แรงลมมหาศาลจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นแบล็กฮอกAeroX พัดกระโชกจนเอกสารบนโต๊ะประชุมหรูหราของบริษัท 'ไพรม์ คอร์ปอเรชั่น' ปลิวว่อนกระจายกลางอากาศ เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องสะเทือนไปถึงกระจกกันกระสุนหนาเตอะ รินรดาถึงกับต้องยกมือขึ้นปัดป้องเศษกระดาษที่ลอยเคว้งคว้าง ขณะที่เมฆาและเหล่าคณะกรรมการบริษัทต่างหน้าตาตื่นตระหนกด้วยความตกใจสุดขีด
ชายในชุดเครื่องแบบทหารยศนายพลอากาศเอกก้าวลงมาจากบันไดเชือกอย่างสง่างาม รองเท้าคอมแบตหนังขัดมันวาวก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ที่ถูกเปิดออก ก่อนที่เขาจะทำความเคารพอย่างแข็งขันต่อชายหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้อง
"ท่านประธานศิลาครับ! กองกำลังรักษาความปลอดภัยทางอากาศและหน่วยสนับสนุนพิเศษ พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของท่านแล้วครับ!"
เสียงประกาศก้องกังวานนั้นทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงทันที เมฆาที่เมื่อครู่ยังลอยหน้าลอยตาด่าทอศิลาด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยาม ตอนนี้ใบหน้ากลับซีดเผือดราวกับกระดาษ สีหน้าที่เคยหยิ่งยโสบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว ดวงตาเบิกโพงจ้องมองชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นอดีตแฟนเก่าของพนักงานต๊อกต๋อยที่เขาเพิ่งจะเซ็นไล่ออกจากตึก
ศิลายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนเสื้อสูทราคาแพงของตนเองอย่างใจเย็น เขากวาดสายตามองหน้าบรรดาผู้บริหารและเมฆาด้วยแววตาเรียเฉย ทว่ากลับทรงพลังและกดดันจนทุกคนแทบไม่กล้าหายใจแรง
"มาได้เวลาพอดีเลยนี่ครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "ผมกำลังเบื่อเสียงเห่าหอนของสุนัขบางตัวแถวนี้พอดี"
เมฆากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย เขาพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความกลัวแล้วหัวเราะแห้งๆ ออกมา "ทะ... ทำเป็นเล่นใหญ่ไปได้นะศิลา! แกก็แค่ไอ้หนุ่มไอทีตกงานที่คิดจะเช่าเฮลิคอปเตอร์ปลอมมาหลอกพวกเราใช่ไหมวะ? คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะกลัวรึไง!"
ศิลาไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงแต่หันไปพยักหน้ารับทนายความส่วนตัวที่เพิ่งเดินตามเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโต
ทนายความวัยกลางคนก้าวออกมาข้างหน้า เปิดแฟ้มหนังสีดำสนิทด้วยท่าทีขึงขัง ก่อนจะเอ่ยวาจาประกาศิตที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับเข่าทรุด
"ในฐานะตัวแทนฝ่ายกฎหมายของ 'ตระกูลวรกุล' ผู้ถือหุ้นใหญ่และเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว... ผมขอแจ้งให้ทราบว่า สัญญาเช่าพื้นที่ทั้งหมดของบริษัท 'ไพรม์ คอร์ปอเรชั่น' ถูกยกเลิก ณ วินาทีนี้ครับ!"
เพล้ง!
แก้วกาแฟในมือของหนึ่งในคณะกรรมการร่วงหล่นแตกกระจายลงกับพื้น เมฆาหน้าถอดสี รีบก้าวเข้าไปหาทนายความทันทีด้วยท่าทีลนลาน "จะ... จะยกเลิกได้ยังไง! พวกเราทำสัญญาเช่าระยะยาวสามปีนะเว้ย! อีกอย่าง ตึกนี้มันเป็นของบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ต่างหาก ไม่ใช่ของแก!"
ศิลาย่างสามขุมเข้าไปหาเมฆาอย่างช้าๆ รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเด็ดขาด มือหนาควักการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำแท้ที่ฝังชิปพิเศษออกมาก드เล่นอย่างสบายอารมณ์
"บริษัทอสังหาฯ ที่นายว่า... ฉันเพิ่งซื้อกิจการควบรวมมันไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วนี่เองครับ เมฆา" ศิลาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของคู่ปรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "และตึกที่นายยืนอยู่นี้ รวมถึงห้องประชุมหรูๆ ที่นายใช้ประกาศไล่คนอื่น... มันเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฉันแต่เพียงผู้เดียว"
เมฆาร่างกายชาดิก สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจังจนเจ็บแปลบไปหมด เขานึกถึงคำพูดถูดถูกเหยียดหยามที่เขาเคยป(ล่อยใส่ศิลา ทั้งไล่ออก ทั้งดูแคลนเรื่องเงินทอง แต่ตอนนี้... คนที่กำลังจะกลายเป็นขอทานไร้ที่ซุกหัวนอน กลับไม่ใช่ศิลา แต่เป็นตัวเขาเองและบริษัทของพรรคพวกต่างหาก!
"นะ... นายโกหก! เรื่องแบบนี้มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน!" เมฆาแผดเสียงร้องออกมาอย่างคนเสียสติ เขาหันไปมองรินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้างศิลาด้วยแววตาเวทนาและเด็ดเดี่ยว รินรดาในตอนนี้ไม่ได้ดูน่าสงสารหรือต่ำต้อยอีกต่อไป เธอยืนหยัดอย่างสง่างาม เคียงบ่าเคียงไหล่กับชายผู้กุมอำนาจสูงสุดของตึกแห่งนี้
"คุณศิลาคะ..." รินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ชายหนุ่ม "เอกสารการย้ายออกของพนักงานชุดเก่า พร้อมให้จัดการหรือยังคะ?"
"เรียบร้อยแล้วครับที่รัก" ศิลาหันไปตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แตกต่างจากตอนที่คุยกับเมฆาอย่างสิ้นเชิง ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองหน้าเมฆาที่ตอนนี้ทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง "พวกคุณมีเวลาสามสิบนาทีในการเก็บข้าวของออกไปจากตึกของผม... ถ้าเกินจากนั้น ผมจะให้หน่วยรบพิเศษโยนพวกคุณลงไปจากชั้นดาดฟ้าเองครับ"
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องประชุม ไม่มีใครกล้าปริปากเถียงแม้แต่ครึ่งคำ ทุกสายตาจับจ้องไปยังศิลาด้วยความหวาดกลัวและยำเกรงถึงขีดสุด ความสะใจแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของรินรดา ขณะที่ศิลากำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องเพื่อปล่อยให้พวกปากดีรับกรรมในสิ่งที่ตัวเองก่อ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผדเสียงดังขึ้น
ศิลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์ปริศนาที่ไม่ได้บันทึกไว้ แต่กลับมีรหัสผ่านความปลอดภัยระดับสูงปรากฏขึ้น
เขากดรับสายโดยไม่ลังเล และเสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาจากลำโพง ทำเอาศิลาถึงกับชะงักฝีเท้าลงทันที
"ท่านประธานครับ... ระบบตรวจพบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจากห้องนิรภัยใต้ดินชั้นใต้ดินระดับ 3 ของตึกนี้... มีบุคคลปริศนากำลังพยายามแฮกข้อมูลลับสุดยอดของตระกูลเราครับ!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมสะใจไปกับความเด็ดขาดของท่านประธานศิลาด้วยกันนะครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 5
ประกาศไล่ต้อนพวกปากดี
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!