เสียงแก้วคริสตัลราคาแพงถูกกระแทกเข้ากับพื้นหินอ่อนจนแตกกระจาย เสียงนั้นคมกริบ บาดลึก และดุดันราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจนมุมในกรงขังแห่งความบ้าคลั่ง
"คุณทำบ้าอะไรลงไปอีกแล้ว มัสยา!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องห้องนอนกว้าง โทนเสียงของคิมหันต์เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและแรงกดดันที่แผ่ซ่านจนอากาศรอบกายแทบจะลุกเป็นไฟ ดวงตาคมกราบดุจพยัคฆ์จ้องมองร่างบางที่ยืนสั่นสะท้านอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ มัสยาไม่ได้ถอยหนี เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขาด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงและดวงตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น
"ฉันแค่อยากออกไปจากที่นี่! ออกไปจากเงาของคนดิบเถื่อนอย่างคุณ!" มัสยาตวาดกลับ เสียงของเธอสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีที่ไม่มีวันยอมจำนน "คุณกักขังฉันไว้เหมือนนักโทษ! ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงในกรงทองของคุณนะคิมหันต์!"
ก้าวเดียวของชายหนุ่มรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ ก่อนที่มัสยาจะทันได้ขยับตัวหนี ร่างสูงใหญ่ก็พุ่งเข้ามาประชิด ล็อกข้อแขนเรียวทั้งสองข้างไว้ด้วยมือหนาเพียงข้างเดียวที่บีบแน่นจนกระดูกแทบร้าว แรงอารมณ์ที่ปะทะกันทำให้ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนแทบจะหลอมละลาย
"นักโทษงั้นเหรอ?" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากหยักลึกที่เต็มไปด้วยความดุดัน "ถ้าฉันอยากให้นักโทษอย่างเธออยู่แต่ในกรงสวาทแห่งนี้ เธอก็ไม่มีวันได้ก้าวเท้าออกไปไหนทั้งนั้น! จำใส่สมองเอาไว้ มัสยา!"
"ปล่อยฉันนะ! คนใจร้าย... คุณมันเห็นฉันเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อ!" มัสยาตบะแตก เธอกรีดร้องออกมาพร้อมกับใช้มืออีกข้างทุบตีลงบนแผงอกกว้างอย่างไร้ทิศทาง แรงอารมณ์ที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเนียน ความอึดอัด ความหวาดกลัว และความน้อยเนื้อต่ำใจหลอมรวมกันจนแทบจะหายใจไม่ออก
คิมหันต์นิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อฝ่ามือบางกระแทกเข้ากับอกเขา แรงตบตีนั้นเบาหวิวราวกับมดกัด แต่แววตาที่เจ็บปวดและหยาดน้ำตาที่รินไหลกลับสร้างรอยร้าวลึกในหัวใจของมาเฟียหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร ความโกรธเกรี้ยวที่คุกรุ่นอยู่เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความปวดร้าวลึกซึ้งที่ยากจะอธิบาย
เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือหัวด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างประคองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาเอาไว้ นิ้วโป้งหยาบกร้านปาดหยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา—สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุดันเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
"หยุดร้องไห้..." เสียงของเขาอ่อนลง ทว่ายังคงเจือไว้ด้วยความดุดันที่ทรงอำนาจ "ฉันเกลียดน้ำตาของเธอ... มัสยา"
"ถ้าเกลียด... ก็ปล่อยฉันไปสิคะ..." เธอสะอื้นฮายามที่สบตาคมกริบนั้น หัวใจดวงน้อยสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อลมหายใจร้อนๆ ของเขารดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม "ปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ... ฮึก... ปล่อยให้ฉันไปจากซาตานอย่างคุณ"
"ไม่มีวัน..." คิมหันต์กระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นเทา "ต่อให้เธอร้องขอชีวิต หรือเกลียดฉันจนวันตาย... ฉันก็ไม่มีวันปล่อยผู้หญิงที่เป็นเจ้าของลมหายใจของฉันคนนี้ให้หลุดมือไปเด็ดขาด"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหนาก็กดทับลงมาบด1ขยี้เรียวปากนุ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี จูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเร่าร้อนเพื่อลงโทษความดื้อรั้นของหญิงสาว ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความโหยหาและแรงปรารถนาอันลึกซึ้งที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา
มัสยาครางแผ่วในลำคอ พยายามจะเบือนหน้าหนีแต่ถูกมือหนาตรึงท้ายทอยไว้แน่น ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก รสจูบที่ทั้งดุเดือดและอ่อนหวานในคราเดียวกันทำให้สติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอยไปไกล ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงไฟสวาทที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนยากจะควบคุม
ร่างบางถูกผลักล้มลงไปบนเตียงนอนนุ่มกว้างอย่างนุ่มนวล ทว่ารวดเร็ว คิมหันต์ทาบทับลงมาด้วยร่างกายกำยำที่แผ่ไอความร้อนระอุ มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าบางเบา ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้สั่นสะท้านด้วยความวาบหวาม
"คิม..." มัสยาครางเรียกชื่อเขาด้วยเสียงกระเส่า ดวงตาฉ่ำน้ำมองชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตและหัวใจของเธอไว้ทั้งดวง
"เรียกฉันอีกครั้งสิ... มัสยา" เขาพزมกระซิบชิดใบหู เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันตราย "บอกฉันว่าเธอเป็นของใคร..."
เสื้อผ้าภายนอกถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เผยให้เห็นเรือนร่างงดงามที่แนบชิดติดกับแผงอกแกร่งเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งอำนาจ สัมผัสแห่งความเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าลึกซึ้งและดุดันตามสัญชาตญาณของนักล่า
ริมฝีปากหนาไล่จูบซับตั้งแต่ซอกคอขาวเนียน ไหล่มน ลงมาถึงเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจ มัสยาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความเต็มใจและโหยหา มือเรียวขยุ้มเส้นผมสีดำสนิทของเขาแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความโกรธเคืองและการกักขังเมื่อครู่ถูกหลอมละลายจนหมดสิ้นในห้วงเสน่หาอันเร่าร้อนที่ทั้งคู่สร้างร่วมกัน
จังหวะรักดำเนินไปอย่างดุเดือด หนักหน่วง และลึกซึ้ง ราวกับต้องการชดเชยความอึดอัดทั้งหมดที่ผ่านมา เสียงครางหวานหูผสานกับเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังระงมไปทั่วห้องนอนกว้าง ท่ามกลางค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันตรายที่ไม่มีวันหาทางออกเจอ
ยามเมื่อความสุขสมพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ร่างทั้งสองก็แนบสนิทเป็นหนึ่งเดียว ราวกับประกาศให้รู้ว่าไม่ว่ากำแพงแห่งความโกรธเกรี้ยวจะสูงชันแค่ไหน พวกเขาก็ยังคงพ่ายแพ้ให้กับหัวใจของกันและกันอยู่ดี
ห้องนอนกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงกว้าง มัสยาซบหน้าลงกับแผงอกเปลือยเปล่าของคิมหันต์ ปล่อยให้ปลายนิ้วอุ่นของเขาเกลี่ยเส้นผมสลวยเล่นอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มทำให้เธอลืมความหวาดกลัวไปชั่วขณะ
ทว่า... ความเงียบงันนั้นถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุบประตูดังสนั่นจากด้านนอกห้องโถงใหญ่แทรกเข้ามาในโสตประสาท
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"คุณคิมหันต์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนผ่านประตูดังเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "คนของตระกูลเรมิยาบุกเข้ามาในเขตคาสิโน และพวกมัน... กำลังพาตัวประกันสำคัญมาด้วยครับ!"
กุหลาบอาบแสงจันทร์ 🌹✨
กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 22
การปะทะทางอารมณ์
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!