กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 16

ผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
ปัง! เสียงประตูกระจกบานหรูนิรภัยถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอารมณ์อันเกรี้ยวกราด จนบานกระจกแทบจะร้าวราน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมราคาแพงระยับที่โชยตีเข้าจมูกไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องพักส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของคาสิโนดูรื่นรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับสร้างความฉุนกึกราวกับกลิ่นอายของสัตว์ร้ายที่กำลังบุกรุกอาณาเขต มัสยาที่กำลังยืนหันหลังจัดแจงเสื้อผ้าอยู่ข้างโซฟาหนังแท้สะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ หญิงสาวหันขวับกลับไปมองผู้มาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงแนบเนื้อเผยให้เห็นสัดส่วนเย้ายวนใจ แต่ทว่าใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยาจนแทบเสียโฉม เรมิยา... อดีตคู่หมั้นผู้เพียบพร้อมและเย่อหยิ่งค้ำคอ กวาดสายตาดุจคมมีดมาหยุดอยู่ที่มัสยาด้วยความรู้สึกขยะแขยงระคนสมเพช "คิดไว้ไม่มีผิด... ว่าทำไมตาคิมถึงได้หลงเสน่ห์ผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอจนหัวปักหัวปำ ที่แท้ก็ใช้มารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนมาคอยปรนเปรออยู่บนเตียงนี่เองสินะ!" เสียงแหลมสูงตวัดกรีดแทงบรรยากาศที่เคยเงียบงันให้พังทลายลงในพริบตา เรมิยาไม่ได้สะทกสะท้านต่อสายตาตื่นตะลึงของมัสยาเลยแม้แต่น้อย หล่อนก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ด้วยท่าทีคุกคาม ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงดังน่ารำคาญใจ มัสยากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำทำให้ความหวาดกลัวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธ "คุณเรมิยา... กรุณาให้เกียรติสถานที่และตัวคุณเองด้วยค่ะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณจะเข้ามาโวยวายอย่างไร้มารยาท" "มารยาทเหรอ?" เรมิยาแค่นหัวเราะเสียงดังลั่น ดวงตาคู่สวยพาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "เด็กกะโปโลอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉัน! รู้ไหมว่าผู้ชายที่เธอกำลังนอนอ้าขาให้เนี่ย... มันเป็นใคร! มันไม่ใช่แค่มาเฟียใจหินธรรมดาๆ หรอกนะยะ แต่มันคือซาตานที่มือเปื้อนเลือด!" หัวใจของมัสยาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม แม้เธอจะพอรู้ว่าคิมหันต์ไม่ใช่คนธรรมดาและมีเบื้องหลังที่ดำมืด แต่ถ้อยคำดิบเถื่อนและการกล่าวหาอย่างจงใจของเรมิยากลับสร้างความหวั่นไหวในอกอย่างประหลาด "ฉันไม่สนใจว่าอดีตเขาจะเป็นใคร..." มัสยาเชิดหน้าขึ้นพยายามปกปิดความสั่นไหวในน้ำเสียง แม้เรียวปากจะเริ่มซีดเผือด "แต่ตอนนี้เขากับฉัน..." "เธอคิดว่าเขารักเธอหรือไง!" เรมิยาแผדเสียงแทรกขึ้นมาทันควัน แววตาสมเพชเวทนาฉายชัดยิ่งขึ้น หล่อนก้าวเข้าไปประชิดตัวมัสยา ส่งยิ้มเยาะหยันที่มุมปากก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "ตาสนั่นนั่นมันไม่เคยรักใครจริงหรอก! ผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิตมัน ก็เป็นได้แค่ 'เครื่องระบายความใคร่' ชั่วคราว... เหมือนกับที่มันเคยทำกับฉัน!" มัสยาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ภาพความเร่าร้อน ความดิบเถื่อน และสัมผัสอันลึกซึ้งที่คิมหันต์มอบให้เธอในทุกค่ำคืนผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อคำพูดของเรมิยากำลังกัดกินความเชื่อมั่นทีละน้อย "เธออยากรู้ไหมล่ะ... ว่าไอ้ผู้ชายที่คุณหลงนักหลงหนาเนี่ย มันเคยทำอะไรลับหลังเธอบ้าง?" เรมิยายกยิ้มร้ายกาจราวกับปีศาจสาว คว้าข้อมือเรียวของมัสยาไว้แน่นแล้วกระชากเข้ามาใกล้ "มันเคยฆ่าคนตายต่อหน้าต่อตาฉันมาแล้ว! มันเหี้ยมโหด ดิบเถื่อน และพร้อมจะขยี้ทุกคนที่ไม่ยอมสยบให้มัน... รวมถึงเธอด้วย!" "ปล่อยฉันนะคะ!" มัสยาพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอันน่ารังเกียจ แต่เรมิยากลับยิ่งบีบแน่นขึ้นด้วยแรงอารมณ์ "ปล่อยเหรอ? ทำไม... กลัวความจริงขึ้นมาแล้วล่ะสิ!" "เสียงดังเอะอะอะไรกัน... หน้าห้องของฉัน!" น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดิบเถื่อน และทรงพลังดังขึ้นจากทางประตูกรามที่ขบเข้าหากันจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในเสี้ยววินาที คิมหันต์ยืนกอดอกพิงกรอบประตู แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองผู้มาเยือนด้วยประกายตาวาวโรจน์ที่พร้อมจะฉีกกระชากอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยจังหวะก้าวที่หนักหน่วงและน่าเกรงขาม แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนเรมิยาถึงกับหน้าถอดสี มือที่บีบข้อมื้อมัสยาอยู่ค่อยๆ คลายออกโดยอัตโนมัติ "ตะ... ตาคิม" เรมิยาครางชื่อเขาด้วยความตกใจ รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดผวาที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ "คุณ... คุณออกมาพอดีเลย ฉันกำลังเตือนผู้หญิงหน้าโง่นี่อยู่ ว่าเธอไม่มีวันเทียบเท่าฉันได้ และเธอก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังนอนอยู่กับสัตว์ป่าประเภทไหน!" คิมหันต์ไม่แม้แต่จะชายตามองเรมิยาด้วยซ้ำ สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่เพียงที่มัสยา ร่างบางที่กำลังตัวสั่นเทาและข้อมือขึ้นรอยแดงจากการถูกบีบ ความโกรธเกรี้ยวระดับสิบพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุดในอกของมาเฟียหนุ่ม เขารังเกียจที่สุด... คือคนที่กล้าเข้ามาล้ำเส้นในอาณาเขตของเขา และยิ่งเกียรติหนักหนาเมื่อใครบังอาจมาทำร้าย 'ของเล่นชิ้นโปรด' ที่เขาหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใด คิมหันต์ก้าวเข้าไปประชิดเรมิยาในสามก้าว แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้เรมิยาต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง ลมหายใจสะดุดติดขัดเมื่อเผชิญหน้ากับแววตาดุร้ายที่ไม่มีความปรานีหลงเหลืออยู่เลย "ใครอนุญาตให้เธอ... เข้ามาเหยียบที่นี่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ทีละคำ... ทีละคำอย่างเนิบช้าแต่น่ากลัวถึงขั้วหัวใจ "ฉัน... ฉันแค่อยากมาเตือนคุณนะคิม ผู้หญิงคนนี้มันก็แค่..." "หุบปาก!" คิมหันต์ตวาดลั่นห้องจนกระจกแทบสั่นสะเทือน เขาเอื้อมมือหนาคว้าหมับเข้าที่ลำคอระหงของเรมิยาอย่างไม่ลังเล บีบกระชับเบาๆ แต่ทรงพลังพอกที่จะทำให้หล่อนขาดอากาศหายใจได้ในพริบตา "จำใส่สมองอันน้อยนิดของเธอไว้ เรมิยา... ที่นี่คือบ้านของฉัน และผู้หญิงคนนี้ คือคนที่ฉันเป็นคนเลือกเอง!" เรมิยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัวสุดขีด มือทั้งสองข้างพยายามแกะมือเหล็กกล้าที่บีบคอหล่อนไว้ออก แต่ไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย คิมหันต์ปรายตาหันไปมองบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนก้มหน้าอยู่ตรงประตูด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ลากตัวผู้หญิงสารเลวคนนี้ออกไปจากสายตาฉัน... แล้วอย่าให้หล่อนกล้าโผล่หัวมาที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง ไม่อย่างนั้น... ฉันจะไม่รับรองความปลอดภัยของตระกูลเธอ!" "ครับนาย!" บอดี้การ์ดทั้งสองก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว กระชากแขนเรมิยาให้ออกห่างจากนายใหญ่ทันที เสียงกรีดร้องโวยวายของเรมิยาค่อยๆ ดังห่างออกไปก่อนจะเงียบหายลงเมื่อประตูถูกปิดสนิทลงอีกครั้ง ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องพักส่วนตัวอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของมัสยาที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล คิมหันต์ผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก เขากวาดสายตาดุร้ายกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะก้าวเข้าไปหาช้าๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกและดุดันในแบบที่ทำให้มัสยาต้องถอยหลังหนีจนสะโพกชนติดกับขอบโต๊ะทำงาน "กลัวฉันหรือไง... หืม?" คิมหันต์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมใบหูเล็ก เสียงทุ้มพร่ากระຊากวิญญาณขณะที่มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง มัสยาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก เธอยังคงหวาดหวั่นกับคำพูดของเรมิยาเมื่อครู่ แต่สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาที่ลูบไล้อย่างถือสิทธิ์กลับแผดเผาเหตุผลทั้งหมดให้มลายหายไปในพริบตา "ปล่อยฉันนะคะ..." เธอกระซิบเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีลมหายใจร้อนที่เป่ารดต้นคอ "ปล่อยเหรอ?" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ายวน นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่เคลียแก้มเนียนออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะจงใจกดริมฝีปากลงบนซอกคอหอมกรุ่นอย่างไร้การปรานี "ในเมื่อเธอฟังคำเตือนของคนอื่นมามากพอแล้ว... คืนนี้ฉันจะทำให้เธอลืมทุกคำพูดพวกนั้นไปให้หมดสิ้น... ด้วยร่างกายของฉันเอง!" (โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ) ... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงเสน่หาอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%