"พี่ชายตัวปัญหาของเธอ... มันเอาชีวิตของตัวเองไปจำ당ไว้ในบ่อนการพนันของฉันจนหมดสิ้นแล้ว มัสยา!"
เสียงคำรามต่ำทุบทำลายความเงียบในห้องพักหรูจนแทบแหลกสลาย คิมหันต์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวกับเสือดาวที่จ้องตะครุบเหยื่อ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ ระอุร้อนจนแทบจะเผาผลาญร่างระหงที่ยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่เบื้องหน้าให้กลายเป็นจุล
มัสยาเบิกตากว้าง ลมหายใจของเธอสะดุดกึกทันทีที่ได้ยินชื่อของ 'ภาคิน' พี่ชายแท้ๆ ที่คอยสร้างแต่หายนะและปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน ความตกใจระคนหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนเธอพูดไม่ออก มือเรียวบางที่กำเข้าหากันแน่นสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
"คุณ... คุณหมายความว่ายังไง..." เสียงของเธอแหบพร่า ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นและจำยอม
"หมายความว่าพี่ชายตัวดีของเธอกำลังจะถูกตัดนิ้วทิ้ง ถ้าไม่มีเงินก้อนโตไปไถ่ตัวมันคืน!" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบีบปลายคางมนของเธอไว้ด้วยความหมั่นเขี้ยวและโกรธเกรี้ยวระคนกัน "แต่เธอก็รู้ดีนี่... ว่าคนอย่างฉันไม่เคยใจดีให้ใครยืมเงินฟรีๆ โดยไม่มีสิ่งแลกเปลี่ยน"
นิ้วแกร่งออกแรงบีบเน้นจนผิวเนื้อนวลขึ้นรอยแดงช้ำ มัสยานิ้วหน้าด้วยความเจ็บปวดแต่เธอเลือกที่จะเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมส่งเสียงร้องครวญครางให้อีกฝ่ายได้ใจ ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นสู้กับแววตาดุดันคู่นั้น แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นระรัวราวกับกลองเพลด้วยความหวาดกลัวก็ตาม
"ปล่อยฉัน... คนใจร้าย คุณไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายครอบครัวฉันแบบนี้!"
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คิมหันต์ทวนคำ เสียงกระซิบต่ำพร่าชิดริมฝีปากของเธอ ร้อนระอุราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง ร่างหนาขยับเข้าเบียดชิดจนแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังห้องเย็นเยียบ ปิดกั้นทุกทางหนีราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น "จำไว้ซะมัสยา... พี่ชายเธอเอาตัวเธอมาวางเดิมพันไว้กับฉันตั้งแต่วันที่มันก้าวขาเข้าบ่อนของฉันแล้ว เธอเป็นของฉัน! เป็นทาสสวาทที่ต้องชดใช้หนี้กรรมแทนมัน!"
สิ้นคำพูดดิบเถื่อน ปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มของเธอในทันทีอย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาอันอันตรายที่พร้อมจะกลืนกินเธอทั้งตัว มัสยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด เธอพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อขัดขืนและประท้วงสัมผัสจาบจ้วงนั้น แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของหญิงสาวจะต้านทานมหาอำนาจดิบเถื่อนของเจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพลได้
เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ คิมหันต์บดเบียดริมฝีปากหนักหน่วงยิ่งขึ้น มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อล็อกต้นคอระหงไม่ให้เธอหันหนี รสจูบที่ทั้งดุดันและวาบหวามค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความโกรธเกรี้ยวให้กลายเป็นไฟเสน่หาที่ลุกโชนขึ้นเรื่อยๆ
มัสยาที่พยายามขัดขืนในตอนแรก เริ่มรู้สึกว่าเรียวขาของตัวเองอ่อนแรงลงทุกที สัมผัสอันชำนาญและเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดของเขาทำเอาสติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของ กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับความดุดันอันเป็นเอกลักษณ์ของคิมหันต์กำลังมอมเมาเธอให้จมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาที่ไร้ทางออกอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อสัมผัสได้ว่าร่างกายภายใต้ร่างของเขาเริ่มอ่อนระทวยและตอบสนอง คิมหันต์ก็ผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้กอบโกยอากาศหายใจเข้าปอด ทว่าแววตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอขาวเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ
"ไหนล่ะ... ศักดิ์ศรีที่เธอคอยอวดนักอวดหนา?" เสียงทุบต่ำกระซิบชิดใบหู พาลเอาขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง "สุดท้าย... เธอก็แค่ผู้หญิงอ่อนแอที่พ่ายแพ้ให้กับสัมผัสของฉันอยู่ดี มัสยา"
"ฉัน... ฉันไม่ได้..." เธอพยายามจะเถียง แต่เสียงพูดกลับขาดห้วงเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ร่มผ้าอย่างอารมณ์ดี ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อทุกตารางนิ้วที่สัมผัสราวกับมีกระแสไฟวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกต่อต้านในใจถูกความซาบซ่านวาบหวามกัดเซาะจนพังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มเลือนรางเหลือเพียงความต้องการอันตระหนกที่ตื่นขึ้นมาแทนที่
ริมฝีปากร้อนของคิมหันต์ไล่พรมจูบลงมาตามซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยรักสีจางเพื่อตีตราจองความเป็นเจ้าของ มือหนาปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัว ร่างกายของมัสยาสั่นสะท้านด้วยความวาบหวาม ยามที่ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ผ่านเนินอกอวบอิ่ม เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เปลือกตาปิดพริ้มลงด้วยความจำนนต่อสัญชาตญาณดิบที่เขาเป็นผู้ปลุกเร้า
"มองหน้าฉัน... มัสยา" เสียงคำรามต่ำสั่งการด้วยอำนาจเด็ดขาด
หญิงสาวลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองสบกับแววตาดุดันที่เต็มไปด้วยไฟสวาทของเขา ในวินาทีนั้น ไม่มีบทสนทนาใดๆ มีเพียงแรงดึงดูดอันตรายที่หลอมรวมวิญญาณและร่างกายของคนทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกันอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาประกบจูบเธียรระอุอีกครั้ง ครั้งนี้มันลึกซึ้ง เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้
ร่างบางถูกผลักราบลงบนเตียงนอนนุ่มกว้างอย่างนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเร่งเร้าของอารมณ์ที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ค่ำคืนนี้พายุอารมณ์ได้โหมกระหน่ำซัดสาดเข้ามาในหัวใจของเธออย่างรุนแรง และเธอก็รู้ดีว่า... ตนเองไม่มีทางรอดพ้นจากกรงเล็บของพยัคฆ์ร้ายตัวนี้ไปได้อีกแล้ว
ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันและอุณหภูมิความร้อนแรงกำลังพุ่งถึงจุดสูงสุด เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายที่ทำให้คิมหันต์ชะงักกึก สีหน้าเหี้ยมเกรียมแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันดุจปีศาจในเสี้ยววินาที
"คุณคิมหันต์ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มีคนบุกรุกเข้ามาทางด้านหลังคาสิโน และ..."
กุหลาบอาบแสงจันทร์
(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในห้วงเสน่หาอันตรายนี้นะคะ)
กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 11
พายุอารมณ์
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!