กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 17

การปกป้องที่ไร้คำพูด

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
เสียงแก้วคริスタルกระทบกับโต๊ะหินอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวดัง *เคร้ง* สะท้อนก้องความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน เรมิยาถลาเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ รอยยิ้มเย่อหยิ่งที่เคยประดับบนใบหน้าบดบังด้วยความริษยาจนบิดเบี้ยว หล่อนจ้องมองร่างบางของมัสยาที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างกายมาเฟียหนุ่มด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "คิมคะ! คุณเอาผู้หญิงขายศักดิ์ศรีคนนี้มาไว้บนตักคุณได้อย่างไร หน้าด้าน... ไร้ยางอายที่สุด!" เสียงแหลมสูงกรีดแทรกบรรยากาศตึงเครียด เรมิยาพยายามพุ่งเข้าประชิดตัวมัสยาเพื่อจะกระชากผมอีกฝ่ายให้หลุดร่วงจากตำแหน่งที่หล่อนหมายปอง ทว่า... เร็วกว่าความคิด ปลอกกระสุนความเยือกเย็นถูกดีดออกเมื่อร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลจากมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายจ้องเขม็งไปยังอดีตคู่หมั้นด้วยแววตาดิบเถื่อนที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความเยื่อใย "หยุดระריกปากเน่าๆ ของเธอซะ เรมิยา" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงไม่กี่คำ แต่มันทรงพลังพอกลบเสียงกรีดร้องของโลกทั้งใบ คิมหันต์ก้าวเท้าเข้ามายืนบังร่างสั่นเทาของมัสยาไว้มิดชิด ราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่ไม่มีวันยอมให้ใครเข้ามารังแกผู้หญิงของเขาได้แม้แต่ปลายเล็บ "คิม... คุณไล่ฉันเพราะอีเด็กกะโหลกนี่เนี่ยนะ ผู้หญิงที่พี่ชายมันเอามาขัดดอกเนี่ยนะที่คุณเลือก!" เรมิยาแผดเสียงอย่างเหลืออด น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลพรั่งพรู หล่อนไม่เคยคิดว่าผู้ชายที่หล่อนเพียรพยายามไขว่คว้ามาหลายปีจะหักหน้าหล่อนเพื่อผู้หญิงต่ำต้อยไร้ค่าคนนี้ "ใช่" คิมหันต์ตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด สายตาเหยียดหยามมองตรงไปยังผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่ไว้หน้า "ฉันเลือกมัสยา และต่อให้ผู้หญิงทั้งโลกตายหมด ฉันก็ไม่มีวันชายตามองผู้หญิงจอมปลอมอย่างเธอ... จำใส่กะโหลกหนาๆ ของเธอเอาไว้" เรมิยาเข่าทรุดลงกับพื้นด้วยความอับeอาย ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด หล่อนชี้หน้ามัสยาที่ซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างของมาเฟียหนุ่ม "แก... แกมันนังมารร้าย มึงจะต้องเสียใจคิมหันต์!" ก่อนที่บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองนายจะเข้ามาหิ้วปีกแล้วลากตัวอดีตคุณหนูผู้ตกอับออกไปจากห้องทำงานอย่างไม่ใยดี เสียงโวยวายค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทางที่ไกลออกไป ความเงียบสงัดกลับมาปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของมัสยาที่สะท้อนอยู่บนอกเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขา หญิงสาวรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่ห่อหุ้มเธอไว้ช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความดุร้ายที่เขาเพิ่งแสดงออกไป คิมหันต์ก้มมองร่างบางที่ยังคงสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาร้อนรุ่มที่ตีตื้นขึ้นมาในอกหนา มือหนาเอื้อมไปเชยคางมนขึ้นมาอย่างช้าๆ บังคับให้ดวงตากลมโตที่คลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาต้องสงบลงและสบตากับเขาตรงๆ "กลัวอะไร หืม... มัสยา?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน "คุณคิม... ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้นคะ เรมิยาเธอเป็น..." มัสยาพยายามเอ่ยท้วงด้วยความไม่สบายใจ แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาแตะลงบนริมฝีปากอิ่มเพื่อหยุดคำพูดทั้งหมด "อย่าเอ่ยชื่อคนอื่นในเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน" คิมหันต์คำรามต่ำในลำคอ แววตาเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัดจนน่ากลัว ร1ยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์และดิบเถื่อน "จำไว้ว่าที่ฉันทำลงไป... เพราะไม่มีใครมีสิทธิ์มาแตะต้องสมบัติของฉันทั้งนั้น แม้แต่เศษเสี้ยวความคิดก็ไม่ได้" คำว่า 'สมบัติของฉัน' กระแทกเข้ากลางใจของมัสยาจนเธอแทบหยุดหายใจ ความอบอุ่นที่ห้อมล้อมแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มที่แผดเผาผิวเนื้อ ร่างกายของเธออ่อนยวบลงทันทีเมื่อฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบางผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจ สัมผัสหยาบกร้านแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง คิมหันต์ไม่รอให้เธอบ่ายเบี่ยง เขาช้อนตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นด้วยพละกำลังอันเหนือกว่า มัสยาอุทานด้วยความตกใจ รีบยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งตามสัญชาตญาณ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ทั้งดุดัน ทั้งลุ่มลึก และเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ไม่อาจต้านทาน มาเฟียหนุ่มก้าวเดินยาวๆ ตรงไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวด้านใน วางร่างบางลงบนเตียงนอนนุ่มขนาดใหญ่ราวกับเธอบอบบางดั่งแก้วเจียระไน แต่ทว่าน้ำหนักกายที่ทาบทับลงมานั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ "คุณคิม..." เสียงเรียกแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากที่สั่นเทา เมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกชนกัน กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงมอมเมาสติเธอจนพร่าเลือน "เรียกชื่อฉันสิ... มัส" เขาคำรามชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินทำเอาสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่กระจัดกระจาย "บอกฉันสิ ว่าเธอเป็นของใคร..." รสจูบอันดุเดือดและร้อนแรงถูกประทับลงมาอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย มัสยาครางแผ่วในลำคอ มือเรียวพยายามจะผลักไสแต่กลับกลายเป็นการจิกกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้น ปล่อยให้ร่างกายยอมจำนนต่อพันธนาการแห่งเสน่หาที่เขาร้อยรัดไว้อย่างไม่มีทางหลุดพ้น นิ้วมือแข็งแรงเริ่มปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจร้อน ผิวเนียนนุ่มสีน้ำผึ้งถูกเปิดเผยต่อสายตาคมกริบที่ลุกโชนไปด้วยไฟสวาท คิมหันต์ฝังใบหน้าลงซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มสร้างร่องรอยแห่งความเป็นเจ้าของอย่างเนิ่นนานจนหญิงสาวสะท้านเฮือก เสียงครางหวานหูหลุดรอดจากริมฝีปากเมื่อสัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว ค่ำคืนนี้ไม่มีที่ว่างให้ความลังเล มีเพียงไฟรักที่โหมกระหน่ำเผาผลาญทั้งสองร่างให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้อำนาจของพยัคฆ์ร้าย แต่ทว่า... ในขณะที่ริมฝีปากของเขากำลังจะประทับลงบนยอดอกที่ไหวสะท้าน เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนกระหึ่มด้วยความตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มีคนพบศพของภาคินถูกทิ้งไว้ที่หน้าคาสิโนของเราครับนาย!" คิมหันต์ชะงักกึกทันที ร่างหนาผงะขึ้นจากร่างของมัสยา แววตาดิบเถื่อนแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมและเย็นยะเยือกในเสี้ยววินาที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงเสน่หาอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%