"ผมให้เวลาคุณอีกสามวินาทีในการเซ็นใบลาออก... เมฆา"
เสียงทุ้มนุ่มลึกแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมใหญ่ของบริษัท 'ไพร์ม โฮลดิ้งส์' บรรยากาศรอบโต๊ะกระจกนิรภัยราคาแพงระยับเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ เมฆายืนค้ำโต๊ะด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แต่ในขณะเดียวกัน ความหวาดกลัวลึกๆ ก็เริ่มกัดกินหัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้โอ้อวดคนนี้ทีละน้อย
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เมฆายังคงหัวร่อต่อกระซิกด้วยความเย้ยหยัน คิดว่าตนเองคือนักล่าผู้ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู เขากว้านซื้อหุ้นของบริษัทคู่แข่งรายนี้เพื่อเตรียมเขี่ยศิลาและพนักงานที่ภักดีออกไปให้พ้นทาง ทว่า ในเวลานี้ ทุกอย่างกลับตาลปัตรราวกับภาพยนตร์ที่ถูกฉายสลับม้วน
ศิลานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สำดำสนิท ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุโหมกระหน่ำ ด้านข้างของเขา รินรดายืนถือแฟ้มเอกสารด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตากลมโตคู่นั้นมองเมฆาด้วยความสมเพชเวทนาอย่างไม่ปิดบัง เธอกระซิบเบาๆ พอให้ศิลาได้ยิน "ดูท่าทางเขาจะลืมไปนะครับว่า เงินในบัญชีของคุณศิลานั้นซื้อได้แม้กระทั่งวิญญาณของเขา"
"คุณพูดบ้าอะไร! หุ้นส่วนใหญ่ในมือผมต่างหาก! บริษัทนี้กำลังจะล้มละลาย!" เมฆากระชากเสียงคำรามลั่นห้อง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ที่แสดงกราฟราคาหุ้นพุ่งดิ่งเหวอย่างไม่เป็นท่า "มันเป็นไปไม่ได้! คุณเอาเงินมาจากไหนมากมายขนาดนั้น มากวาดซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์รวดเดียวเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงสิบลาที!"
ศิลายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทราคาแพงตัดเย็บพิเศษอย่างใจเย็น เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที แต่เลือกที่จะหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาหมุนเล่นในมือ
"เงินน่ะเหรอครับ... สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นสิ่งหายาก แต่สำหรับผม มันก็เป็นแค่เศษกระดาษที่ธนาคารกลางพิมพ์ออกมาเล่นๆ เพื่อความบันเทิงเท่านั้นเองนะครับ" ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเมฆา แววตาดุดันคู่นั้นทำเอาเมฆาถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "จำได้ไหมครับที่คุณเคยบอกผมว่า 'เงินคือพระเจ้าในโลกธุรกิจ' ตอนนี้คุณคงเข้าใจสัจธรรมข้อนั้นดีแล้วสินะครับว่า พระเจ้าองค์นี้... ท่านเลือกที่จะอยู่ข้างผม"
เปรี้ยง!
ประโยคเรียบๆ แต่เฉียบคมดั่งคมมีดกรีดลงกลางใจ ทำให้เมฆาเข่าทรุดลงไปกระแทกกับพื้นพรมราคาแพง เขานึกย้อนไปถึงวันที่เขาหัวเยาะศิลาในร้านกาแฟ วันที่ศิลาถูกไล่ออกจากตึก วันที่เขาคิดว่าตนเองคือนักผู้ชนะที่กุมชะตาชีวิตคนอื่นไว้ในกำมือ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาก็เป็นเพียงแค่ตัวตลกที่เดินเข้ามาติดกับดักที่ศิลาวางไว้อย่างแยบยลตั้งแต่ต้น
"คุณศิลาครับ... ท่านประธานครับ!" เสียงหอบหายใจดังขึ้นพร้อมกับการเปิดประตูห้องประชุมอย่างแรง ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของไพร์ม โฮลดิ้งส์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ "เราตรวจสอบบัญชีล่าสุดแล้วครับ! กองทุนปริศนาที่เข้ามาฮุบหุ้นทั้งหมด... คือเครือข่ายส่วนตัวของท่านประธานศิลา! ตอนนี้ท่านถือหุ้นเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ!"
สิ้นเสียงรายงานนั้น เหล่าคณะกรรมการบริหารที่เคยนั่งนิ่งเป็นหินต่างพากันลุกขึ้นยืนโค้งคำนับศิลากันโดยพร้อมเพรียง ไม่มีใครกล้าสบตาชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนใหม่ แม้แต่คนเดียว
รินรดาลอบยิ้มมุมปาก เธอก้าวเข้าไปใกล้ศิลาพร้อมกับยื่นเอกสารฉบับสุดท้ายให้เขาเซ็น "ศิลาคะ... อ๊ะ ขออภัยครับ คุณศิลาครับ เอกสารคำสั่งไล่ออก... เอ๊ย ปลดพนักงานระดับสูงที่ทุจริต พร้อมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย Prepared เรียบร้อยแล้วนะครับ"
ศิลารับปากกาหมึกซึมราคาแพงจากมือเธอ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าเมื่อเขามองสบตากับหญิงสาวที่ยืนหยัดเคียงข้างเขาในวันที่มืดมนที่สุด "ขอบคุณมากนะครับรินรดา สำหรับความภักดีที่คุณมอบให้ผมมาตลอด"
"ด้วยความยินดีครับ... อะแฮ่ม ด้วยความยินดีค่ะ เอ๊ย ครับ!" รินรดาแอบเขินจนหน้าแดงเล็กรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทัน เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากศิลา
ศิลาหันกลับมามองเมฆาที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก มือสั่นเทาพยายามควAmoเอื้อมจับชายกางเกงสูทของศิลา แต่ถูกรักษานามาตรการความปลอดภัยของบอดี้การ์ดกันเอาไว้เสียก่อน
"ศิลา... นายช่วยฉันด้วย... บริษัทนี้ ปู่ของฉันสร้างมากับมือนะ นายจะทำลายมันไม่ได้!" เมฆาร้องคร่ำครวญ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสิ้นหวัง
ศิลาก้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเชยคางของเมฆาให้เงยขึ้นมาสบตา ประโยคต่อมาถูกกระซิบด้วยน้ำเสียงสุภาพแสนเย็นชาจนเมฆาสั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำ
"ตอนที่คุณไล่ผมออกจากตึก... คุณเคยคิดถึงหัวอกของคนอื่นบ้างไหมครับเมฆา?" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเสื้อสูทให้เรียบร้อย "จำไว้นะครับ เมฆา... ในโลกธุรกิจ เงินคือพระเจ้า... และตอนนี้... ผมนี่แหละคือผู้สร้างกฎของพระเจ้าองค์นั้น"
ศิลาหันหลังให้ เตรียมก้าวเดินออกจากห้องประชุมท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับจากคณะกรรมการบริหารคนอื่นๆ ที่พร้อมใจกันสยบแทบเท้า แต่วินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากสมาร์ตโฟนในมือของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
หน้าจอแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นดาดฟ้าของตึก พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของศิลาต้องชะงักงัน
"คุณศิลาครับ... มีปัญหาใหญ่แล้วครับ..." รินรดาหน้าซีดเผือด เธอยื่นหน้าจอให้ศิลาดูด้วยมือที่สั่นเทา "เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจากตระกูลลับ... ตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ กำลังร่อนลงจอดบนดาดฟ้าตึกของเราครับ... และคนก้าวลงมาคือ... อดีตคู่หมั้นที่คุณทิ้งไปเมื่อสามปีก่อน..."
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมานะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 7
เงินคือพระเจ้าในโลกธุรกิจ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!