"ป้ายหมายเลขแปด... หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน! มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ!"
เสียงค้อนทองคำของประธานผู้ดำเนินการประมูลดังสนั่นก้องห้องจัดเลี้ยงหรูหราอลังการระดับเจ็ดดาว เมฆากระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย่อหยิ่ง เขาค่อยๆ ยกป้ายในมือขึ้นสูงอีกครั้งท่ามกลางเสียงฮือฮาของเหล่าเซเลบและนักธุรกิจชื่อดังที่มารวมตัวกันในค่ำคืนนี้ สำหรับเขาแล้ว เงินร้อยล้านไม่ได้มีความหมายอะไรเลยหากแลกกับการได้ครอบครอง "สร้อยเพชรราชินีแห่งลูเซิร์น" ชิ้นนี้ เพื่อนำไปมอบให้เป็นของขวัญเปิดตัวบริษัทใหม่ และที่สำคัญที่สุด... เพื่อใช้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของไอ้หนุ่มอดีตพนักงานไอทีตกงานที่บังaอาจมานั่งหายใจร่วมห้องเดียวกับเขาในวันนี้
สายตาของเมฆากวาดมองไปทางแถวหลังสุดด้วยความเหยียดหยาม ทว่ารอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของเขากลับต้องแข็งค้าง เมื่อเห็นศิลากำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์ราคาแพงลิบลิ่วอย่างสบายอารมณ์ โดยมีรินรดาคอยใช้ทิชชูเช็ดมุมปากให้ด้วยความใส่ใจ ภาพนั้นบาดตาบาดใจจนเส้นเลือดที่ขมับของเมฆาปูดโปน
"สองร้อยล้านบาท! จากคุณเมฆาครับ!" พิธีกรประกาศเสียงดังด้วยความตื่นเต้น เมฆาหันไปโค้งคำนับผู้คนรอบข้างด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ พร้อมกับส่งสายตาท้าทายตรงไปยังศila ราวกับจะเยาะเย้ยว่า *'มึงเอาเงินที่ไหนมาสู้กับกูวะไอ้กระจอก'*
รินรดาเหลือบมองป้ายราคาบนจอ LED ขนาดใหญ่ที่มีตัวเลขกระโดดขึ้นไปแตะหลักสองร้อยล้านแล้ว เธออดไม่ได้ที่จะกระตุกชายเสื้อของศิลาเบาๆ ด้วยความกังวล "คุณศิลาคะ... เอ๊ย คุณศิลาครับ สร้อยเส้นนั้นราคาประเมินมันแค่สิบกว่าล้านเองนะรินว่า... เราอย่าไปสู้กับเขาเลยครับ มันเกินเลยไปไกลมากแล้วนะ"
ศิลาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะช้าๆ เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับทรงพลังราวกับค้อนที่ทุกลงกลางใจ เขาสบตากับหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความมั่นใจที่ล้นปรี่ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบาๆ อย่างทะนุถนอม
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับรินรดา ของบางอย่างไม่ได้มีค่าที่ตัวเงิน แต่มันมีค่าก็ต่อเมื่อมันสมควรจะไปอยู่กับคนที่คู่ควรต่างหากครับ" ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ก่อนที่สายตาคมกริบของเขาจะเหลือบไปมองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เพิ่งสั่นเตือนเบาๆ
ข้อความจากธนาคารระดับโลกแจ้งเตือนยอดเงินคงเหลือในบัญชีส่วนตัวที่เพิ่งถูกโอนเข้ามาสดๆ ร้อนๆ จากสำนักงานใหญ่ที่สวิตเซอร์แลนด์... *ยอดเงินคงเหลือ: 999,999,999,999.00 บาท*
ศิลาแอบถอนหายใจเบาๆ ด้วยความระอาใจในความขยันขันแข็งของระบบช่วยเหลืออัจฉริยะที่ขยันเติมเงินเข้ามาให้ใช้จ่ายเล่นๆ ทุกวินาที นี่ขนาดเขายังไม่ได้แตะต้องเงินปันผลจากตึกระฟ้าสามสิบแห่งในย่านธุรกิจใจกลางเมืองนะเนี่ย คิดดูเถอะครับว่าเงินรายได้ต่อวันของเขามันมากมายมหาศาลขนาดไหน การมาประมูลของหลักร้อยล้านในวันนี้ มันก็แค่การละลายเศษเหรียญในกระเป๋าเล่นแก้เบื่อเท่านั้นเอง
"สามร้อยล้านบาท! ครั้งที่หนึ่ง... สามร้อยล้านบาท! ครั้งที่สอง..." พิธีกรลากเสียงยาวด้วยความตื่นเต้นจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก เพราะไม่เคยมีการประมูลวัตถุโบราณชิ้นไหนในรอบสิบปีที่พุ่งทะยานไปไกลถึงขนาดนี้มาก่อน เมฆายืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ เขารอคอยที่จะได้ยินเสียงประกาศสรุป เพื่อที่เขาจะได้เดินไปตบหน้าสั่งสอนไอ้ศิลาให้หมอบกราบแทบเท้ากลางงาน
ทว่า... ก่อนที่ค้อนทองคำจะเคาะลงครั้งสุดท้าย
"สี่ร้อยล้านบาทครับ"
เสียงทุ้มนุ่มแต่ก้องกังวานดังก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ ทุกสายตานับร้อยคู่ต่างหันขวับไปมองยังต้นเสียงเป็นตาเดียว ศิลายกป้ายหมายเลขแปดขึ้นสูงเพียงเล็กน้อย ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพราวกับสุภาพบุรุษผู้ดีงาม แต่รัศมีรอบตัวกลับกดดันจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ
เมฆาหน้าถอดสีทันที เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ชี้หน้าศิลาด้วยความโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น "ไอ้ศิลา! มึงเอาเงินมาจากไหน! มึงเป็นแค่ไอ้ตกงานที่เพิ่งโดนไล่ออกจากห้องเช่าไม่ใช่รึไงวะ! อย่ามาป่วนงานประมูลนะเว้ย!"
ศิลาไม่แม้แต่จะชายตามองความน่าสมเพชของเมฆา เขายังคงนั่งไขว่ห้างอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ทรงพลังเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกน "เงินของผมจะมาจากไหน มันก็เรื่องของผมครับคุณเมฆา แต่ถ้าคุณยังอยากจะเล่นสนุกต่อ... เชิญยกป้ายแข่งต่อได้เลยนะครับ ผมใจกว้างพอที่จะให้คุณพยายามอีกสักตั้ง"
"มึง...!" เมฆากัดฟันกรอดจนกรามแทบแตก เขารู้ดีว่าถ้าถอยตอนนี้ หน้าตาทางสังคมที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีจะพังทลายลงในพริบตา "ห้าร้อยล้าน! กูให้ห้าร้อยล้าน! เก่งจริงมึงก็สู้มาสิไอ้ไส้แห้ง!"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นอีกครั้ง หลายคนเริ่มซุบซิบกันว่าเมฆากำลังสติหลุดเพราะความโกรธ ส่วนรินรดากำมือแน่นด้วยความตื่นตระหนก เธอรู้ว่าห้าร้อยล้านมันไม่ใช่เงินน้อยๆ เลย
ศิลาหัวسเราะในลำคอเบาๆ "ห้าร้อยล้านเหรอครับ... น้อยไปหน่อยมั้งครับสำหรับการซื้อสร้อยเส้นนี้" เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณเบาๆ ไปยังผู้จัดงาน "ผมขอเกทับแบบรวบจบเลยก็แล้วกันนะครับ... หนึ่งพันล้านบาทถ้วนครับ"
*ตึง!*
เสมือนมีสายฟ้าฟาดผ่ากลางห้องจัดเลี้ยง ทุกคนในห้องอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนแมลงวันได้ เมฆาล้มฟาดก้นจ้ำเบ้าลงบนเก้าอี้ด้วยความช็อก ดวงเบิกโพลงจนแทบถลնออกมานอกเบ้า สมองของเขาขาวโพลนจนประมวลผลไม่ทัน หนึ่งพันล้านบาท! เพื่อซื้อสร้อยเพชรราคาประเมินสิบกว่าล้านเนี่ยนะ! ไอ้บ้านี่มันบ้าไปแล้ว หรือมันพิมพ์แบงก์ใช้เองวะครับ!
พิธีกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือค้อนทองคำสั่นเทา "พ...พันล้านบาท! ครั้งที่หนึ่ง... พันล้านบาท! ครั้งที่สอง... และ... พันล้านบาท! ครั้งที่สาม! ขายครับ! สร้อยเพชรราชินีแห่งลูเซิร์นตกเป็นของท่านสุภาพบุรุษหมายเลขแปดเรียบร้อยแล้วครับ!"
เสียงปรบมือประปรายและเสียงซุบซิบดังระงม ศิลายิ้มน้อยๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทสีดำสนิทให้เข้าที่อย่างเนียบกริบ ก่อนจะหันไปมองเมฆาที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับศพเดินได้
"ขอบคุณสำหรับการหลีกทางให้นะครับคุณเมฆา หวังว่าเงินแค่พันล้านนี้ คงไม่ทำให้บริษัทของคุณล้มละลายไปเสียก่อนนะครับ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน แต่บาดลึกถึงกระดูกดำ
รินรดามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่ หัวใจของเธอดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เธอไม่เคยรู้เลยว่าผู้ชายที่เธอแอบรักมาตลอด จะมีความยิ่งใหญ่และทรงอำนาจได้ถึงเพียงนี้
ศิลาเดินก้าวเข้าไปใกล้เวทีเพื่อรับมอบสร้อยเพชรล้ำค่า เจ้าหน้าที่ประมูลต่างโค้งคำนับให้เขาด้วยความเคารพยำเกรงอย่างสูงสุด ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะยื่นมือไปรับกล่องกำมะหยี่สีแดงนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็สั่นเตือนขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีรหัสประเทศ แต่ขึ้นต้นด้วยรหัสลับระดับความมั่นคงสูงสุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ศิลากดรับสายด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เสียงทุ้มต่ำของผู้บริหารสูงสุดแห่งกลุ่มทุนระดับโลกดังลอดออกมาจากลำโพงด้วยความร้อนรน
"เรียน ท่านประธานใหญ่... สำนักงานใหญ่ที่สวิตเซอร์แลนด์ส่งข่าวมาด่วนครับ มีคำสั่งฉุกเฉินจากสภาบริหารสูงสุดให้ท่านต้องเดินทางไปเซ็นสัญญาเทคโอเวอร์สนามบินนานาชาติเจ็ดแห่งในยุโรปคืนนี้ทันที โดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวกำลังรออยู่บนดาดฟ้าตึกแล้วครับ...!"
ศิลาชะงักฝีเท้าลงทันที เขากวาดสายตากลับไปมองทางด้านหลัง ที่ซึ่งเมฆากำลังนั่งตัวสั่นด้วยความแค้นเคือง และเหล่าเซเลบที่กำลังมองเขาด้วยสายตาระคนความอิจฉาและหวาดกลัว
รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความสงสัย "มีอะไรหรือเปล่าครับ... เอ๊ย มีอะไรหรือเปล่าคะ... เอ๊ย มีอะไรหรือเปล่าครับคุณศิลา" เธอเผลอพูดผิดจนหน้าแดง แต่ศิลากลับยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย
เขากดวางสาย ชำเลืองมองสร้อยเพชรราคาพันล้านในมือที่เพิ่งประมูลชนะด้วยเงินเศษเสี้ยวของรายได้ต่อวัน ก่อนจะหันมาสบตาเธอนิ่ง
"ไม่มีอะไรมากหรอกครับรินรดา... พอดีผมต้องรีบไปบินไปยุโรปสักหน่อย..." ศิลาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้รอยยิ้มปริศนาสะกดสายตาทุกคู่ในงาน "...พอดีสนามบินที่โน่นเขากำลังรอให้ผมไปเซ็นชื่อเป็นเจ้าของใหม่อยู่นะครับ"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" มาโดยตลอดนะครับ
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 18
ประมูลของที่ทุกคนแย่งกัน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!