ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 17

ความลับที่ถูกเปิดเผย

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ก้านสมองของแกมันทำด้วยกากกาแฟหรือไง ถึงได้กล้าเห่าหอนต่อหน้าเจ้าของตึกตัวจริงแบบนี้, เมฆา?" เสียงหัวเราะเยาะที่ดังระเบิดขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ของอาคารพลาตินั่มทาวเวอร์พลันเงียบกริบลงทันที ราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียงวิทยุ ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด เมฆายืนแข็งค้างอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์ มือที่กำลังถือรีโมทคอนโทรลสั่นระริก ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองร่างของชายหนุ่มในชุดสูทราคาถูกที่เขากำลังจะขับไล่ออกไปพ้นตึกเมื่อไม่กี่นาที ศิลาไม่ได้ขยับตัว เขายังคงยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังนั่งชมภาพยนตร์ตลกเกรดบีในโรงหนัง ไหล่กว้างยกขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะหายใจ รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเย้ยหยันทำให้ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาอย่างร้ายกาจจนรินรดา ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวบางของเธอเอื้อมมาจับชายเสื้อของศิลาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วร่าง เมื่อเธสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังแผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม พลังงานของผู้ที่กุมชะตากรรมของทุกคนในห้องนี้ไว้ในกำมือ "แก... แกพูดบ้าอะไรวะ, ศิลา!" เมฆาเค้นเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความมั่นใจบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว "เจ้าของตึกนี้คือกลุ่มทุนต่างชาติ 'แบล็คร็อค อินเวสต์เมนท์' ต่างหาก! แกเป็นแค่ไอ้กระจอกไส้แห้งที่ฉันเพิ่งจะเซ็นไล่ออกจากตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ฝึกหัดเมื่อเดือนก่อน! อย่ามา... อย่ามาเพ้อเจ้อแถวนี้!" "เพ้อเจ้อเหรอครับ?" ศิลายกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกจากโต๊ะประชุม ช้าๆ ทว่ามั่นคง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความตายของใครบางคน "ถ้าผมเพ้อเจ้อ ทำไมท่านประธานบอร์ดบริหารสูงสุดถึงยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองผมล่ะครับ... ท่านประธานครับ ช่วยกรุณาบอกหลานชายตัวดีของคุณหน่อยสิ ว่าตึกหลังนี้ และบริษัทที่คุณกำลังกราบกรานขอร้องให้ผมต่อสัญญาเช่า มันเป็นของใครกันแน่" สิ้นคำพูดของศิลา สายตาทุกคู่ในห้องประชุมนับร้อยชีวิต ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นอาวุโส ทนายความชื่อดัง หรือเหล่าผู้บริหารระดับสูง ต่างพากันหันขวับไปมองที่ชายชราผมหงอกขาวในชุดสูทสั่งตัดพิเศษ นั่งตัวสั่นเทาอยู่ตรงหัวโต๊ะ ประธานบริหารสูงสุดแห่งกลุ่มแบล็คร็อค... ผู้ทรงอิทธิพลอันดับต้นๆ ของประเทศ กำลังใช้สองมือยันขอบโต๊ะพยุงร่างชราของตนลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากย่นๆ ของเขา ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริกยิ่งกว่าคนเป็นไข้ป่า ก่อนที่ภาพที่ไม่มีใครคาดฝันจะเกิดขึ้น *พรึบ!* ชายชราผู้กุมเม็ดเงินมหาศาล ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าศิลาท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของทุกคนในห้อง! "ทะ... ท่านประธาน!" เมฆาอุทานลั่นด้วยความตกใจจนเสียงหลง พยายามจะเข้าไปพยุงปู่ของตน แต่กลับถูกปัดมือออกอย่างไม่ใยดี "หุบปากไอ้หลานโง่!" ชายชราตวาดลั่นเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด เขาหันมาโขกศีรษะลงกับพื้นพรมตรงหน้าศิลา "มะ... องค์ชายศิลา... กระผมไม่ทราบจริงๆ ว่าท่านจะเสด็จมาตรวจงานด้วยพระองค์เอง หากรู้ล่วงหน้า กระผมคง... คง..." "พอเถอะครับ" ศ่ายมือเบาๆ ตัดบท น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดจนชายชราต้องหยุดพูดทันที "ผมแค่อยากมาดูว่า เงินที่ผมให้พวกคุณบริหารไป มันงอกเงยขึ้นมา หรือกำลังจะถูกพวกสวะบางตัวเอาไปใช้เป็นเครื่องมือรังแกคนอื่นเล่นกันแน่" ความจริงถูกเปิดเผยแล้ว! เสียงอื้ออึงดังขึ้นระลอกใหญ่ในห้องประชุม บรรดาผู้บริหารที่เคยทำท่าทางเหยียดหยามศิลาเมื่อครู่ ต่างหน้าซีดเผือดราวกับศพไร้ญาติ บางคนถึงกับขาอ่อนล้มลงไปนั่งกองกับพื้น บ้างก็รีบก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตา ขณะที่รินรดายืนอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอก ทั้งตกใจ เหลือเชื่อ และ... หัวใจที่เต้นรำด้วยจังหวะบ้าคลั่ง นี่น่ะเหรอ... ผู้ชายที่เธอแอบรักและคอยส่งข้าวส่งน้ำในยวันที่เขาต้องกินมาม่าประทังชีวิต? นี่น่ะเหรอ... เจ้าของตึกระฟ้ามูลค่าหลายหมื่นล้านที่เธอทำงานอยู่? "รินรดาครับ" ศิลาหันกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นล้ำลึก "เหนื่อยไหมครับที่ต้องมายืนดูละครสัตว์โรงนี้เป็นเพื่อนผม" รินรดากะพริบตาปริบๆ สมองยังคงประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่พลิกผันราวกับรถไฟเหาะตีลังกา เธออ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเมฆากลับแผדเสียงดังแหลมขึ้นทำลายความเงียบ เมฆาที่ตอนนี้ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษสา มือสั่นเทาควักโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยความหวังสุดท้าย ปลายสายคือเสียงตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนกของเลขาคลังสินค้า "คุณเมฆาครับ! ชิบหายแล้วครับ! สินค้าล็อตใหญ่ที่สุดของเราถูกอายัดโดยกรมศุลกากร และ... และธนาคารหลักเพิ่งโทรมาแจ้งยกเลิกวงเงินสินเชื่อทั้งหมดในทันที! พวกเราละลายทรัพย์แล้วครับคุณเมฆา!" *ตุบ!* โทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากมือของเมฆากระแทกพื้นแตกกระจาย ร่างสูงโปร่งเซถอยหลังไปชนกับจอโปรเจกเตอร์จนมันสั่นคลอน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวัง เขาหันขวับมามองศิลาที่กำลังยืนกอดอกมองเขาด้วยรอยยิ้มเยาะ "แก... แกทำอะไรลงไป..." เมฆาพึมพำเสียงสั่น ร่างกายสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ "ตระกูลของฉัน... บริษัทของฉัน..." "ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ เมฆา" ศิลาเดินเข้าไปใกล้ชิดคู่ปรับเก่า กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำในระยะประชิด "ผมแค่ใช้สิทธิของเจ้าของตึก... และเจ้าของหนี้ทั้งหมดที่ครอบครัวแกไปกู้ยืมมาเน่าๆ เพื่อเอามาฮุบกิจการของผมเมื่อสามปีก่อน ก็เท่านั้นเอง" ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าเมฆาเต็มแรง จนเขากระอักเลือดออกมาคำโต ล้มพับลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี ศิลาถอนหายใจเบาๆ ปัดฝุ่นที่หัวไหล่เสื้อสูทของตนเองเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางของรินรดาที่ยังคงยืนตะลึงค้างไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลชวนฝัน "กลับกันเถอะครับริน... ผมจะพาไปกินข้าวเย็นร้านที่แพงที่สุดในเมือง เพื่อเป็นการฉลอง... ที่เราไม่ต้องมาทนเห็นหน้าคนพวกนี้อีกต่อไป" รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะหลุดออกมานอกอก ใบหน้าเนียนใสแดงก่ำด้วยความเขินอาย เธอพยักหน้ารับเบาๆ ปล่อยให้มือใหญ่อันอบอุ่นกุมจูงเดินออกไปจากห้องประชุม ท่ามกลางสายตาดุจดั่งมองเทพเจ้าของผู้คนที่หมอบราบคาบศิลาอยู่เบื้องล่าง ทว่า... ในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังก้าวพ้นประตูห้องประชุมใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างของชายชุดดำสวมแว่นตากันแดดที่เดินเรียงแถวเข้ามาขวางทางไว้ บุคคลปริศนาในชุดสูททักซิโด้สีขาวสะอาดตา ก้าวออกมาจากกลุ่มบอดี้ガード โค้งคำนับศิลาอย่างนอบน้อมพร้อมกับยื่นซองเอกสารสีทองอร่ามให้ "เรียน ท่านประธานใหญ่... สำนักงานใหญ่ที่สวิตเซอร์แลนด์ส่งข่าวมาด่วนครับ มีคำสั่งให้ท่านต้อง..." ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%