ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 27

ศัตรูคนสุดท้ายที่แข็งแกร่งที่สุด

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"เชิญนั่งครับ... ประธานภูดิศ" น้ำเสียงของศิลานุ่มนวลและสุภาพเรียบร้อยราวกับพนักงานต้อนรับชั้นหนึ่ง แต่บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของตึก *สกายไพรม์ ทาวเวอร์* กลับเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าห้องเก็บศพ เมฆาที่เพิ่งโดนพนักงานรักษาความปลอดภัยหิ้วปีกออกไปเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความตื่นตระหนกไว้บนใบหน้าของคณะกรรมการบริหารทุกคน ประธานภูดิศ ชายชราวัยเจ็ดสิบปีผู้กุมบังเหียนกลุ่มการเงิน 'ไท탄 แคปปิตอล' อาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายแสนล้านบาท กัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุก ดวงตาคมกราบกรานจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ประธานกรรมการด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ระหว่างความโกรธเกรี้ยวกับความหวาดระแวง "แก... แกมันแค่เด็กส่งเอกสารตกงานเมื่อเดือนก่อนไม่ใช่หรือไง ศิลา!" ภูดิศเค้นเสียงลอดไรฟัน มือเหี่ยวย่นสั่นเทาด้วยความเคียดแค้น "การที่แกกว้านซื้อหุ้นของตึกนี้ทั้งหมดในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ! แกใช้เงินสกปรกมาจากไหน หรือว่าเบื้องหลังของแกคือใครกันแน่!" ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของเขาไม่ได้มีความเย่อหยิ่ง ทว่ามันเต็มไปด้วยความสุขุมลุ่มลึกที่ทำให้ผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนอย่างภูดิศถึงกับสันหลังวาบ ชายหนุ่มประสานมือไว้บนโต๊ะกระจกใส ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "เงินสกปรกหรือครับ? น่าเสียดายจังนะครับที่ผมเป็นคนสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะทำเรื่องแบบนั้น... ส่วนเบื้องหลังของผมเหรอครับ? ไม่มีหรอกครับ มีแค่ระบบบัญชีธนาคารในโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้เครื่องเดียวนี่แหละครับ" ศิลาหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมาวางบนโต๊ะ ภูดิศแค่นHเสียงหัวเราะหยัน "คิดว่ามีเงินพันล้านแล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าหรือไง เด็กน้อย! ไท탄 แคปปิตอล ของฉันมีสภาพคล่องทางการเงินมากกว่าบริษัทกระจอกๆ ของแกเป็นร้อยเท่า! ฉันสามารถสั่งให้ธนาคารทุกแห่งในประเทศนี้ปิดประตูใส่หน้าแกได้ในพริบตาเดียว! ถ้าแกฉลาดพอ ก็ควรขายหุ้นทั้งหมดคืนให้ฉันในราคาตลาดซะ ไม่อย่างนั้น... แกจะได้รู้ซึ้งว่านรกบนดินมันหน้าตาเป็นอย่างไร!" คำขู่ระดับเจ้าพ่อการเงินถูกพ่นออกมาอย่างไม่เกรงกลัว บรรดากรรมการบริษัทที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว เพราะพวกเขารู้ดีว่าอำนาจของภูดิศนั้นสามารถบดขยี้บริษัทเล็กๆ ให้หายไปจากสารบบได้ภายในชั่วข้ามคืนจริงๆ ทว่า... ศิลากลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง รินรดาที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของศิลา ก็ก้าวเท้าเดินออกมารินชาสมุนไพรหอมกรุ่นใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพงให้กับประธานภูดิศด้วยกิริยาที่อ่อนน้อมแต่สง่างาม "เชิญดื่มชาดับร้อนก่อนดีไหมคะ... เอ๊ย ขอโทษทีครับ พอดีติดปากพูดครับ" รินรดาแกล้งทำเป็นอุทานด้วยความน่ารัก แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง "ท่านประธานภูดิศคะ... อ้อ / ครับ ประธานครับ พอดีทางแผนกกฎหมายของเราเพิ่งตรวจสอบพบเอกสารชุดหนึ่งเมื่อสามนาทีที่แล้วนี่เองครับ" ภูดิศขมวดคิ้วมุ่น "เอกสารอะไรของแก?" รินรดายื่นแฟ้มสีดำสนิทที่มีตราประทับลับสุดยอดวางลงตรงหน้าชายชรา ศิลาผายมือเป็นเชิงอนุญาตให้เปิดอ่าน ภูดิศลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะเปิดแฟ้มออก สายตากวาดมองตัวหนังสือบนกระดาษแผ่นแรก... และเพียงแค่บรรทัดแรกเท่านั้น สีหน้าของมหาเศรษฐีหมื่นล้านก็เปลี่ยนจากสีแดงก่ำด้วยความโกรธ กลายเป็นสีขาวซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือดหล่อเลี้ยงริมฝีปาก มือที่ถือแฟ้มสั่นเทารุนแรงจนกระดาษยับยู่ยี่ "นี่... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! หุ้นกู้แปลงสภาพของไท탄 แคปปิตอล... ทำไม... ทำไมมันถึงมาอยู่ในมือของ..." ภูดิศเงยหน้าขึ้นมองศิลาด้วยดวงเบิกIพลงค้าง เค้าโครงความเย่อหยิ่งทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจที่กำลังกัดกินวิญญาณ ศิลายิ้มรับอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงของเขานุ่มนวลราวกับสุภาพบุรุษผู้กำลังเจรจาธุรกิจในยามบ่าย "ก็ไม่เชิงว่าแปลกหรอกครับ ประธานภูดิศ... พอดีเมื่อคืนผมนอนไม่หลับ ก็เลยลองกดซื้อหนี้เสียทั้งหมดที่บริษัทโฮลดิ้งของคุณเอาไปค้ำประกันไว้กับธนาคารกลางเมื่อสามปีก่อนเล่นๆ น่ะครับ คิดไม่ถึงเลยนะครับว่าบริษัทระดับยักษ์ใหญ่ จะมีหนี้สินพะรุงพะรังจนน่าตกใจขนาดนี้" "แก... แกกว้านซื้อหนี้ทั้งหมดแปดหมื่นล้านบาทนั่นไว้ในมือคนเดียวอย่างนั้นเร่ะ!" ภูดิศสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แปดหมื่นล้านบาทในเวลาคืนเดียว! มนุษย์ธรรมดาที่ไหนจะมีความสามารถทางการเงินและเส้นสายระดับทะลุโลกขนาดนี้! "ครับ ผมซื้อไว้หมดแล้วครับ" ศิลาตอบรับหน้าตาเฉย ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบขาดที่กดดันจนบรรยากาศในห้องแทบจะระเบิด "และตามเงื่อนไขในสัญญาข้อที่สิบสอง... หากลูกหนี้ไม่สามารถชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดได้ภายในเวลาสิบสองนาฬิกาทรงนี้... ทรัพย์สินทั้งหมดของไท탄 แคปปิตอล รวมถึงหุ้นร้อยละ 51 ที่คุณถืออยู่ จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผมโดยสมบูรณ์" ศิลาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู "และตอนนี้... เหลือเวลาอีกเพียงแค่ สามสวินาทีครับ" "ไม่... ไม่จริง! แกกำลังโกหก! ธนาคารไม่มีทางขายหนี้ก้อนนั้นให้แกง่ายๆ แน่!" ภูดิศแผดเสียงตะโกนลั่นห้องอย่างคนเสียสติ เขาลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า พยายามจะพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อของศิลา แต่ทว่า... ก่อนที่มือเหี่ยวย่นจะทันได้แตะชายเสื้อของศิลา ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของเลขาฯ ส่วนตัวของภูดิศที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่เปิดสปーカーโฟนไว้ *“ท่านประธานครับ! ฉิบหายแล้วครับ! หุ้นของไท탄 แคปปิตอล ในตลาดหลักทรัพย์ร่วงติดฟลอร์ 30% แล้วครับ! บอร์ดบริหารของตลาดหลักทรัพย์ระงับการซื้อขายชั่วคราว และ... และธนาคารพันธมิตรทุกแห่งประกาศยกเลิกวงเงินสินเชื่อของเราทั้งหมดพร้อมกันในตอนนี้เลยครับ!”* เสียงปลายสายร้องตะโกนด้วยความสิ้นหวังดังลั่นห้องประชุม ภูดิศเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพง โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นหน้าจอแตกละเอียด ใบหน้ายับย่นตามวัยอาบไล้ไปด้วยหยาดเหงื่อและความตื่นตระหนกสุดขีด อาณาจักรหมื่นล้านที่เขาสร้างมาทั้งชีวิต ล่มสลายลงต่อหน้าต่อตาภายในเวลาไม่ถึงห้านาที ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกสายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้ นั่งไขว่ห้างจิบชาอย่างใจเย็น ศิลาวางถ้วยแชลลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล เขาชำเลืองมองชายชราที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและเป็นมิตรตามเคย "อย่าเพิ่งหมดหวังสินะครับ ประธานภูดิศ... อย่างน้อยคุณก็ยังมีเสื้อผ้าชุดนี้ติดตัวกลับบ้านนะครับ" ในจังหวะที่ความสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจของทุกคนจนแทบหยุดหายใจ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดัง *ติ๊ง!* เบาๆ จากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของศิลา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารส่วนบุคคลที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ *[แจ้งเตือนระบบ: การเข้าซื้อกิจการ "ไท탄 แคปปิตอล" สำเร็จ 100% ทรัพย์สินทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีหลักของท่านเรียบร้อยแล้ว ยินดีด้วยครับ ท่านเจ้าของตึกคนใหม่]* ศิลากดปิดหน้าจอเก็บมือถือใส่กระเป๋าอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เรียบร้อย แล้วหันไปส่งยิ้มหวานละมุนให้กับรินรดาที่ยืนเคียงข้าง "รินครับ... เลิกงานแล้ว เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่านะครับ" "ค่ะ... เอ๊ย ครับคุณศิลา!" รินรดายิ้มรับจนตาหยีด้วยความสะใจ แต่ทว่า... ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวขาเดินออกจากห้องประชุม เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของศิลาที่มีไว้สำหรับติดต่อคนวงในสุดพิเศษก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ศิลาหยิบขึ้นมาดูเบอร์โทรเข้า... ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของ **"บุคคลปริศนา"** ที่เขาคิดว่าชาตินี้ไม่มีวันติดต่อกลับมาอีกแล้ว *“สวัสดีครับคุณศิลา... ลูกชายคนโตของตระกูล... ในที่สุดก็หากลุ่มทุนเจอสักทีนะครับ หวังว่าคุณจะยังจำพี่สาวคนนี้ได้นะ”* ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" มาโดยตลอดในทุกๆ ตอนนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%