เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับความตึงเครียดระลอกใหม่ในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ทำให้คิมหันต์ละสายตาไปจากร่างระหงที่นอนซมอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวยาวเลยแม้แต่น้อย
"ออกไป... แล้วจัดการพวกมันอย่าให้เหลือแม้แต่ซาก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟันอย่างเยียบเย็น นัยน์ตาสสีนิลดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายยังคงจดจ้องอยู่เพียงแค่เรือนร่างบอบบางที่กำลังสั่นเทาด้วยพิษไข้ ลูกน้องคนสนิทก้มหน้ารับคำสั่งแล้วถอยรอยออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับบานประตูไม้สักที่ปิดสนิทลงอีกครั้ง เหลือไว้เพียงความเงียบงันและไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของมัสยา
หญิงสาวนอนขดตัวซุกซบอยู่ใต้ผ้าขนหนูผืนหนา ลมหายใจที่เป่ารดออกมาคุกรุ่นไปด้วยความร้อนผ่าว พวงแก้มเนียนใสแดงก่ำด้วยพิษไข้ขึ้นสูงจนน่าใจหาย ริมฝีปากที่เคยดื้อรั้นและต่อปากต่อคำกับเขาบัดนี้แห้งผากและเผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอด
คิมหันต์ขบกรามแน่นโดยไม่รู้ตัว ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ในอกเมื่อเห็นสภาพที่อ่อนแอจนไร้ทางสู้ของเธอ มันไม่ใช่ความสมเพช... แต่เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่กัดกินหัวใจดิบเถื่อนของเจ้าพ่อคาสิโนหนุ่มอย่างเงียบเชียบ มือหนายื่นออกไปแตะหน้าผากมนที่ร้อนดั่งไฟลวกอย่างถือวิสาสะ
"อื้ม..." มัสยาครางแผ่วเบาในลำคอด้วยความทรมาน เปลือกตาบางขยับไหวเล็กน้อยก่อนจะลืมขึ้นมาอย่างยากลำบาก นัยน์ตาคู่สวยที่เคยฉายแววพยศและแข็งกร้าว บัดนี้ฉ่ำน้ำและพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตาจากพิษไข้
"ตื่นแล้วหรือแม่ตัวดี" คิมหันต์แค่นเสียงดุ ทว่าน้ำเสียงกลับไม่ได้แข็งกร้าวอย่างที่ใจคิด มือใหญ่เลื่อนลงมาสัมผัสแก้มเนียนร้อนผ่าวอย่างเบามือโดยสัญชาตญาณ "เก่งนักไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองป่วยเป็นไข้หัว ดหัวเหี้ยนอยู่ตรงนี้"
"คุณ... คิมหันต์" เสียงแหบแห้งเอ่ยเรียกชื่อเขาเบาราวกับเสียงกระซิบ มัสยาพยายามจะขยับตัวถอยหนีสัมผัสที่คุ้นเคยและอันตราย แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกหินถ่วง แรงที่เคยมีเพื่อต่อต้านเขามลายหายไปจนหมดสิ้น "ปล่อย... ฉัน..."
"อย่าดื้อ มัสยา" เขาคาดโทษเสียงต่ำ พร้อมกับช้อนร่างระหงขึ้นแนบอกอย่างไร้ความปรานี หญิงสาวสะแม้ตัวเล็กน้อยด้วยความตกใจ แขนเรียวอัตโนมัติยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อพยุงตัว กลิ่นกายบุรุษเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากแผงอกกว้างที่แนบชิด ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
คิมหันต์อุ้มเธอเดินตรงไปยังห้องนอนส่วนตัวที่อยู่ด้านใน วางร่างอรชรลงบนเตียงนอนคิงไซส์อย่างระมัดระวังราวกับเธอกลายเป็นสิ่งของเปราะบางที่หากมือหนักเกินไปอาจแตกสลายคามือ เขาจัดการดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายให้จนถึงอก ก่อนจะหันไปสั่งการสาวใช้ให้นำน้ำอุ่นและผ้ามาให้
ไม่นานนัก ผ้าชุบน้ำอุ่นก็ถูกส่งมาอยู่ในมือของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล คิมหันต์ไล่สาวใช้ให้ออกไปจากห้องจนหมด เหลือเพียงเขากับเธอในความเงียบสงบ มัสยาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความอึดอัดเมื่อสัมผัสเย็นชื้นแตะลงที่บริเวณหน้าผาก
"อยู่นิ่งๆ" เขาเอ่ยดุเมื่อเห็นเธอพยายามเบี่ยงหน้าหนี
"ฉัน... ฉันเช็ดเองได้..." เธอฝืนเปล่งเสียงแหบพร่า พร้อมกับยกมือสั่นเทาขึ้นหมายจะแย่งผ้าขนหนูมาถือไว้เอง แต่คิมหันต์กลับจับข้อมือเล็กนั้นไว้มั่น รวบมันตรึงไว้ข้างลำตัวด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย
"อย่าอวดเก่งในเวลาแบบนี้ มัสยา เธอกำลังจะตายอยู่รอมร่ออยู่แล้ว"
แววตาดุดันที่มองมาเต็มไปด้วยความคาดคั้นและความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน คิมหันต์ค่อยๆ เลื่อนผ้าขนหนูลงมาตามกรอบหน้าเนียน ไล่เรื่อยมาที่ลำคอระหงและไหปลาร้าที่ไหวสะท้านตามแรงหอบหายใจ สัมผัสนั้นไม่ได้ดิบเถื่อนรุนแรงเหมือนทุกครั้ง หากแต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยปฏิบัติกับใครหน้าไหนมาก่อนในชีวิต
มัสยานอนนิ่ง ปล่อยให้ปลายนิ้วอุ่นและผ้าชุบน้ำเช็ดไปตามเนื้อตัวเพื่อลดความร้อนในร่างกาย ความใกล้ชิดที่ไร้ซึ่งการปะทะคารมทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไป หัวใจของหญิงสาวสั่นไหวอย่างรุนแรง ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีเริ่มถูกกัดเซาะด้วยความใส่ใจที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากผู้ชายดิบเถื่อนอย่างเขา
เมื่อจัดการเช็ดตัวให้จนเสร็จเรียบร้อย คิมหันต์ก็ทิ้งตัวลงนั่งลงที่ขอบเตียง สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างภายใต้ผ้าห่ม รอยร้าวระหว่างอำนาจของเขาและศักดิ์ศรีของเธอดูเหมือนจะเริ่มมีรอยสมานเข้าหากันทีละน้อยอย่างเงียบเชียบ
"ทำไมถึงดื้อนัก..." เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มแดงระเรื่อ "รู้ไหมว่าเวลาเธอป่วยแบบนี้... โลกของฉันมันน่ารำคาญแค่ไหน"
มัสยาสบตากับเขา นัยน์ตาคู่หวานไหวระริก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอดึงรั้งให้ทั้งคู่ขยับเข้าหากันโดยไม่มีใครเอ่ยท้วง ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกัน ความใกล้ชิดที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หาอันตรายกำลังจะหลอมรวมพวกเขาทั้งคู่ให้จมดิ่งลงไปในวังวนเดิมอีกครั้ง
ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศหวานล้ำและตึงเครียดนั้นลงในพริบตา คิมหันต์ชะงักก็นิ่วหน้าด้วยความหงุดหงิดระAอุ นัยน์ตาดุดันฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันทีที่ความเป็นส่วนตัวถูกรบกวน
"คุณคิมหันต์ครับ! ขอประทานโทษครับ..." เสียงลูกน้องคนเดิมดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "เรมิยา... คุณเรมิยาบุกเข้ามาในคาสิโนแล้วครับ และเธอกำลังตรงมาที่นี่ครับ!"
ร่างบนเตียงสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินชื่อนั้น นัยน์ตาของมัสยาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคออย่างเหี้ยมเกรียม นัยน์ตาพยัคฆ์วาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
กุหลาบอาบแสงจันทร์
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 12
รอยร้าวที่เริ่มสมาน
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!