ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 19

เมื่อเงินซื้อความรักไม่ได้ แต่ซื้อความเกรงใจได้

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้ารู้ว่าตึกนี้จะตกเป็นของสุนัขรับใช้... ผมคงสั่งให้รื้อทิ้งตั้งแต่สามนาทีแรกแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบกริบของห้องประชุมใหญ่ ชั้น 45 อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ เมฆาที่กำลังยืนยันอำนาจเบ็ดเสร็จด้วยการเซ็นสัญญาควบรวมกิจการ ถึงกับชะงักมือที่ถือปากกาหมึกซึมราคาแพง ปากกาหรูร่วงหล่นกระทบโต๊ะประชุมหินอ่อนเสียงดังสนั่น *เคร้ง!* ดวงตาของเมฆาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน เมื่อเงาของชายหนุ่มที่เขาเคยเหยียบย่ำและไล่ออกจากบริษัทอย่างไม่ใยดี กำลังก้าวเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประธานกรรมการบริหาร—เก้าอี้ที่ควรจะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว "ศิลา! แก... แกเข้ามาที่นี่ได้ยังไง รปภ.! ใครปล่อยให้ไอ้คนตกงานคนนี้เข้ามาในเขตหวงห้าม!" เมฆาแผดเสียงลั่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความอับอายต่อหน้าผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายสิบคนที่นั่งร่วมประชุม ไม่มีเสียงตอบรับจากพนักงานรักษาความปลอดภัย มีเพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่แผ่ขยายไปทั่วห้อง เมฆากวาดสายตามองรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก เหล่าผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัทต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าสบตาเขา แม้แต่เลขาฯ ส่วนตัวที่เคยคอยพยักหน้ารับคำสั่งทุกอย่าง ก็ยังถอยหลังกรูดไปยืนชิดมุมห้องราวกับกลัวว่ารัศมีแห่งความฉิบหายจะกระเด็นมาโดนตัว ศิลา (ตัวเอก) ปลดกระดุมสูทตัวนอกออกช้าๆ อย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารสัญญาบนโต๊ะด้วยหางตา รินรดา (นางเอก) ที่ยืนเคียงข้างเขาในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ขยับตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย มือเรียวยื่นแท็บเล็ตแสดงข้อมูลทางการเงินล่าสุดให้ศิลาตรวจสอบด้วยความคล่องแคล่ว แววตาของรินรดามีประกายแห่งความสะใจและความภูมิใจฉายชัด เธอมองดูชายหนุ่มที่เคยยืนหยัดสู้เคียงบ่าเคียงไหล่เธอในวันที่ยากลำบาก บัดนี้เขากลายเป็นจุดศูนย์กลางอำนาจที่แม้แต่เศษเสี้ยวความเมตตาก็มีค่ามากกว่าชีวิตของคนตรงหน้า "ตกงานเหรอครับ?" ศ่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ผมเกรงว่าคุณเมฆาจะเข้าใจอะไรผิดไปไกลโขเลยนะ... อาคารหลังนี้ รวมถึงบริษัทที่คุณกำลังพยายามจะฮุบด้วยเงินกู้ยืมเน่าๆ นั่นน่ะ ตอนนี้โฉนดและหุ้นร้อยละ 98.5 อยู่ในกระเป๋าเสื้อผมเรียบร้อยแล้วครับ" บรรยากาศในห้องประชุมเย็นเยียบลงทันตาเห็น เมฆาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ริมฝีปากสั่นระริกจนแทบพูดไม่ออก เขาพยายามเค้นเสียงหัวeเราะแห้งๆ ออกมากลบเกลื่อนความกลัวที่เกาะกุมหัวใจ "เหลวไหล! เป็นไปไม่ได้! แกมันก็แค่ไอ้เด็กไอ้จนที่แม่ป่วยใกล้ตาย! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อตึกมูลค่าหมื่นล้าน! เอกสารปลอม! นี่มันคือการปลอมแปลงเอกสารเพื่อหลอกลวงบริษัท!" เมฆาตวาดลั่นพยายามยื้อวาระสุดท้ายแห่งศักดิ์ศรีจอมปลอม ศิลาไม่ได้โกรธเคือง เขากลับหัวسเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทรงพลังและเย็นชาจนทำให้เมฆารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งทั้งเป็น ชายหนุ่มหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับออกมาจากกระเป๋าเสื้อ วางลงบนโต๊ะหินอ่อนทีละนิดอย่างจงใจให้เกิดเสียงกระทบเบาๆ แต่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของทุกคน "เงินเดือนเดือนละสองหมื่นห้าที่คุณเคยเมตตาให้ผม พร้อมกับคำพูดดูถูกเหยียดหยามว่า 'ชาตินี้แกก็ไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่ห้องน้ำในตึกนี้'..." ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เมฆาช้าๆ แรงกดดันมหาศาลจากแววตาคู่นั้นทำให้เมฆาต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "ผมต้องขอขอบพระคุณคำสอนนั้นจริงๆ นะครับ เพราะมันทำให้ผมตระหนักได้ว่า... บางครั้ง การใช้เงินซื้อความเกรงใจ มันสนุกกว่าการขอร้องความเห็นใจเยอะเลยล่ะครับ" "คุณศิลาครับ... ท่านประธานศิลาครับ..." เสียงสั่นเครือของผู้จัดการฝ่ายอาวุโสคนหนึ่งดังขึ้น ชายวัยกลางคนที่เคยร่วมมือกับเมฆาในการกลั่นแกล้งศิลาเมื่อเดือนก่อน บัดนี้เขากำลังคุกเข่าลงครึ่งหนึ่ง มือทั้งสองประสานกันแน่น ใบซีดเผือดชุ่มไปด้วยเหงื่อ "ผม... ผมแค่ทำตามคำสั่ง ผมไม่ได้มีเจตนาจะดูหมิ่นท่านเลยนะครับ โปรดเมตตาผมด้วยเถอะครับ ครอบครัวผมยังต้องใช้เงิน..." ศิลาก้มมองชายวัยกลางคนที่เคยสบประมาทเขาอย่างไม่แยแส รอยยิ้มสุภาพแต่ไร้ความรู้สึกถูกส่งไปให้ "คนที่ควรขอร้อง ไม่ใช่ผมหรอกครับ..." ศิลาผายมือไปทางรินรดา "แต่เป็นคุณรินรดาต่างหาก... เพราะจากนี้ไป ทุกตำแหน่งงานและการเลิกจ้างในตึกนี้ อยู่ภายใต้การตัดสินใจของเธอทั้งหมด" รินรดาก้าวออกมาระดับเดียวกับศิลา เธอมองชายคนที่เคยคุกคามและกดขี่เธอในที่ทำงานด้วยสายตานิ่งสนิท พนักงานทุกคนในห้องต่างกลั้นหายใจรอฟังคำพิพากษา เมฆาที่หมดสภาพทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี มือทั้งสองข้างสั่นเทาขณะเอื้อมไปหมายจะจับชายกางเกงของศิลาเพื่ออ้อนวอน ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของเมฆาจะแตะโดนตัวศิลา ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—หญิงสาวในชุดแบรนด์เนมราคาแพงระยับที่เคยทิ้งศิลาไปหาเมฆาเมื่อวันที่เขาตกอับ เธอยืนหอบหายใจจนตัวโยน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื่นตระหนก "ศิลาคะ... ฟังฉันก่อนนะคะ..." เสียงหวานที่เคยเย่อหยิ่งสั่นเครือจนแทบฟังไม่เป็นศัพท์ เธอก้าวเข้ามาหาศิลาด้วยท่าทีออดอ้อน "ที่คุณทำทั้งหมดนี่... คุณทำเพื่อประชดฉันใช่ไหมคะ? เรารักกันนะศิลา... กลับมาหาฉันเถอะ ฉันรู้ว่าคุณยังมีเยื่อใยกับฉันอยู่..." ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เมฆาที่คุกเข่าอยู่เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยความตกตะลึงปนแค้นเคือง ส่วนศิลาเพียงแค่เหลือบมองเธอนิ่งๆ ด้วยสายตาว่างเปล่า ราวกับเธอก็เป็นเพียงแค่ฝุ่นละอองที่ไม่มีค่าแม้แต่จะปัดทิ้ง รินรดาแอบอมยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากอย่างรู้ทันเกม ขณะที่ศิลายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาข้อมือเรือนหรูราคาเรือนละหลายสิบล้าน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตแฟนสาวด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับสุภาพบุรุษ "ขอโทษด้วยนะครับคุณ..." ศิลาเว้นจังหวะเล็กน้อยด้วยความสุภาพสูงสุด "พอดีผมจำชื่อคนแปลกหน้าที่ไม่มีความสำคัญไม่ได้... และที่สำคัญที่สุด..." ชายหนุ่มเอื้อมมือไปโอบเอวบางของรินรดาเข้ามาแนบชิดอย่างสนิทสนม รินรดาไม่ได้ขัดขืน เธอกลับเงยหน้าสบตาศิลาด้วยรอยยิ้มหวานล้ำที่ทำเอาคนทั้งห้องแทบหยุดหายใจ "ผมเกลียดของมือสอง... โดยเฉพาะของที่คนอื่นเขาใช้จนเน่าคาเท้าแล้วเอามาเร่ขายต่อเนี่ย ผมขอบริจาคให้มูลนิธิสัตว์จรจัดน่าจะคุ้มค่ากว่านะครับ" สิ้นคำพูดนั้น ศิลาก็กดปุ่มเปิดหน้าต่างกระจกนิรภัยบานใหญ่ที่ควบคุมด้วยระบบอัจฉริยะ เสียงมอเตอร์ไฟฟ้าดังขึ้นพร้อมกับกระจกใสที่เลื่อนเปิดรับลมเย็นจากยอดตึกชั้น 45 และในวินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็ดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากฟากฟ้า เหนือยอดตึกเอ็มไพร์ทาวเวอร์ ปรากฏร่างของเฮลิคอปเตอร์หรูสีดำด้านสลักชื่อตระกูลของศิลา บินวนลดระดับลงจอดบนลานจอดดาดฟ้าอย่างสง่างาม พร้อมกับแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมายังห้องประชุมราวกับฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวูด เมฆาและอดีตแฟนสาวได้แต่อ้าปากค้าง ตัวสั่นเทาด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด เมื่อตระหนักได้ว่าช่องว่างระหว่างพวกเขากับศิลานั้น ห่างไกลกันราวฟ้ากับเหวที่ไม่มีวันเอื้อมถึงอีกต่อไปแล้ว และในจังหวะนั้นเอง หน้าจอแท็บเล็ตในมือของรินรดาก็ส่งเสียงแจ้งเตือนสั่นสะท้อนเบาๆ พร้อมกับข้อความยืนยันการทำธุรกรรมวงเงินระดับพันล้านที่ผ่านอนุมัติอย่างสมบูรณ์แบบ... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความสะใจระดับพรีเมียมใน "ฮาไม่จำกัด" นะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%