เสียงกระจกแตกกระจายดังก้องกังวานบาดแก้วหู พร้อมกับร่างของบอดี้ガードสองคนที่กระเด็นเข้ามากระแทกพื้นห้องโถงใหญ่ในสภาพสะินสะท้าน เรมิยาปรากฏกายขึ้นท่ามกลางกลุ่มตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษอาวุธครบมือ รอยยิ้มเยือกเย็นฉาบอยู่บนใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่วห้องราวกับผู้ชนะที่กำลังจะเข้ายึดบัลลังก์
"คิมหันต์... หมดเวลาเล่นสนุกของคุณแล้วค่ะ" เสียงแหลมสูงของเรมิยาแฝงไปด้วยความสะใจ ขณะก้าวฉับๆ เข้ามาในอาณาจักรที่เธอเฝ้าฝันอยากครอบครอง
กลางความโกลาหลนั้น คิมหันต์ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ามัสยา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มแผ่ไอเย็นชาและดุดันออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากสั่งการ เสียงตบเท้าหนักหน่วงก็ล้อมกรอบพวกเขาไว้ทุกทิศทาง ทว่าแววตาของเจ้าพ่อคาสิโนหนุ่มไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความเหี้ยมเกรียมที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าล้ำเส้น
"คิดว่าพาหมาล่าเนื้อมาด้วยแล้วจะพังบ้านฉันได้งั้นเหรอ เรมิยา" น้ำเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดจนน่ากลัว คิมหันต์ก้าวเข้าไปบังมัสยาไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างเปรียบเสมือนโล่อันแข็งแกร่งที่ปกป้องเธอจากสายตากระหายความพินาศของผู้มาเยือน
เรมิยาหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความริษยาเมื่อเหลือบไปเห็นมือเรียวของมัสยาที่กำลังกำชายเสื้อสูทของคิมหันต์ไว้แน่น "ปล่อยให้ผู้หญิงหน้าเงินคนนี้หลอกใช้จนโงหัวไม่ขึ้น ระวังตัวคุณเองจะฉิบหายไปด้วยนะคะคิม!"
สารวัตรตำรวจที่นำกำลังมาพยายามก้าวเข้ามาแสดงหมายค้น แต่คิมหันต์กลับยกมือขึ้นเพียงนิดเดียว รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันให้เจ้าหน้าที่นายนั้นชะงักฝีเท้า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด มัสยาที่ยืนเงียบมาตลอดกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
หญิงสาวก้าวออกมาจากด้านหลังแผ่นหลังกว้าง เธอไม่ได้ซ่อนตัวอีกต่อไป ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคง เธอหันไปสบตากับคิมหันต์ นัยน์ตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มไหววูบลงชั่วขณะเมื่อเห็นความห่วงใยสะท้อนอยู่ในนั้น
"ฉันจะไปกับพวกคุณเองค่ะ" มัสยาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่ชัดเจนพอที่จะทำให้ทุกคนหยุดชะงัก "หยุดเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อทำลายเขาเสียที เรมิยา... คนที่คุณต้องการคือฉันไม่ใช่เหรอ?"
"มัส!" คิมหันต์คำรามลั่น ข้อมือแกร่งคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธอทันที แรงบีบสะท้อนความโกรธเกรี้ยวและหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นในอก ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนน่ากลัว ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ "เธอพูดบ้าอะไรออกมา รู้ตัวไหม!"
"ฉันรู้ค่ะ..." มัสยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำตาคลอหน่วยแต่ไม่ยอมร่วงหล่น มือเรียวยกขึ้นแตะสันหนวดคริ้มบนแก้มสากของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนท่ามกลางพายุคลั่งทำให้คิมหันต์ชะงัก ร่างหนาสั่นสะท้านเล็กน้อย พยัคฆ์ร้ายที่เคยดิบเถื่อนและไร้ความปรานี กลับยอมจำนนต่อปลายนิ้วสั่นเทานี้อย่างง่ายดาย "ฉันไม่อยากให้ใครมาทำลายคุณ... โดยเฉพาะเพราะผู้หญิงอย่างฉัน"
เรมิยาขบฟันกรอดด้วยความขัดเคือง "ช่างเป็นความรักที่น่าสมเพชเสียจริง! จับตัวผู้หญิงคนนั้นไป!"
ตำรวจสองนายขยับตัวจะเข้าไปล็อกมัสยา แต่คิมหันต์กลับตวัดสายตาดุจคมมีดมองตรงไปยังนายตำรวจเหล่านั้น รังสีอำมหิตพุ่งทะยานจนเจ้าหน้าที่ต้องผถอยกรูด "ใครกล้าแตะต้องตัวผู้หญิงของฉัน... ศพมันจะไม่สวยแน่!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันบ่งบอกว่าเขาพร้อมจะฆ่าคนจริงๆ ที่นี่ ตอนนี้
บรรยากาศในห้องโถงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เรมิยาหน้าถอดสีด้วยความแค้น สารวัตรตำรวจเองก็เริ่มลังเลเมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่ไม่รู้จุดสิ้นสุดของเจ้าพ่อคาสิโน
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง มัสยาตัดสินใจดึงมือของคิมหันต์มากุมไว้แน่น แรงบีบกระชับจากเธอส่งผ่านความอบอุ่นและความเด็ดเดี่ยวเข้าไปในหัวใจที่ด้านชาของเขา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเรมิยาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่หาญกล้าที่สุดในชีวิต
"ถ้าคุณอยากได้ตัวฉันนัก... ก็เชิญค่ะ" มัสยาเชิดหน้าขึ้นอย่างมีศักดิ์ศรี "แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่า ต่อให้คุณลากฉันไปถึงหลักประหาร คุณก็ไม่มีวันชนะเขา... เพราะหัวใจของเขา ไม่เคยเป็นของคุณตั้งแต่แรก!"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจเรมิยา หญิงสาวกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง สั่งให้ลูกน้องและตำรวจปฏิบัติการพิเศษบุกเข้าไป แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น คิมหันต์ก็ดึงร่างบางเข้าหาตัวอย่างแรง วงแขนแข็งแกร่งโอบกอดเธอไว้แนบอก ราวกับจะหลอมรวมเธอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ
"ไม่มีใครหน้าไหนได้ตัวเธอไปทั้งนั้น..." คิมหันต์กระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยคำสัญญาที่หนักแน่นดั่งขุนเขา ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของมัสยา "จำคำฉันไว้นะมัส... ต่อให้แผ่นดินนี้ถล่มลงมา เราก็จะก้าวผ่านมันไปด้วยกัน"
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขาละลายความหวาดกลัวทั้งหมดในใจมัสยา เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา มือเรียวโอบกอดรอบเอวสอบของเขาแน่นขึ้น ซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก ทั้งสองคนยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ท่ามกลางวงล้อมของศัตรู โดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจใดๆ อีกต่อไป
ทว่า... ในจังหวะที่คิมหันต์กำลังจะเอ่ยปากสั่งการให้ลูกน้องกวาดล้างพวกเรมิยาให้สิ้นซาก เสียงปรบมือดังแปะๆ ก็แว่วมาจากความมืดตรงทางเดินชั้นสอง
"ช่างเป็นภาพรักที่ซาบซึ้งกินใจเสียจริง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก และคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงาสลัว
คิมหันต์ชะงักกึก ร่างกายเกร็งเครียดขึ้นในทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลที่ก้าวลงมาจากบันได
มัสยาถึงกับหน้าถอดสี หัวใจกระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น เมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า... คือพี่ชายแท้ๆ ของเธอเอง คนที่ควรจะหนีหัวซุกหัวซุนไปต่างประเทศจากคดีหนี้สินมหาศาล... ภาคิน!
"ตกใจอะไรกันเหรอครับน้องสาว... พี่ชายคนนี้แค่อยากกลับมาทวงของที่ควรจะเป็นของพี่คืนเท่านั้นเอง" ภาคินยิ้มเหี้ยมเกรียม พลางยกปืนสั้นในมือขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของคิมหันต์อย่างไร้ความลังเล!
---
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในกรงขังแห่งความปรารถนานี้กับ "กุหลาบอาบแสงจันทร์" ค่ะ
กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 25
หัวใจที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!