นิยายเรื่อง: **ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก**
ตอนที่ 4: **เจ้าของตึกตัวจริงปรากฏกาย**
"รับสายสิครับ เมฆา... รออะไรอยู่ล่ะครับ ประธานกรรมการใหญ่ผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้าของคุณกำลังรอฟังเสียงสั่นๆ ของคุณอยู่นะครับ"
เสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้า หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของเมฆายังคงแผดเสียงเรียกเข้าแหลมสูงอย่างต่อเนื่อง มันคือเสียงกรีดร้องแห่งความวิบัติที่กำลังประกาศความล่มสลายของอนาคตทางธุรกิจของเขา
เมฆาน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื่นตระหนก มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบจะถือไม่อยู่ ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งผยองบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ไหลย้อยลงมาผสมกับคราบน้ำตาจนหมดสภาพนักบริหารหนุ่มอนาคตไกล
ภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทเช่าพื้นที่ชื่อดัง บรรยากาศกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก พนักงานนับสิบชีวิตต่างกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงกระซิบ ทุกสายตาจับจ้องไปยังภาพของทายาทตระกูลดังที่กำลังยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
"พ่อครับ... พ่อครับ คือผม..." เมฆากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากด้วยความยากลำบาก นิ้วโป้งที่สั่นเทากดรับสายด้วยความจำยอม ปลายสายระเบิดเสียงคำรามกึกก้องจนคนรอบข้างยังได้ยิน
"ไอ้ลูกเวร! แกไปทำความชั่วอะไรไว้! รู้ตัวไหมว่าตอนนี้บริษัทโฮลดิ้งของเรากำลังโดนเทคโอเวอร์แบบ hostile takeover! หุ้นทั้งหมดถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสามนาที! บัญชีกลางถูกอายัด! ธนาคารใหญ่สามแห่งโทรมาบอกยกเลิกวงเงินสินเชื่อทั้งหมดแล้ว! แกไปเหยียบตีนใครเข้าวะไอ้เมฆา!"
เสียงตะคอกผ่านลำโพงโทรศัพท์ดังลั่นจนเมฆาต้องดึงมือถือออกห่างจากหู ร่างกายของเขาทรุดฮวบล้มลงไปคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง โทรศัพท์มือถือร่วงหล่นลงกระทบพื้นเสียงดังลั่น
ดวงตาของเมฆาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวขีดสุด สมองอันว่างเปล่าประมวลผลอย่างเชื่องช้า ก่อนที่ภาพของชายหนุ่มชุดสูทเรียบง่ายที่ยืนกอดอกมองเขาอยู่จะสว่างวาบขึ้นในหัว
"มะ... ไม่จริง..." เมฆาพึมพำกับพื้นห้อง ร่างกายสั่นเทาราวกับคนจับไข้หัวโกร็น เขาหันขวับกลับมามองหน้าศิลาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "แก... แกทำอะไรลงไป? ตึกนี้... บริษัทโฮลดิ้งของพ่อฉัน... แก... แกเป็นใครกันแน่?!"
ศิลาก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำเขาอย่างไม่ใยดี รอยยิ้มบนใบหน้าของศิลายังคงความสุภาพ แต่แววตานั้นกลับเย็นชาไร้ก้นบึ้งราวกับเหวน้ำลึก เขาค่อยๆ ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเมฆาที่กำลังหมอบราบคาบศิลาอยู่บนพื้น
"ผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งครับ เมฆา... คนที่เพิ่งถูกคุณบอกว่าไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกาแฟราคาแพงกินไงครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับหนักแน่นราวนำ้หนักของภูเขา "แต่บังเอิญว่า... ผมดันมีนิสัยอยู่อย่างหนึ่งนะครับ คือผมไม่ค่อยชอบเห็นหมาบ้ามาเห่าหอนไล่คนอื่นออกจากบ้านของผมเองเท่าไหร่"
"บ้าน... บ้านของแกหมายความว่ายังไง?!" เมฆาสติหลุดกระเจิง เขาตะโกนเสียงหลงด้วยความคลุ้มคลั่ง
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลระดับพรีเมียม พร้อมด้วยกลุ่มทนายความและผู้บริหารระดับสูงนับสิบคนเดินเรียงแถวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
นำหน้ามาด้วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพย์สินส่วนกลางของเครืออสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ชายวัยกลางคนกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างของศิลาที่กำลังยืนกอดอกอยู่ เขาพับลำตัวโค้งคำนับลงเก้าสิบองศาอย่างนอบน้อมที่สุด จนเหล่าพนักงานในห้องต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน
"ท่านประธานศิลาครับ..." เสียงทุ้มกังวานของผู้อำนวยการฝ่ายบริหารดังขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมด "เอกสารการโอนกรรมสิทธิ์สิทธิ์ครอบครองอาคารพาณิชย์และพื้นที่สำนักงานทั้งหมดในเครือ รวมถึงโฉนดที่ดินแปลงนี้ โอนเข้าสู่บัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของท่านเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ ตอนนี้ท่านคือเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงแต่เพียงผู้เดียวครับ"
คำพูดนั้นดังชัดเจนก้องกังวานไปทั่วห้องประชุม เมฆาที่คุกเข่าอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือดราวกับศพไร้วิญญาณ ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เจ้าของตึก... ศิลาคือเจ้าของตึกที่บริษัทของพ่อเขาเช่าอยู่ และยังเป็นเจ้าของตึกที่เขาเพิ่งจะประกาศกร้าวไล่ตะเพิดให้ออกจากพื้นที่เมื่อสิบนาทีที่แล้วเนี่ยนะ?!
รินรดาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่มุมห้อง ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึง ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้าง หัวใจของเธอดวงน้อยเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนโล่งอก ภาพของชายหนุ่มที่เคยยืนก้มหน้ารับชะตากรรมในวันวาน บัดนี้กลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดด้วยรัศมีที่เจิดจ้าจนเธอแทบจะลืมตาไม่ขึ้น
ศิลาเหลือบสายตาคมกริบมองไปยังกลุ่มพนักงานฝ่ายบุคคลและผู้บริหารสมุนของเมฆาที่เคยยืนหัวเราะเยาะเขา ทุกคนต่างพากันหน้าซีดเผือด เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทีละคนสองคน บางคนถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวว่าตนเองจะต้องชะตากรรมเดียวกัน
"คุณเมฆาครับ" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึก "ไหนๆ ตอนนี้ผมก็กลายเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังยืนอยู่แล้ว ในฐานะเจ้าของสถานที่... ผมคิดว่าผมมีสิทธิ์เต็มที่ในการจัดการกับ 'ขยะ' ที่สร้างความสกปรกให้กับพื้นที่ของผมใช่ไหมครับ?"
เมฆาเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อายใคร เขาคลานเข้าไปหาศิลาหมายจะควชายกางเกงเพื่อร้องขอชีวิต แต่ทว่า... บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนในชุดสูทสีดำสนิทก็ก้าวเข้ามาขวางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับกดไหล่ของเมฆาให้แนบติดกับพื้นพรม
"ศิลา! ผมขอร้อง! ผมผิดไปแล้ว! ยกโทษให้ผมเถอะนะ!" เมฆาตะโกนร้องคร่ำครวญเสียงหลง ภาพลักษณ์นักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งพังทลายไม่เหลือชิ้นดี "อยากได้อะไรผมให้หมดเลย! แฟนเก่าของนาย... พิมพิลาอะไรนั่นน่ะ นายเอาคืนไปเลยก็ได้! ผมยกให้!"
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของศิลาก็หายวับไป แทนที่ด้วยแววตาเย็นยะเยือกที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศรอบตัวของเขาลดฮวบลงจนอุณหภูมิในห้องประชุมลดลงหลายองศา
"คุณคิดว่าผมเป็นคนประเภทไหนกันครับ เมฆา?" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งขั้วโลก "ผู้หญิงคนนั้น... ผมไม่เคยชายตามองตั้งแต่เธอเดินจากไปในวันที่ผมล้มละลายแล้วล่ะครับ เพราะของมีตำหนิที่ถูกคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณเก็บไป... ผมรังเกียจที่จะรับกลับมาใส่กระเป๋าอีกรอบครับ"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำเอาเมฆาจุกจนพูดไม่ออก หน้าชาดั่งถูกตบด้วยฝ่าเหล็กนับร้อยครั้งในเวลาเดียวกัน
ศิลาหันหลังกลับไปสบตากับรินรดาที่ยืนอยู่ไม่ไกล แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเย็นชาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนละมุนละไมอย่างเห็นได้ชัด เขาคลี่ยิ้มบางๆ ให้เธอก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมแล้ว
รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจพองโตจนคับอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความภักดีและความเชื่อมั่นที่เธอมีให้ชายหนุ่มมาตลอด ได้รับการตอบแทนอย่างงดงามที่สุดในวินาทีนี้
"ท่านประธานครับ" ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารก้าวเข้ามาโค้งคำนับอีกครั้ง "ทางเราได้จัดการเรื่องสัญญาเช่าพื้นที่ทั้งหมดของกลุ่มบริษัทเมฆาเรียบร้อยแล้วครับ คำสั่งคือ 'ยกเลิกสัญญาและขับไล่ออกจากพื้นที่ทันที' กำหนดเวลาคือ... ภายในห้านาทีนี้ครับ"
ศิลาพยักหน้ารับอย่างช้าๆ เขายื่นมือไปรับแท็บเล็ตหรูสีดำสนิทฝังเพชรจากมือเลขาธิการส่วนตัว นิ้วเรียวยาวกดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้งเพื่อยืนยันคำสั่งเด็ดขาด
"เชิญครับ..." ศิลาหันกลับมามองหน้าเมฆาที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายราวกับเด็กๆ "หมดเวลาสนุกของคุณแล้วครับ คุณเมฆา... หวังว่าคุณจะเก็บข้าวของออกไปทันก่อนที่ผมจะให้ รปภ. โยนกระเป๋าของคุณลงมาจากชั้นสิบสองนะครับ"
สิ้นคำพูดของศิลา เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารอัจฉริยะในแท็บเล็ตก็ดังขึ้น พร้อมกับตัวเลขยอดเงินในบัญชีมหาศาลที่พุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของเหล่าพนักงานตัวแสบ
และในวินาทีนั้นเอง... เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มก้องกังวานมาจากนอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ ลมกรรโชกแรงพัดเข้ามาภายในห้องประชุม พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูงที่กำลังก้าวลงมาจากบันไดเชือก...
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 4
เจ้าของตึกตัวจริงปรากฏกาย
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!