เสียงปรบมือระลอกใหญ่ดังก้องกังวานไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงสุดหรูระดับห้าดาวใจกลางมหานคร แชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับนับร้อยดวงสาดแสงสะท้อนกับชุดสูทสั่งตัดพิเศษและเครื่องเพชรราคาแพงระยับของบรรดาเซเลบและนักธุรกิจแถวหน้า
นี่คือค่ำคืนแห่งการประกาศศักดาอย่างแท้จริง... งานเลี้ยงฉลองชัยชนะที่ถูกจัดขึ้นเพื่อต้อนรับการผงาดขึ้นสู่อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จของตระกูลเมฆา
"ยินดีด้วยนะศิลา... ที่ยึดตระกูลเมฆาได้สำเร็จ แต่ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ เพราะเกมกระดานจริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง!"
เสียงกระซิบเย้ยหยันจากบททดสอบก่อนหน้ายังคงก้องกังวลในโสตประสาท แต่ทว่าในเวลานี้ บนเวทีใจกลางงาน เมฆายืนยันความโอ้อวดของตนด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน เขาควงแขนมากับอดีตแฟนเก่าของศิลาผู้สวมชุดราตรีสีแดงเพลิงขับผิวขาวผ่อง สายตาทุกคู่ในงานต่างจับจ้องมาที่พวกเขาด้วยความชื่นชมและยกย่อง
ทว่า... ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า จุดจบของเกมนี้ไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขากำหนดไว้ตั้งแต่แรก
ศิลาในชุดสูทสีดำสนิทไร้ลวดลาย ทว่าตัดเย็บอย่างประณีตด้วยฝีมือช่างระดับโลก ยืนจิบแชมเปญเงียบๆ อยู่ที่มุมหนึ่งของห้องโถง ดวงตาคมกราบกวาดมองความลวงตาเหล่านี้ด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา รินรดาที่เคียงข้างกายเขาในชุดราตรีสีมรกตเรียบหรู ส่งยิ้มให้อย่างอบอุ่น มือเรียวบางเอื้อมมาสัมผัสหลังมือของเขาเบาๆ เพื่อส่งผ่านความเชื่อมั่น
"คุณศิลาไหวไหมครับ..." รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เป็นห่วงเป็นใยเช่นเคย
"สบายมากครับริน" ศิลาหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก "คนพวกนี้มักหลงระเริงกับภาพลวงตาเสมอ... พวกเขาคิดว่าอำนาจที่ได้มาด้วยการโกงกินจะยั่งยืน แต่ลืมไปว่า รากฐานมันเน่าเฟะตั้งแต่ใต้ดินแล้วล่ะครับ"
บนเวที เมฆายกแก้วไวน์ขึ้นสูงเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ร่วมงานทั้งหมด เสียงดนตรีบรรเลงเบาลง เปิดทางให้เสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งดังผ่านไมโครโฟนไร้สาย
"ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่านครับ..." เมฆาเริ่มกล่าวสุนทรพจน์ด้วยรอยยิ้มกว้าง "วันนี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่ตระกูลเมฆาของเรา ได้เข้ามาบริหารจัดการและควบรวมกิจการทั้งหมดของตระกูลศิลาอย่างสมบูรณ์แบบ เราต้องขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ไว้วางใจ และ... ขอขอบคุณอดีตผู้บริหารบางท่าน ที่โง่เขลาเบาปัญญา จนทำให้เราได้มาซึ่งอาณาจักรนี้อย่างไร้รอยต่อ!"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากกลุ่มคนสนิทของเมฆา สายตาสمเพชหลายคู่หันมามองที่ศิลาเป็นตาเดียว พวกเขาคงคิดว่าศิลาจะก้มหน้าด้วยความอับอายและเดินหนีออกไปจากงานนี้
แต่เปล่าเลย... ศิลากลับวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรด้วยท่าทางสุขุม เขาก้าวเท้าเดินผ่านฝูงชนที่แหวกทางให้อัตโนมัติด้วยออร่าอันน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว
"พูดได้ดีนี่ครับ... คุณเมฆา"
เสียงทุ้มทรงพลังดังก้องผ่านไมโครโฟนหลักของห้องโถง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเมฆาชะงักค้างทันที ศิลาเดินขึ้นไปบนเวทีทีละก้าวอย่างมั่นคง ราวกับว่าเขาต่างหากที่เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่แรก
"ศิลา! แกกล้าดียังไง..." เมฆาหน้าถอดสีเล็กน้อยก่อนจะปรับเป็นรอยยิ้มเยาะ "แกยังมีหน้ามางานนี้อีกเหรอ? คิดจะมาขอทานเศษเงินหรือไง หรือว่าสำนึกผิดไม่ทันแล้ว?"
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เย็นเยียบจนคนฟังต้องสันหลังวาบ เขายกสมาร์ทโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยรอยยิ้ม "ขอทานงั้นเหรอครับ? เกรงว่าคำนั้นจะเหมาะกับพวกคุณมากกว่านะ... ลองหันไปมองหน้าจอโปรเจคเตอร์ยักษ์ข้างหลังคุณดูสิครับ ว่าใครกันแน่ที่กำลังจะกลายเป็นขอทานข้างถนน"
พรึบ!
สิ้นคำพูดของศิลา หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดยักษ์ด้านหลังเวทีก็เปลี่ยนภาพจากโลโก้ตระกูลเมฆา กลายเป็นเอกสารทางกฎหมายและบัญชีการเงินสีแดงฉาน ตัวเลขหนี้สินนับหมื่นล้านบาทปรากฏหรา พร้อมกับหลักฐานการยักยอกทรัพย์และการฟอกเงินที่มัดตัวตระกูลเมฆาแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทั่วทั้งห้องโถง บรรดาเซเลบและนักธุรกิจที่เคยพากันประจบประแจงเมฆา ต่างถอยกรูดออกจากเขาและครอบครัวราวกับเจอโรคระบาด
"นี่มัน... นี่มันอะไรกันวะ!" เมฆาหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำแก้วไวน์หลุดมือ เขาหันขวับมามองศิลาด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน "แกทำอะไรกับบริษัทของฉัน!"
"ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ... ผมแค่ 'ซื้อ' มันคืนทั้งหมดในราคาเศษกระดาษ ก็เท่านั้นเอง" ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือนทุกอณู "จำไว้นะครับเมฆา... สิ่งที่คุณคิดว่าแย่งมาจากผมได้ง่ายๆ มันเป็นแค่ของเล่นราคาถูกที่ผมเบื่อแล้วจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ศิลาด้วยความตะลึงงันและการยอมรับจากสังคมชั้นสูงที่เคยหยามเหยียด บัดนี้พวกเขาต้องก้มหัวให้ชายหนุ่มที่พวกเขาเคยเรียกว่าไอทีตกงานคนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รินรดายืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับไปด้วยความรักและความศรัทธาที่ทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก
เมฆาเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นเวทีด้วยความสิ้นหวัง แผนการทั้งหมดพังทลายไม่เป็นท่าในพริบตาเดียว ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้จบลงแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงปรบมือช้าๆ และทรงพลังก็ดังขึ้นจากทางเข้าประตูหลักของห้องโถง
แปะ... แปะ... แปะ...
ร่างสูงสง่าของชายชราในชุดสูทร่วมสมัย ผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับศิลาอย่างน่าตกใจ ก้าวเดินเข้ามาท่ามกลางการแหวกทางของบอดี้การ์ดนับสิบ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองมาที่ศิลาด้วยรอยยิ้มลึกล้ำที่แฝงไปด้วยความหมายอันตราย
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่... หลานชาย" เสียงแหบทุ้มเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ร่วมงานทั้งหมด "แต่เกมกระดานที่แท้จริงของตระกูลเรา... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากนี้นี่แหละ"
ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับบุคคลลึกลับผู้มาใหม่คนนี้
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางสะใจไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 25
งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!