ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 26

สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"คุณแน่ใจแล้วเหรอครับ... ว่าจะยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ถอยหลังกลับไปอีกเลย" น้ำเสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองชั้นบนสุด บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าภายนอกสะท้อนผ่านกระจกใสบานใหญ่ ทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของอาคารแห่งนี้ไว้ทั้งหมด ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับบุคคลลึกลับผู้มาใหม่คนนี้... แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่รบกวนจิตใจเขาในวินาทีนี้ สายตาของเขาเหลือบมองไปยังร่างเพรียวบางของหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่ไม่ไกล รินรดากำลังก้มหน้า เม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หยดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินอาบแก้มเนียนเงียบเชียบ เธอผ่านความกดดัน ความหวาดกลัว และการดูถูกเหยียดหยามมามากมายนับไม่ถ้วนตลอดหลายวันที่ผ่านมาเพื่อยืนหยัดเคียงข้างเขา ผู้ชายธรรมดาที่เคยเป็นแค่พนักงานไอทีตกงานในสายตาคนอื่น "ศิลา..." รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยแดงก่ำเต็มไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดมานาน "ฉัน... ฉันเหนื่อยเหลือเกินค่ะ... เอ๊ย... ฉันเหนื่อยเหลือเกินนะคะ..." เธอกลืนคำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้คำพูดติดปาก แต่ศิลากลับส่งยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมด้วยความหมายกลับไปให้ รอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่อบอุ่นและทรงพลังยิ่งกว่าเงินนับพันล้านในบัญชีระบบ ศิลาก้าวเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่บังเงาความมืดมิดจากภายนอกจนหมดสิ้น เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเก้าอี้ที่รินรดานั่งอยู่ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสอุ่นซ่านที่ส่งผ่านจากฝ่ามือของเขาทำให้หัวใจที่สั่นคลอนของรินรดากลับมาสงบลงได้อย่างน่าอัศจรรย์ "ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วครับริน" ศิลาเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ทุกถ้อยคำราวกับมีน้ำหนักมหาศาล "ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณคอยปกป้องผม คอยยืนหยัดเคียงข้างผมในวันที่ผมไม่มีอะไรเลย แม้แต่ตอนที่ทุกคนหัวเราะเยาะผม คุณก็ยังเชื่อมั่นในตัวผม... นับจากวินาทีนี้ไป ให้ผมได้เป็นคนปกป้องคุณบ้างนะครับ" คำพูดนั้นไม่ได้หวานเลี่ยน แต่มันกลั่นกรองมาจากความรู้สึกที่ลึกซึ้งที่สุดในหัวใจของลูกผู้ชายคนหนึ่ง รินรดากลั้นสะอื้นไม่ออยู่ เธอโผเข้าสวมกอดลำคอของศิลาแน่น ใบหน้าซบลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความอัดอั้นและความโล่งใจไหลซึมผ่านเนื้อผ้า น้ำตาของเธอบอกเล่าทุกอย่าง—ความเหนื่อยล้า ความหวาดกลัว และความรักที่มั่นคงไม่เสื่อมคลาย ศิลาโอบกอดร่างบางไว้แนบอก มืออีกข้างลูบเส้นผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยน สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ความสำเร็จของระบบ หรือความพ่ายแพ้ของเมฆาและเหล่าคนรวยจอมปลอมอีกต่อไปแล้ว โลกทั้งใบของเขาย่อ The World ลงเหลือเพียงผู้หญิงคนนี้... คนที่รักเขาด้วยใจจริง ไม่ใช่เพราะตัวเลขในบัญชี บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงราวกับเวลาหยุดเดิน มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่น ๆ และเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันของคนทั้งสอง ทว่าความเงียบนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างไม่ไยดีด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นจากด้านนอกประตู ปัง! ประตูห้องรับรองถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต เมฆาก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและรอยยิ้มเยาะเย้ยที่พยายามปั้นแต่งขึ้นมา ดวงตาคมกริบกวาดมองภาพคนทั้งสองที่กอดกันกลมด้วยความรู้สึกขัดหูขัดตาอย่างถึงที่สุด "แหม ๆ ๆ ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงนะศิลา!" เมฆาตบมือเสียงดัง ก้องกังวานไปทั่วห้อง "นึกว่าหนีหัวซุกหัวซุนไปไหน ที่แท้ก็มาแอบกอดกันร้องไห้อยู่ในรังหนูนี่เอง สินะ? แกคิดจริง ๆ เหรอวะว่าการกอดกันจะช่วยให้แกหลุดพ้นจากหนี้สินและอิทธิพลของฉันได้?" ศิลาค่อย ๆ คลายอ้อมกอดอย่างช้า ๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉยไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขามองเมฆาด้วยหางตา ราวกับกำลังมองฝุ่นผงที่ติดอยู่บนรองเท้า รินรดารีบยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาบนแก้ม แววตาของเธอกลับมาเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวขึ้นทันทีเมื่อมีศิลายืนอยู่ข้างกาย เธอไม่ได้หวาดกลัวไอ้คุณชายโอ้อวดคนนี้อีกต่อไปแล้ว "เมฆา... นายยังมีหน้ามาเหยียบที่นี่อีกเหรอครับ?" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังกดดันจนเมฆาชะงักไปชั่วขณะ "หรือว่าเงินที่ฉันตบหน้าแกไปเมื่อวันก่อนมันยังไม่สาสม จนต้องวิ่งมาให้ฉันตบซ้ำถึงที่นี่อีกรอบ?" "ปากดีไอ้กระจอก!" เมฆากัดฟันกรวด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความแค้น "แกคิดว่ามีเงินไม่กี่ร้อยล้านแล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าเหรอวะ! ตึกนี้ เอกสารสิทธิ์ทุกตารางเมตร กำลังจะตกเป็นของฉันในอีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้า! และเมื่อถึงตอนนั้น ฉันจะไล่ตะردพวกแกสองคนออกไปนอนข้างถนนอย่างหมาข้างถนน!" เมฆายกยิ้มเหี้ยมเกรียม ควักโทรศัพท์มือถือออกมาเตรียมกดโทรหาใครบางคนเพื่อเร่งรัดกระบวนการฮุบตึกให้เร็วยิ่งขึ้น ศิลาถอนหายใจเบา ๆ ออกมาอย่างระอา เขายกมือขึ้นปัดเสื้อสูทของตัวเองเล็กน้อยราวกับเบื่อหน่ายที่จะต้องมาต่อปากต่อคำกับตัวตลกไร้ค่า "แกแน่ใจเหรอเมฆา... ว่าตึกที่แกกำลังจะฮุบ เป็นของคนที่แกคิด?" ศิลาพูดเสียงเรียบ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้า ๆ "ห่ะ? แกหมายความว่ายังไงวะ?" เมฆาขมวดคิ้ว รู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ กับรอยยิ้มนั้น ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือของเมฆาก็ดังขึ้นแทรกกลางอากาศ บรรยากาศในห้องนิ่งงัด เมฆากดรับสายด้วยความหงุดหงิด "มีอะไร! ฉันกำลังยุ่งอยู่กับการสั่งสอนไอ้พวกสวะ—" "คุณเมฆาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับคุณเมฆา!" เสียงปลายสายร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ผู้ถือหุ้นใหญ่ตัวจริง... ผู้ถือหุ้นใหญ่ลึกลับที่กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลเราและบริษัทแม่ในตลาดหลักทรัพย์เมื่อสัปดาห์ก่อน... เขา... เขาเพิ่งส่งคำสั่งด่วนมาถึงบอร์ดบริหารแล้วครับ!" เมฆาหน้าถอดสี มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาเล็กน้อย "อะ... อะไรนะ? ใครเป็นคนซื้อ?" ปลายสายสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกล่าวชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด "เขา... เขาชื่อ 'ศิลา' ครับคุณเมฆา!" สิ้นคำนั้น โทรศัพท์ในมือของเมฆาร่วงหล่นลงกระแทกพื้นห้องเสียงดังสนั่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลอกจากเบ้า เขากระเชอหน้าขึ้นมองศิลาที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาเยnชา ราวกับเห็นปีศาจจำแลงกายมา ศิลาขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะควักการ์ดสีดำขลิบทองอร่ามออกจากกระเป๋าเสื้อ แล้วโยนมันลงไปแทบเท้าของเมฆา เสียงการ์ดกระทบพื้นดัง *กริ๊ง* ท่ามกลางความเงียบงัน "ยินดีต้อนรับสู่บริษัทของผมนะครับ... คุณเมฆา" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%