"เชิญนั่งครับ... ประธานภูดิศ"
น้ำเสียงของศิลานุ่มนวลและสุภาพเรียบร้อยราวกับพนักงานต้อนรับชั้นหนึ่ง แต่บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของตึก *สกายไพรม์ ทาวเวอร์* กลับเยือกเย็นเสียยิ่งกว่าห้องเก็บศพ เมฆาที่เพิ่งโดนพนักงานรักษาความปลอดภัยหิ้วปีกออกไปเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความตื่นตระหนกไว้บนใบหน้าของคณะกรรมการบริหารทุกคน
ประธานภูดิศ ชายชราวัยเจ็ดสิบปีผู้กุมบังเหียนกลุ่มการเงิน 'ไท탄 แคปปิตอล' อาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายแสนล้านบาท กัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุก ดวงตาคมกราบกรานจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ประธานกรรมการด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ระหว่างความโกรธเกรี้ยวกับความหวาดระแวง
"แก... แกมันแค่เด็กส่งเอกสารตกงานเมื่อเดือนก่อนไม่ใช่หรือไง ศิลา!" ภูดิศเค้นเสียงลอดไรฟัน มือเหี่ยวย่นสั่นเทาด้วยความเคียดแค้น "การที่แกกว้านซื้อหุ้นของตึกนี้ทั้งหมดในเวลาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ! แกใช้เงินสกปรกมาจากไหน หรือว่าเบื้องหลังของแกคือใครกันแน่!"
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของเขาไม่ได้มีความเย่อหยิ่ง ทว่ามันเต็มไปด้วยความสุขุมลุ่มลึกที่ทำให้ผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนอย่างภูดิศถึงกับสันหลังวาบ ชายหนุ่มประสานมือไว้บนโต๊ะกระจกใส ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
"เงินสกปรกหรือครับ? น่าเสียดายจังนะครับที่ผมเป็นคนสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะทำเรื่องแบบนั้น... ส่วนเบื้องหลังของผมเหรอครับ? ไม่มีหรอกครับ มีแค่ระบบบัญชีธนาคารในโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้เครื่องเดียวนี่แหละครับ"
ศิลาหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมาวางบนโต๊ะ
ภูดิศแค่นHเสียงหัวเราะหยัน "คิดว่ามีเงินพันล้านแล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าหรือไง เด็กน้อย! ไท탄 แคปปิตอล ของฉันมีสภาพคล่องทางการเงินมากกว่าบริษัทกระจอกๆ ของแกเป็นร้อยเท่า! ฉันสามารถสั่งให้ธนาคารทุกแห่งในประเทศนี้ปิดประตูใส่หน้าแกได้ในพริบตาเดียว! ถ้าแกฉลาดพอ ก็ควรขายหุ้นทั้งหมดคืนให้ฉันในราคาตลาดซะ ไม่อย่างนั้น... แกจะได้รู้ซึ้งว่านรกบนดินมันหน้าตาเป็นอย่างไร!"
คำขู่ระดับเจ้าพ่อการเงินถูกพ่นออกมาอย่างไม่เกรงกลัว บรรดากรรมการบริษัทที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว เพราะพวกเขารู้ดีว่าอำนาจของภูดิศนั้นสามารถบดขยี้บริษัทเล็กๆ ให้หายไปจากสารบบได้ภายในชั่วข้ามคืนจริงๆ
ทว่า... ศิลากลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง รินรดาที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของศิลา ก็ก้าวเท้าเดินออกมารินชาสมุนไพรหอมกรุ่นใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาแพงให้กับประธานภูดิศด้วยกิริยาที่อ่อนน้อมแต่สง่างาม
"เชิญดื่มชาดับร้อนก่อนดีไหมคะ... เอ๊ย ขอโทษทีครับ พอดีติดปากพูดครับ" รินรดาแกล้งทำเป็นอุทานด้วยความน่ารัก แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง "ท่านประธานภูดิศคะ... อ้อ / ครับ ประธานครับ พอดีทางแผนกกฎหมายของเราเพิ่งตรวจสอบพบเอกสารชุดหนึ่งเมื่อสามนาทีที่แล้วนี่เองครับ"
ภูดิศขมวดคิ้วมุ่น "เอกสารอะไรของแก?"
รินรดายื่นแฟ้มสีดำสนิทที่มีตราประทับลับสุดยอดวางลงตรงหน้าชายชรา ศิลาผายมือเป็นเชิงอนุญาตให้เปิดอ่าน
ภูดิศลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะเปิดแฟ้มออก สายตากวาดมองตัวหนังสือบนกระดาษแผ่นแรก... และเพียงแค่บรรทัดแรกเท่านั้น สีหน้าของมหาเศรษฐีหมื่นล้านก็เปลี่ยนจากสีแดงก่ำด้วยความโกรธ กลายเป็นสีขาวซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือดหล่อเลี้ยงริมฝีปาก
มือที่ถือแฟ้มสั่นเทารุนแรงจนกระดาษยับยู่ยี่
"นี่... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! หุ้นกู้แปลงสภาพของไท탄 แคปปิตอล... ทำไม... ทำไมมันถึงมาอยู่ในมือของ..." ภูดิศเงยหน้าขึ้นมองศิลาด้วยดวงเบิกIพลงค้าง เค้าโครงความเย่อหยิ่งทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจที่กำลังกัดกินวิญญาณ
ศิลายิ้มรับอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงของเขานุ่มนวลราวกับสุภาพบุรุษผู้กำลังเจรจาธุรกิจในยามบ่าย
"ก็ไม่เชิงว่าแปลกหรอกครับ ประธานภูดิศ... พอดีเมื่อคืนผมนอนไม่หลับ ก็เลยลองกดซื้อหนี้เสียทั้งหมดที่บริษัทโฮลดิ้งของคุณเอาไปค้ำประกันไว้กับธนาคารกลางเมื่อสามปีก่อนเล่นๆ น่ะครับ คิดไม่ถึงเลยนะครับว่าบริษัทระดับยักษ์ใหญ่ จะมีหนี้สินพะรุงพะรังจนน่าตกใจขนาดนี้"
"แก... แกกว้านซื้อหนี้ทั้งหมดแปดหมื่นล้านบาทนั่นไว้ในมือคนเดียวอย่างนั้นเร่ะ!" ภูดิศสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
แปดหมื่นล้านบาทในเวลาคืนเดียว! มนุษย์ธรรมดาที่ไหนจะมีความสามารถทางการเงินและเส้นสายระดับทะลุโลกขนาดนี้!
"ครับ ผมซื้อไว้หมดแล้วครับ" ศิลาตอบรับหน้าตาเฉย ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบขาดที่กดดันจนบรรยากาศในห้องแทบจะระเบิด "และตามเงื่อนไขในสัญญาข้อที่สิบสอง... หากลูกหนี้ไม่สามารถชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดได้ภายในเวลาสิบสองนาฬิกาทรงนี้... ทรัพย์สินทั้งหมดของไท탄 แคปปิตอล รวมถึงหุ้นร้อยละ 51 ที่คุณถืออยู่ จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผมโดยสมบูรณ์"
ศิลาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู
"และตอนนี้... เหลือเวลาอีกเพียงแค่ สามสวินาทีครับ"
"ไม่... ไม่จริง! แกกำลังโกหก! ธนาคารไม่มีทางขายหนี้ก้อนนั้นให้แกง่ายๆ แน่!" ภูดิศแผดเสียงตะโกนลั่นห้องอย่างคนเสียสติ เขาลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มคว่ำไม่เป็นท่า พยายามจะพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อของศิลา
แต่ทว่า... ก่อนที่มือเหี่ยวย่นจะทันได้แตะชายเสื้อของศิลา ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของเลขาฯ ส่วนตัวของภูดิศที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่เปิดสปーカーโฟนไว้
*“ท่านประธานครับ! ฉิบหายแล้วครับ! หุ้นของไท탄 แคปปิตอล ในตลาดหลักทรัพย์ร่วงติดฟลอร์ 30% แล้วครับ! บอร์ดบริหารของตลาดหลักทรัพย์ระงับการซื้อขายชั่วคราว และ... และธนาคารพันธมิตรทุกแห่งประกาศยกเลิกวงเงินสินเชื่อของเราทั้งหมดพร้อมกันในตอนนี้เลยครับ!”*
เสียงปลายสายร้องตะโกนด้วยความสิ้นหวังดังลั่นห้องประชุม
ภูดิศเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพง โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นหน้าจอแตกละเอียด ใบหน้ายับย่นตามวัยอาบไล้ไปด้วยหยาดเหงื่อและความตื่นตระหนกสุดขีด อาณาจักรหมื่นล้านที่เขาสร้างมาทั้งชีวิต ล่มสลายลงต่อหน้าต่อตาภายในเวลาไม่ถึงห้านาที
ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกสายตาจับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้ นั่งไขว่ห้างจิบชาอย่างใจเย็น
ศิลาวางถ้วยแชลลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล เขาชำเลืองมองชายชราที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและเป็นมิตรตามเคย
"อย่าเพิ่งหมดหวังสินะครับ ประธานภูดิศ... อย่างน้อยคุณก็ยังมีเสื้อผ้าชุดนี้ติดตัวกลับบ้านนะครับ"
ในจังหวะที่ความสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจของทุกคนจนแทบหยุดหายใจ เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดัง *ติ๊ง!* เบาๆ จากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของศิลา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารส่วนบุคคลที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
*[แจ้งเตือนระบบ: การเข้าซื้อกิจการ "ไท탄 แคปปิตอล" สำเร็จ 100% ทรัพย์สินทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีหลักของท่านเรียบร้อยแล้ว ยินดีด้วยครับ ท่านเจ้าของตึกคนใหม่]*
ศิลากดปิดหน้าจอเก็บมือถือใส่กระเป๋าอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เรียบร้อย แล้วหันไปส่งยิ้มหวานละมุนให้กับรินรดาที่ยืนเคียงข้าง
"รินครับ... เลิกงานแล้ว เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่านะครับ"
"ค่ะ... เอ๊ย ครับคุณศิลา!" รินรดายิ้มรับจนตาหยีด้วยความสะใจ
แต่ทว่า... ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวขาเดินออกจากห้องประชุม เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของศิลาที่มีไว้สำหรับติดต่อคนวงในสุดพิเศษก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ศิลาหยิบขึ้นมาดูเบอร์โทรเข้า... ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของ **"บุคคลปริศนา"** ที่เขาคิดว่าชาตินี้ไม่มีวันติดต่อกลับมาอีกแล้ว
*“สวัสดีครับคุณศิลา... ลูกชายคนโตของตระกูล... ในที่สุดก็หากลุ่มทุนเจอสักทีนะครับ หวังว่าคุณจะยังจำพี่สาวคนนี้ได้นะ”*
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" มาโดยตลอดในทุกๆ ตอนนะครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 27
ศัตรูคนสุดท้ายที่แข็งแกร่งที่สุด
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!