กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 3

กฎเหล็กสามข้อ

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
เพลิงสีส้มฉานที่กำลังแผดเผาโกดังสินค้าล็อตใหญ่ที่ท่าเรือริมน้ำ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเสียหายมูลค่ามหาศาลนับร้อยล้าน แต่ภาพเปลวไฟที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีรัตติกาลของคิมหันต์ กำลังแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยืนนิ่งสนิทอยู่ริมหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ของห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุง มือหนากำแก้ววิสกี้แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว นัยน์ตาดุดันคมกริบกวาดมองรายงานความเสียหายบนแท็บเล็ตที่ลูกน้องคนสนิทเพิ่งยื่นส่งให้ด้วยบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "ฝีมือไอ้เสี่ยชัชวาล... มันคิดจะตัดหน้าเราหลังจากที่ปฏิเสธข้อเสนอเรื่องหุ้นส่วน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยไอสังหารที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนเยือกเย็น มัสยาที่ยืนอยู่มุมห้องสะท้อนใจกับบรรยากาศอันคุกคามนั้น เธอรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเรียกร้องความเห็นใจ แต่ภาระหนี้สินมหาศาลและชีวิตของพี่ชายที่หายตัวเข้ากลีบเมฆทำให้เธอกลายเป็นนักโทษประหารที่รอวันพิพากษาโดยไม่มีสิทธิ์เลือก คิมหันต์หันขวับกลับมามองหญิงสาว ร่างสูงก้าวเท้าเข้าหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคงดั่งมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้าหาเหยื่อ กลิ่นอายความเป็นชายฉกรรจ์ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและแอลกอฮอล์ลอยเข้าแตะจมูกจนมัสยาต้องผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "นายจะทำอะไร..." มัสยาเปล่งเสียงสั่นพร่า แม้พยายามจะเชิดหน้าสู้ด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ แต่นัยน์ตากลมโตที่ไหวระริกกลับทรยศความหวาดกลัวในใจสิ้นเชิง คิมหันต์ไม่ตอบ เขายื่นมือหนาขึ้นมาทาบกับผนังข้างศีรษะของเธอ กักขังร่างบอบบางไว้ในอาณัติอย่างไร้ทางหนี ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน "พี่ชายเธอสร้างเรื่องไว้ไม่เว้นแต่ละวัน มัสยา..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ข้างใบหู ร้อนผ่าวจนขนอ่อนลุกชัน "โกดังฉันเสียหายหลายร้อยล้าน คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ จะเอาอะไรมาใช้หนอนี้ล่ะหึ?" "ฉัน... ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะทำงานใช้หนี้ทุกบาททุกสตางค์ที่พี่ภาคินก่อไว้!" เธอพยายามเถียงกลับ แม้เสียงจะสั่นเครือจนน่าสมเพชตัวเอง "ทำงานเหรอ?" มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตากวาดมองสำรวจเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดเดรสเรียบง่ายด้วยความหิวกระหายและดูแคลนในคราเดียวกัน "คิดว่าร่างกายและหยาดเหงื่อของเธอ จะมีค่าพอจะชดใช้ความเสียหายที่พังพินาศไปหรือไง?" หัวใจของมัสยาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความอัปยศอดสูแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อกเมื่อถูกสายตาคู่นั้นมองราวกับเธอเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่งที่ไร้ค่า "ถ้าคุณมองว่าฉันไร้ค่า... ทำไมไม่ปล่อยฉันไป!" "ปล่อยเหรอ? ฝันไปเถอะ!" คิมหันต์คำรามต่ำในลำคอ มือหนาเคลื่อนจากผนังมาบีบปลายคางเรียวของเธอไว้แน่น ออกแรงบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับจูบดุดันที่พุ่งเข้าจู่โจมอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากนุ่มของเธออย่างเอาแต่ใจ รสชาติของวิสกี้ปะปนกับความดุดันและแรงอารมณ์ที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างไร้การควบคุม มัสยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงแค่นั้นกลับเทียบไม่ได้กับแรงมหาศาลของราชสีห์หนุ่ม เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของเอวคอดกิ่วอย่างถือวิสาสะ สัมผัสร้อนผ่าวที่ทะลุผ่านเนื้อผ้าทำให้มัสยาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกต่อต้านในตอนแรกเริ่มถูกความวาบหวามกัดกินทีละน้อย ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นทุกทีเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเร่าร้อนดึงสติเธอให้หลุดลอยไปในห้วงเสน่หาอันตรายที่เขาเป็นคนขีดเส้นเอาไว้ เมื่อคิมหันต์ยอมผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย มัสยาหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ใบหน้าหวานแดงก่ำ นัยน์ตาสั่นระริกฉาบไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ คิมหันต์จ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อที่เจือสีแดงระเรื่อด้วยความพึงพอใจ นิ้วหยาบกร้านเกลี่ยไล่คราบน้ำตาบนแก้มเนียนแผ่วเบา น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยประกาศิตคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่มีวันยอมให้เธอกล้าขัดขืนอีกต่อไป "จำกฎเหล็กสามข้อของฉันไว้ให้ขึ้นใจ มัสยา... ข้อแรก ห้ามขัดคำสั่งฉันเด็ดขาดไม่ว่าเรื่องอะไร ข้อสอง ห้ามก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์หลังนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อสาม..." คิมหันต์โน้มใบกระซิบชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน "...ทุกครั้งที่ฉันต้องการ เธอต้องปรนเปรอฉันจนกว่าฉันจะพอใจ จำใส่สมองเอาไว้!" มัสยาตัวชาวาบไปทั้งร่าง เงื่อนไขป่าเถื่อนเหล่านี้ไม่ได้ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น แต่นัยน์ตาดุดันที่จ้องมองมาอย่างไม่ยอมถอยหลังทำให้เธอรู้ดีว่า... ทางเลือกของเธอมันหมดลงตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเข้ามาในโลกของเขาแล้ว ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วกระชั้นชิดจากด้านนอกก็แทรกขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนหอบกระฮึกของบอดี้การ์ดคนสนิทที่เปิดประตูพวดเข้ามาโดยไม่รออนุญาต "นายครับ! แย่แล้วครับ... คุณเรมิยา บุกเข้ามาที่คฤหาสน์แล้วครับ ตอนนี้กำลังตรงมาที่นี่!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "กุหลาบอาบแสงจันทร์" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักสวาทพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%