ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 6

รินรดา ผู้ที่ไม่เคยทอดทิ้ง

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ท่านประธานครับ... ระบบตรวจพบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจากห้องนิรภัยใต้ดินชั้นใต้ดินระดับ 3 ของตึกนี้... มีบุคคลปริศนากำลังพยายามแฮกข้อมูลลับสุดยอดของตระกูลเราครับ!" เสียงรายงานผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สายของเลขาฯ ส่วนตัวดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานกว้างขวาง ศิลาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายยังคงเรียบเฉย นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงภาพโครงสร้างตึกระฟ้า 80 ชั้นแห่งนี้อย่างใจเย็น ในขณะที่รินรดากำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของเขา มือเรียวบางทั้งสองข้างสั่นระริกด้วยความเหนื่อยล้าและเป็นห่วง เอกสารบัญชีและรายงานการเงินกองโตถูกวางไว้บนโต๊ะทำงานหรูหรา เพื่อเคลียร์ปัญหาที่เมฆาและกลุ่มผู้บริหารหน้าเลือดทิ้งภาระไว้ให้ ศิลาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวผู้ไม่เคยปริปากบ่นเลยสักคำนับตั้งแต่วันที่เขาตกอับ จนกระทั่งวันที่เขากลายเป็นเจ้าของตึกที่เธอเคยถูกขู่ไล่ออก เสื้อผ้าชุดเดิมที่เธอสวมใส่ซ้ำๆ รองเท้าคัทชูที่หัวเริ่มเปิดอ้าเพราะใช้งานมานานแรมปี ทุกรายละเอียดเหล่านี้สะท้อนถึงความจงรักภักดีและความจริงใจที่หาไม่ได้จากสังคมจอมปลอมรอบตัวเขา "ริน... คุณเหนื่อยมามากพอแล้วนะครับ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองใดๆ รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความประหลาดใจ เธอกัดริมฝีปากแน่นพยายามกลั้นความรู้สึกที่อัดอั้น "ฉัน... ฉันไม่เหนื่อยหรอกค่ะ... เอ๊ย! ผมหมายถึง... ดิฉันไม่เหนื่อยเลยค่ะศิลา... ท่านประธาน... เอ่อ" เธอสับสนจนสรรพนามที่ใช้เรียกแทบจะตีกันมั่วไปหมด ศิลาอดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มบางๆ ออกมา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและจริงใจ ซึ่งเป็นมุมที่ไม่มีใครเคยได้เห็นจากชายหนุ่มผู้กุมอำนาจทางการเงินมหาศาลคนนี้ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่อ่อนๆ ที่ติดตัวรินรดามาตลอดทางลอยเข้าจมูก แทนที่จะเป็นกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับเหมือนบรรดาคุณหนูไฮโซที่คอยเข้าหาเขาเพื่อผลประโยชน์ "ผมบอกแล้วไงครับว่าเรียกผมว่าศิลาเหมือนเดิมเถอะ... ตราบใดที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ จะไม่มีใครหน้าไหนไล่คุณออก หรือทำให้คุณต้องเสียน้ำตาอีกเด็ดขาด" ศิลาเอื้อมมือหนาออกไปจับมือเรียวที่กำลังสั่นเทาของเธออย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวหนังเข้าสู่หัวใจของรินรดาโดยตรง จนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา ลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีดำคู่นั้นไม่มีความเจ้าเล่ห์หรือการเสแสร้ง มีเพียงความจริงจังและความรู้สึกผิดลึกๆ ที่ปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ต้องแบกรับความกดดันเคียงข้างเขาในวันที่มืดมนที่สุด "ทำไม... ทำไมคุณถึงเพิ่งมามองฉันตอนนี้ล่ะคะ..." เสียงของรินรดาสั่นเครือ น้ำตาใสๆเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยอย่างห้ามไม่อยู่ "วันที่คุณรุ่งเรือง... วันที่คุณมีทุกอย่าง... ฉันมันก็แค่พนักงานตัวเล็กๆ ที่ไม่มีค่าอะไรในสายตาคนอื่นด้วยซ้ำ" ศิลาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มเนียนใสของเธอออกอย่างทะนุถนอม ราวกับเธคือสิ่งของที่เปราะบางที่สุดในโลกใบนี้ "นั่นเพราะผมโง่เขลาเบาปัญญาเองครับ... ที่มัวแต่มองหาเพชรพลอยราคาแพงปลอมๆ ข้างนอก โดยมองข้าม 'เพชรแท้' เม็ดงามที่คอยส่องแสงนำทางให้อยู่ข้างกายผมมาโดยตลอด" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลึกซึ้งและจริงจังจนหัวใจของรินรดาราวกับหยุดเต้น "แต่วันนี้... วินาทีนี้เป็นต้นไป ผมขอใช้สิทธิ์ของเจ้าของตึกหลังนี้... และเจ้าของหัวใจตัวเอง สั่งให้คุณอยู่เคียงข้างผมในฐานะคนสำคัญที่สุด... ไม่ใช่แค่พนักงานอีกต่อไปแล้วนะครับ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ ชั่วขณะนั้นเสียงรายงานเรื่องระบบความปลอดภัยใต้ดินหรือการคุกคามจากเมฆากลายเป็นเรื่องไร้สาระไปในทันที รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ทะลวงผ่านกำแพงความน้อยเนื้อต่ำใจที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีพังทลายลงไม่เป็นท่า ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหู เธอกะพริบตาปริบๆ สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้ตอบไม่ถูก ทว่า... ในวินาทีที่ความหวานล้ำกำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางพายุความขัดแย้ง หน้าจอโฮโลแกรมตรงผนังห้องทำงานก็กะพริบแสงสีแดงฉานสว่างวาบ พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤติดังสนั่นหวั่นไหว *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!* "ท่านประธานครับ! แฮกเกอร์ปริศนาคนนั้นไม่ได้แค่พยายามเจาะระบบข้อมูลลับ... แต่มันกำลังอัปโหลดรหัสทำลายล้างตัวเองเข้าสู่ระบบควบคุมโครงสร้างพื้นฐานของตึกทั้งหมดแล้วครับ! อีก 3 นาที ตึกนี้จะระเบิดตัวเอง!" เสียงเลขาฯ ร้องตะโกนลั่นผ่านสปีกเกอร์ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด รินรดาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดลงทันที "ระเบิดเหรอคะ! ฝีมือใครกัน..." ศิลาหรี่ตาลงคมกริบ รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยรังสีอำมหิตที่เยือกเย็นและเฉียบขาดจนน่ากลัว เขากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างรู้ทันเกม "ฝีมือของไอ้เมฆากับพรรคพวกสุนัขจนตรอกของมันสินะครับ..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่กดดันจนอากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว "คิดจะใช้แผนเผาเรือรบเพื่อทำลายหลักฐานการยักยอกเงินทั้งหมดอย่างนั้นเหรอ... น่าสนุกนี่" ศิลาหันกลับมามองรินรดาที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความกังวล เขายกมือขึ้นตบไหล่บางของเธอเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นใจ "รินครับ... อยู่รอผมตรงนี้นะครับ" ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และทรงอำนาจ "เดี๋ยวผมจะพาคุณไปดูการ 'ตบหน้า' ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตึกนี้... ให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่า การเล่นกับเจ้าของตึกตัวจริง มันมีจุดจบที่ทรมานขนาดไหน" พูดจบ ศิลาก็คว้าสมาร์ตโฟนรุ่นพิเศษขึ้นมา นิ้วแกร่งกดแตะหน้าจอเพื่อยืนยันตัวตนระดับสูงสุด พร้อมกับเอ่ยคำสั่งเสียงด้วยน้ำเสียงกังวานและเยือกเย็น "เปิดใช้งานระบบ 'ฟีนิกซ์'... ล็อกเป้าหมายไอพีแอดเดรสของคนร้ายทั้งหมดในตึกนี้... และระงับการทำธุรกรรมของตระกูลเมฆาทุกบัญชีทั่วโลก ณ บัดนี้!" *ติ๊ง!* เสียงระบบตอบรับดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอทั้งหมดในตึกเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม ทว่า ก่อนที่ศิลาจะได้ก้าวเดินออกจากห้อง ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงจากชั้นใต้ดินกลับเปิดผางออกเสียงดังสนั่น พร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยและถือรีโมตคอนโทรลสีดำอยู่ในมือ—บุคคลที่ไม่ควรจะขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้ด้วยซ้ำ! โปรดติดตามตอนต่อไป... --- *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ!*
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%