เศษกระจกใสที่กระจายตัวราวกับสายฝนสีเงินสะท้อนแสงไฟนีออนในห้องประชุมหรูหรา ร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมราคาแพงด้วยเสียงก้องกังวานน่าสะพรึงกลัว แรงอัดอากาศที่ระเบิดออกมาเมื่อครู่ไม่ได้มาจากระเบิดหรืออุบัติเหตุ แต่มันคือคลื่นพลังงานดิบจากระบบเบื้องหลังที่ศิลากำลังควบคุมอยู่
เมฆายืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวจนแทบเสีย Acknowledgment ทางอารมณ์ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ที่ตอนนี้ปรากฏข้อความเตือนสีแดงฉานกระพริบบอกสถานะ *‘CRITICAL SYSTEM OVERRIDE: ASSET SEIZURE IN PROGRESS’*
"เป็น... เป็นไปไม่ได้!" เมฆาคำรามเสียงสั่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว เขาหันขวับมามองชายหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งอยู่ปลายโต๊ะประชุม "แกทำอะไรกับระบบบัญชีของบริษัทฉัน! ศิลา แกมันแค่ไอ้เด็กไอตกงาน แกไม่มีสิทธิ์..."
ศิลาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปัดเศษกระจกชิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่บนไหล่ออกอย่างใจเย็น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเยือกเย็นจนรินรดาที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ถึงกับกลั้นหายใจด้วยความทึ่ง
"สิทธิ์งั้นเหรอครับคุณเมฆา..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ก้องกังวานไปทั่วห้องประชุม "คุณพูดถูกครับ ผมเคยเป็นแค่ไอ้เด็กไอทีตกงานที่คุณเคยเหยียบย่ำ แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง... คนที่ถือสิทธิ์ขาดในการครอบครองหนี้สินทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ของตระกูลเมฆามีสิทธิ์ขาดโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ที่จะทำลายล้างอาณาจักรปลอมๆ ของคุณได้ในพริบตาเดียวนะครับ"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของบรรดาคณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นตระกูลเมฆาทุกคนก็ดังขึ้นพร้อมกันราวกับเสียงประสานแห่งความตาย หน้าจอสมาร์ตโฟนสว่างวาบเผยให้เห็นข้อความจากธนาคารกลางและสำนักงานพิทักษ์ทรัพย์สิน แจ้งเตือนการอายัดบัญชี หุ้นกู้ และอสังหาริมทรัพย์ทุกแห่งในเครือเมฆากรุ๊ป
เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังระงมไปทั่วห้อง
รินรดากุมมือตัวเองแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและโล่งอก เธอมองแผ่นหลังของศิลาในเวลานี้ ชายหนุ่มผู้มีความเมตตาและอ่อนโยนคนเดิม บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าเหนือหัวผู้กุมชะตากรรมของตระกูลมหาเศรษฐีที่เคยยิ่งใหญ่ให้อยู่ในกำมือได้อย่างเบ็ดเสร็จ
"ไม่จริง! โกหก! พ่อครับ! โทรหาธนาคารเดี๋ยวนี้!" เมฆาหันไปตะโกนใส่พ่อของตนที่ทรุดฮวบลงนั่งกับเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นกระจาย
บิดาของเมฆาวัยใกล้ 환งวด (หกสิบ) สั่นเทาไปทั้งตัว ดวงตาฝ้าฟางมองหน้าศิลาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เพราะเขาเป็นคนเดียวที่รู้ดีว่า ตัวเลขหนี้สินก้อนโตที่บริษัทไปกู้ยืมมาเพื่อฮุบกิจการอื่นๆ นั้น แท้จริงแล้วถูกโอนเปลี่ยนมือมาอยู่ที่กองทุนลับของศิลาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้!
"คุณศิลา..." ชายสูงวัยเอ่ยเสียงสั่นเครือ พยายามจะคุกเข่าลงอ้อนวอน "โปรดเมตตา... พวกเรายังมีพนักงานอีกหลายพันชีวิต..."
"ตอนที่คุณไล่ผมออกโดยไม่จ่ายแม้แต่ค่าชดเชย และตอนที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของรินรดา คุณเคยนึกถึงคำว่าเมตตาบ้างไหมครับ?" ศิลาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เฉียบคมราụมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ความเมตตาของผมมีไว้สำหรับคนที่มีความเป็นคนครับ ไม่ใช่ฝูงสุนัขบ้าที่จ้องจะกัดคนที่อ่อนแอกว่าก่อน"
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เมฆารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความโกรธแค้นพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุด เขาพุ่งตัวคว้าแจกันแก้วคริสตัลบนโต๊ะหมายจะตรงเข้าไปทำร้ายศิลาด้วยความคลุ้มคลั่ง
"ไอ้สารเลว! ฉันจะฆ่าแก!"
*เพล้ง!*
ยังไม่ทันที่เมฆาจะก้าวถึงตัวศิลา ประตูกระจกอีกด้านที่เหลืออยู่ก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยชายชุดดำร่างยักษ์สามคน สังกัดหน่วยรักษาความปลอดภัยส่วนตัวระดับวีไอพี พวกเขาพุ่งเข้าล็อกตัวเมฆากดลงกับพื้นพรมอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แรงกดมหาศาลทำให้เมฆาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ใบแนบติดกับเศษกระจกที่เกลื่อนพื้น
"ปล่อยฉันนะ! รู้ไหมฉันเป็นใคร! ฉันคือคุณชายตระกูลเมฆา!" เมฆาแหกปากโวยวายด้วยความอัปยศอดสู
ศิลาก้าวเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย มองดูคู่ปรับคนสำคัญที่บัดนี้หมอบราบคาบแก้วแทบเท้า ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทลวดลายทองคำแท้ขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์
"คุณเคยบอกว่าเงินซื้อทุกอย่างไม่ได้ใช่ไหมครับ..." ศิลาเอ่ยกระซิบเบาๆ แต่ได้ยินกันทั่วห้อง "แต่น่าเสียดายจัง... เพราะตอนนี้เงินทั้งหมดของคุณ ได้กลายเป็นของผมเรียบร้อยแล้วล่ะครับ"
ศิลาหันไปพยักหน้ารินรดาเล็กน้อย รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดเอกสารคำสั่งศาลฉบับล่าสุด อ่านประกาศด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ทรงพลัง
"ประกาศอย่างเป็นทางการ ณ เวลานี้ ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเมฆา รวมถึงอาคารสำนักงานแห่งนี้ ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาอยู่ภายใต้การบริหารของ 'ศิลา กรุ๊ป' เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ เชิญทุกท่านออกจากพื้นที่ภายในสามนาทีนี้ ไม่อย่างนั้นทางเราจะดำเนินคดีข้อหาบุกรุก"
เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องประชุม ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ร่างสูงโปรสง่าของทนายความส่วนตัวและผู้บริหารระดับสูงของธนาคารใหญ่ก้าวออกมารôมคำนับศิลากลางห้องอย่างน้อมนอบ
"ท่านประธานครับ ทุกอย่างเรียบร้อยตามคำสั่งครับ บัญชีทั้งหมดถูกล็อกและระบบความปลอดภัยถูกยึดครองเบ็ดเสร็จแล้วครับ"
ศิลาพยักหน้ารับ เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของผู้คน ก่อนจะหันหลังเดินเคียงคู่ไปกับรินรดาเพื่อเตรียมก้าวออกไปสู่อิสรภาพที่แท้จริง
ทว่า... ในวินาทีที่ศิลาก้าวเท้าพ้นกรอบประตูกระจก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขากลับสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากหมายเลขปริศนาที่ไม่มีชื่อบันทึก แต่มีรหัสลับเฉพาะที่เชื่อมโยงกับ "ระบบหลัก" ปรากฏเด่นชัด
ศิลากดรับสาย เสียงปลายสายที่ลอดเข้ามาไม่ได้ทำให้เขายิ้มได้อีกต่อไป ตรงกันข้าม... มันคือเสียงหัวเราะเยือกเย็นของบุคคลที่เขาคิดว่าได้กำจัดไปจากเกมนี้แล้ว!
"ยินดีด้วยนะศิลา... ที่ยึดตระกูลเมฆาได้สำเร็จ แต่ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ เพราะเกมกระดานจริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" มาโดยตลอดนะครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 24
ความล่มจมของตระกูลเมฆา
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!