กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 21

กรงที่แข็งแกร่งขึ้น

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
เสียงกัมปนาทของกระจกกันกระสุนหนาเตอะที่แตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของมัสยา ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเศษแก้วคมกริบเหล่านั้น คือแววตาดุดั่งพยัคฆ์ร้ายของคิมหันต์ที่กำลังลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ เขาไม่ได้สนใจบาดแผลถลอกตามฝ่ามือจากการกระชากกระชากสิ่งกีดขวางเมื่อครู่แม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยรวดเร็วราวมัจจุราช สองมือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวทั้งสองข้างก่อนจะบีบแน่นจนเนื้อตัวสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดและแรงอารมณ์ที่ปะทะกันอย่างรุนแรง "เธอกล้าดียังไง มัสยา!" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน แฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกคามือ "กล้าเอาชีวิตตัวเองมาท้าทายความอดทนของฉันอย่างนั้นเหรอ คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเธอรึไง!" "ปล่อยฉันนะคุณคิม!" มัสยาตวาดกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวราจะหลุดออกมานอกอกด้วยความหวาดกลัว แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิที่ค้ำคอทำให้เธอเชิดหน้าสู้ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความดุดับอย่างท้าทาย "ก็ในเมื่อคุณขังฉันไว้ที่นี่ ปฏิบัติกับฉันเหมือนนักโทษ ไร้ซึ่งอิสรภาพและสิทธิความเป็นมนุษย์ ฉันก็ต้องหาทางออกสิคะ! หรือจะให้ฉันนั่งรอความตายอยู่ที่นี่เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรเลยอย่างนั้นเหรอ!" "ใช่! เธอต้องอยู่และเชื่อฟังฉัน!" คิมหันต์คำรามลั่น นัยน์ตาคมดุแดงก่ำด้วยความโกรธที่ผสมปนเปไปกับความห่วงใยอันบิดเบี้ยวที่เขาไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็น "เธอไม่รู้หรอกว่าข้างนอกนั่นมันอันตรายแค่ไหน พวกมันไม่ได้แค่อยากได้เงิน แต่มันจ้องจะเด็ดหัวเธอเพื่อเหยียบหน้าฉัน! แล้วเธอยังกล้าดื้อด้านแหกกฎออกไปหาความตายเองอีกเหรอ มัสยา... เธอมันโง่ หรือไร้เดียงสากันแน่!" ประโยคสุดท้ายของเขาเหมือนหมัดหนัก ๆ ที่ชกเข้าที่ลิ้นปี่จนเธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก มัสยาชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดนั้น แต่ทว่าความพยศก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างเหนียวแน่น "ถึงฉันจะโง่... แต่มันก็เรื่องของฉันค่ะ! ไม่เกี่ยวกับคุณ! ปล่อยฉันนะ ฉันจะไปเก็บของ!" หญิงสาวสะบัดแขนสุดแรงเพื่อหลุดพ้นจากการพันธนาการ ทว่ามีหรือที่แรงอันน้อยนิดของเธอจะสู้แรงของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลได้ คิมหันต์ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิดติดแผงอกแกร่ง ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่ปะทะกันจนแทบหลอมละลาย กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของมัสยาผสานเข้ากับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และความดุดันจากตัวชายหนุ่ม สร้างบรรยากาศตึงเครียดที่อบอวลไปด้วยมลพิษทางอารมณ์อันตราย "เก็บของงั้นเหรอ..." คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ก่อนที่สายตาคมกริบจะกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ "เธอไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป กรงขังแห่งนี้จะถูกยกระดับความปลอดภัยขึ้นเป็นร้อยเท่า และประตูห้องนี้... จะไม่มีวันเปิดออกให้เธอเดินออกไปเหยียบข้างนอกได้อีกจนกว่าฉันจะอนุญาต!" "คุณไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้! ฉันไม่ใช่ทาสของคุณนะ!" มัสยาขึ้นเสียงกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ มือบางระดมทุบลงบนอกแกร่งไม่ยั้งเพื่อระบายความอัดอั้น "ฉันมีสิทธิ์!" คิมหันต์สวนกลับเสียงดังลั่นห้องจนกระจกสั่นสะเทือน มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนที่มืออีกข้างจะตรึงคางมนไว้แน่นบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นมารับการจ้องมองอันดุดัน "เพราะเธอเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่ชายสวะ ๆ ของเธอไม่ใช่เหรอ? เธอยอมเอาตัวมาขัดดอกที่นี่เอง... เพราะฉะนั้น ร่างกายนี้ ลมหายใจนี้ และทุกลมหายใจเข้าออกของเธอ... เป็นของฉัน! ฉันจะขังเธอไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด แม้ว่าเธอจะเกลียดฉันจนแทบอยากจะฆ่าฉันก็ตาม!" ดวงตาของมัสยาคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งความคับแค้น แต่มันถูกกลั้นไว้ด้วยความดื้อรั้น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้เห็นความอ่อนแอเด็ดขาด ทว่าแววตาคู่นั้นกลับสั่นระริกและสร้างแรงดึงดูดประหลาดให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มกระตุกวูบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ ระยะห่างที่แนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่างทำให้แรงปรารถนาอันดิบเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะควบคุม คิมหันต์มองริมฝีปากที่สั่นเทาด้วยความโกรธนั้นด้วยสายตาร้าวลึก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่เริ่มถูกแทนที่ด้วยเพลิงสวาทที่กำลังแผดเผาช่องท้องของเขาอย่างรุนแรง "ดื้อนักนะ..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังชิดริมฝีปาก นัยน์ตาสสีเข้มกวาดมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตาบาง ๆ ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย ก่อนที่มัสยาจะทันได้เอ่ยคำปฏิเสธใด ๆ คิมหันต์ก็โน้มใบหน้าลงมาประกบปิดเรียวปากอิ่มด้วยความโหยหาและดุดัน รสจูบในคราแรกเต็มไปด้วยการลงทัณฑ์และความเอาแต่ใจ รุกราน ล่วงล้ำ และไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หายใจ ทว่าเมื่อหญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืนด้วยแรงอันน้อยนิด มือหนากลับยิ่งกระชับท้ายทอยของเธอให้ตรึงอยู่กับที่ ลากไล้สัมผัสร้อนผ่าวลึกลงไปจนกลีบปากนุ่มเผยอรับความวาบหวามที่เขาหยิบยื่นให้อย่างจำยอม รสจูบที่เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนราวกับไฟสำรอก เรียวลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ สร้างความสั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์กายของมัสยา หัวใจที่เคยเต้นด้วยความโกรธเกรี้ยวกลับพลิกผันเต้นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนปวกเปียกยามเมื่อฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าผ่านเนื้อผ้าอย่างถือวิสาสะ ความอบอุ่นจากฝ่ามือและสัมผัสอันช่ำชองของเขาแผ่ซ่านความเสียวซ่านไปทั่วผิวเนื้อ จนเธอเผลอส่งเสียงครางประท้วงในลำคออย่างลืมตัว คิมหันต์ผริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ทว่าหน้าผากของเขายังคงแนบชิดติดกับหน้าผากมน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียนอย่างใกล้ชิด แววตาของเขาในยามนี้เปลี่ยนเป็นดارกรอมะนซ์ที่เต็มไปด้วยความต้องการอันล้นปรี่ "จำไว้... ว่าอย่าคิดลองดีกับฉันอีก" เขากระซิบเสียงพร่าชิดใบหู พร้อมกับขบเม้มติ่งหูเบา ๆ จนเธอสะดุ้งสุดตัว "ไม่อย่างนั้น... ฉันอาจจะไม่ได้ลงโทษเธอแค่การกักบริเวณแบบนี้แน่" มัสยาหอบหายใจสะท้าน ดวงตากลมโตมองเขาด้วยความหวาดหวั่นปนเคืองแค้น แต่ก่อนที่เธอจะได้ตอบโต้ เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกห้องนอนก็ดังขึ้นรัวเร็ว พร้อมกับเสียงรายงานจากลูกน้องคนสนิทที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความวาบหวามเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที "นายครับ! ทางด้านนอก... มีความเคลื่อนไหวแปลก ๆ จากฝั่งของเรมิยาครับ เธอพยายามส่งคนเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวคาสิโน และดูเหมือนว่า... จะมีสารท้ารบส่งตรงถึงคุณคิมโดยเฉพาะครับ!" ดวงตาคมกริบของคิมหันต์หรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนมัสยารู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นพล่านไปตามสันหลัง ชายหนุ่มละสายตาจากใบหน้าหวานของเธอชั่วขณะ ก่อนจะหันไปมองประตูด้วยแววตาดุดั่งพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลکคามือ ทว่าก่อนที่เขาจะผละเดินออกไป คิมหันต์กลับหันกลับมาล็อกข้อมือของมัสยาไว้แน่นอีกครั้งด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "อยู่แต่ในนี้... อย่าออกไปไหนเด็ดขาด จนกว่าฉันจะกลับมา" เขากระซิบเสียงต่ำเฉียบขาด ก่อนจะผลุนผลันก้าวออกจากห้องไปและปิดประตูกระแทกเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงล็อกกลอนดิจิทัลจากด้านนอกที่ดังขึ้น "ติ๊ด!" สองครั้ง ยืนยันการกักขังอย่างเบ็ดเสร็จ มัสยา দাঁড়อยู่กลางห้องที่เงียบงัน หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันระหว่าความโกรธและความสงสัย เรมิยาอย่างนั้นเหรอ... ผู้หญิงคนนั้นกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ และที่สำคัญกว่านั้น... สารท้ารบที่ถูกส่งมา จะเกี่ยวข้องกับพี่ชายของเธอหรือตัวเธอกันแน่? หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประตูกระจกที่ถูกล็อกสนิท ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินกลับมาหยุดอยู่หน้าประตูพร้อมกับเสียงกดรหัสผ่านและเปิดผางเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยก็ทำให้เธอดึงสติกลับมา ทว่า... ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูเวลานี้ กลับไม่ใช่คิมหันต์อย่างที่เธอคิด! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดาร์กและเร่าร้อนนี้นะคะ — กุหลาบอาบแสงจันทร์
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%