กตาของคุณนะคะ ที่จะคอยยืนปั้นหน้ายิ้มรับสายตาดูแคลนของคนพวกนั้น" มัสยาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ร่างบางพยายามขยับตัวออกห่างจากการสัมผัสจาบจ้วง แต่เอวบางกลับถูกท่อนแขนแข็งแรงรวบเข้าหาตัวแนบแน่นยิ่งกว่าเดิม จนแผ่นอกอิ่มแนบชิดกับแผงอกกว้างของมาเฟียหนุ่ม
"ปากเก่งขึ้นทุกวัน..." คิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น นัยน์ตาดิบเถื่อนคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากสั่นระริกของเธอด้วยความกระหาย "ไว้ไปเก่งใส่ฉันบนเตียงคืนนี้เถอะ รับรองว่าเธอจะไม่เหลือแรงมาเถียงฉันแบบนี้แน่..."
คำพูดจาบจ้วงและแววตาร้อนแรงที่สื่อความหมายลึกซึ้งทำเอาเลือดในกายของมัสยาร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอยังไม่ทันได้เอאวาจาโต้ตอบอะไรกลับไป เสียงหัวเราะแหลมสูงคุ้นหูก็ลอยแทรกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
"อุ๊ย ตายจริง... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คิมหันต์นี่เองค่ะ พาใครมาด้วยล่ะคะเนี่ย หน้าตาดูบ้านๆ ชืดๆ ชอบกล ไม่นึกว่ารสนิยมของคุณคิมจะตกต่ำลงจนต้องเก็บเศษผ้าข้างถนนมาควงออกงานสังคมชั้นสูงแบบนี้"
เรมิยา อดีตคู่หมั้นสาวผู้เพียบพร้อมและเย่อหยิ่ง ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเขาในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ขับเน้นผิวพรรณผุดผ่อง หล่อนจงใจกวาดสายตามองมัสยาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาดดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง รอยยิ้มเหยียดหยันที่มุมปากนั้นฟ้องชัดเจนว่าจงใจมาหาเรื่องเพื่อตบหน้าเธอกลางงาน
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ คิมหันต์หรี่ตามองเรมิยาด้วยแววตาเย็นเยียบไร้เยื่อใย ไร้ซึ่งความเกรงใจในฐานะอดีตคู่หมั้น ทว่าก่อนที่มาเฟียหนุ่มจะได้เอ่ยปากขับไล่ผู้หญิงน่ารำคาญคนนั้น มัสยากลับเป็นฝ่ายก้าวออกไปเผชิญหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นที่เคลือบไปด้วยความร้ายกาจอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
"ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะคุณเรมิยา..." มัสยากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "ถึงหน้าตาฉันจะดูบ้านๆ ในสายตาของคุณ แต่ก็น่าแปลกนะคะ... ทำไมผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างคุณคิม ถึงเลือกยืนกอดฉันแน่นไม่ยอมปล่อย แทนที่จะหันไปมองผู้หญิงที่พยายามวิ่งตามตื๊อจนตัวสั่นอย่างคุณล่ะคะ?"
คำพูดเจ็บแสบพุ่งตรงเข้ากลางใจจนเรมิยาหน้าถอดสี ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว "นี่แก! นังผู้หญิงหน้าไม่อาย กล้าดียังไงมาพูดจาต่ำๆ แบบนี้กับฉัน!"
"ต่ำเหรอคะ?" มัสยาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ศักดิ์ศรีที่ถูกกดทับระเบิดออกมาเป็นความดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความอ่อนหวาน "ฉันจะต่ำหรือสูงไม่รู้หรอกค่ะ... แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้คนที่ยืนอยู่ข้างกายคุณคิม... คือฉัน ไม่ใช่คุณ!"
คิมหันต์มองหญิงสาวในอ้อมแขนด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง นัยน์ตาดิบเถื่อนฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นลูกกวางน้อยที่เคยสั่นเทาในกำมือ กลายร่างเป็นพยัคฆ์สาวตัวน้อยที่รู้จักกางกรงเล็บปกป้องตัวเองและตบหน้าคนอื่นได้อย่างเจ็บแสบ
"เก่งมากเด็กดี..." คิมหันต์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของมัสยา น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความปรารถนาอันตรายที่ปะทุขึ้นในอก "ฉันเริ่มหลงความร้ายกาจของเธอเข้าแล้วสิ..."
เรมิยาโกรธจนตัวสั่น กำหมัดแน่นด้วยความแค้นที่อัดแน่นเต็มอก หล่อนตวัดสายตาอาฆาตมาดร้ายใส่รอยยิ้มเหนือกว่าของมัสยา ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีหายไปท่ามกลางฝูงชน
ทว่าความตึงเครียดในงานยังไม่ทันจางหาย มือหนาของคิมหันต์ก็คว้าข้อมือเล็กของมัสยาไว้แน่น แรงบีบที่สื่อถึงความเอาแต่ใจไร้การต่อรองทำให้เธอต้องหันกลับมามองเขา
"เกมสนุกๆ เมื่อกี้พอแค่นี้ก่อน..." คิมหันต์กระซิบเสียงต่ำ นัยน์ตาดำมืดลุกโชนด้วยไฟสวาทที่ยากจะควบคุม "ได้เวลาที่ฉันจะพาเธอกลับไปรับบทลงโทษ... สำหรับความอวดดีที่กล้าท้าทายฉันต่อหน้าคนอื่นแล้วล่ะ มัสยา..."
หัวใจของมัสยากระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยทันทีเมื่อถูกลากตัวออกจากงานเลี้ยงตรงดิ่งไปยังลานจอดรถส่วนตัว โดยที่ประตูลิฟท์วีไอพีปิดสนิทลงพร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำสองคนที่ก้าวเข้ามาขวางทางออก—ไม่ใช่เพื่อคุ้มกัน แต่เพื่อปิดกั้นไม่ให้ใครตามเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวนี้เด็ดขาด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความดาร์กเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 6
ค่ำคืนแห่งการทดสอบ
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!