ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 16

เมฆาเริ่มเสียศูนย์

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"คุณบอกว่าบัญชีโอนเงินระหว่างประเทศถูกระงับ... ทั้งหมดเลยเหรอครับ?" เสียงของเมฆาดังลอดผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันจนกรามขึ้นสันนูน เขาไม่ได้ตะโกน แต่ความสั่นเครือในน้ำเสียงนั้นบอกชัดว่าเขากำลังยืนอยู่บนปากเหว ภายในห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า มือถือเครื่องหรูในมือเขาแทบจะถูกบีบจนแหลกคามือ "ครับคุณเมฆา ทางธนาคารแจ้งว่ามีการตรวจสอบเส้นทางการเงินผิดปกติจากกลุ่มทุนใหญ่ที่ถือหุ้นรายใหญ่ในตึกที่คุณบริหารอยู่... พวกเขาถอนสภาพคล่องออกทั้งหมดตั้งแต่นาทีที่แล้วครับ!" ปลายสายรายงานด้วยเสียงร้อนรน เมฆาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาเหลือบไปเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ ชายผู้ที่เคยหยิ่งผยองว่าตนคือราชาแห่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย เมื่อสิบนาทีที่แล้วเขายังมั่นใจเต็มร้อยว่าจะใช้อำนาจเงินบีบให้ศิลาเซ็นสัญญาโอนสิทธิครอบครองตึกออกไป แต่ตอนนี้... สถานะทางการเงินของเขาในฐานะผู้บริหารกลับกลายเป็นศูนย์ *ศิลา...* ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวเมฆาเหมือนชื่อปีศาจร้ายที่เขาสาบานว่าจะกำจัดให้สิ้นซาก ในขณะเดียวกัน ที่ล็อบบี้ชั้นล่าง ศิลากำลังเดินก้าวผ่านประตูหมุนกระจกเข้ามาด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง รินรดาเดินเคียงข้างเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลเล็กน้อยแต่เมื่อมองดูแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เธอเชื่อมั่น เธอก็ยืดตัวขึ้นอย่างภาคภูมิใจ "คุณศิลาคะ ทางนั้นคงกำลังแทบคลั่งที่เห็นพอร์ตการลงทุนถูกระงับแบบกะทันหัน" รินรดากระซิบ ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ความรวยมันมักจะทำให้คนลืมตัวครับรินด้า แต่ความจนแบบฉับพลันนี่แหละที่จะสอนให้เขารู้จักคำว่า 'ที่ยืนของจริง' เป็นอย่างไร" ทันใดนั้นเอง ศิลาหยุดเดิน ดวงตาคมกริบของเขาสบเข้ากับร่างหนึ่งที่ยืนอยู่อีกฝั่งของโถงทางเดิน เงาร่างนั้นสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าที่เขาจำได้แม่นยำแม้เวลาจะผ่านไปสิบปี ผู้หญิงคนที่ควรจะตายไปในอุบัติเหตุทางรถยนต์ในวันนั้น... เธอกำลังยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูเย็นเยียบจนน่าขนลุก ศิลาขมวดคิ้วแน่น มือของเขาเผลอกำหมัดจนเส้นเลือดปูด เขารู้ดีว่าเมฆาเป็นเพียงหมากตัวเล็กๆ ในกระดานนี้ แต่คนที่อยู่เบื้องหลังต่างหากที่คือตัวอันตราย "คุณศิลา... เป็นอะไรไปคะ?" รินรดาถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป ศิลาสูดหายใจลึก พยายามดึงสติกลับมา "ไม่มีอะไรครับ แค่คนรู้จักเก่าน่ะ" เขาก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังลิฟต์โดยไม่สนใจสายตาของหญิงปริศนาคนนั้นอีก แต่ในหัวของเขาเริ่มประมวลผล ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเมฆาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การที่เขาเริ่มสะสมอำนาจและจัดการกับธุรกิจของเมฆาจนขาดสภาพคล่อง กำลังดึงดูด 'ศัตรู' ที่แท้จริงออกมาจากเงามืด เมฆาที่เพิ่งได้รับรายงานว่าศิลากำลังขึ้นมาที่ชั้นบน สติของเขาก็ขาดผึง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง กดเบอร์ที่เขาไม่เคยอยากจะแตะต้องที่สุดในชีวิต "นายจัดการมันให้ฉันที" เมฆาตะคอก "เอาให้มันจบวันนี้เลย ไม่ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ตาม!" "เงินของคุณไม่มีค่าอะไรในตอนนี้หรอกครับคุณเมฆา" เสียงราบเรียบเย็นชาตอบกลับมาจากอีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์ เมฆาชะงัก "แกหมายความว่ายังไง?" "หมายความว่าตึกที่คุณนั่งอยู่... ตอนนี้เจ้าของตัวจริงกำลังขึ้นไปหาคุณที่หน้าประตูห้องทำงานแล้วครับ และเขาก็ไม่ได้มาตัวเปล่า... เขามาพร้อมกับคำสั่งถอดถอนอำนาจบริหารของคุณอย่างเป็นทางการ" เสียงสัญญาณตัดไปทิ้งให้เมฆานั่งนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง ความเงียบในห้องทำงานช่างน่าอึดอัดจนเขารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไป จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นหยุดลงที่หน้าประตูห้อง *ปัง!* ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออก ศิลาเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้เมฆารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่โดยไร้การสัมผัส ในมือของศิลาถือแฟ้มเอกสารบางอย่างอยู่ "สวัสดีครับคุณเมฆา ท่าทางวันนี้คุณดู... เหนื่อยๆ นะครับ?" ศิลาเอ่ยทักทายพลางเดินไปนั่งบนโซฟารับแขก ราวกับว่าที่นี่คือบ้านของเขาเอง ไม่ใช่ห้องทำงานของศัตรู เมฆาสั่นสะท้าน มือขวากำปืนที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะแน่น "แก! แกทำอะไรกับบัญชีของฉัน!" ศิลายักไหล่ "ผมแค่คืนความเป็นธรรมให้ตึกนี้ครับ ตึกนี้ชื่อของมันไม่ได้มีไว้ให้คนอย่างคุณมาผลาญงบเล่น" ศิลาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ พร้อมกับกดปุ่มบนสมาร์ทโฟนเพียงครั้งเดียว จอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องก็แสดงกราฟตัวเลขการเงินที่ดิ่งเหวของบริษัทเมฆา ข้อมูลภายในระบบที่ไม่มีใครเคยเข้าถึงได้ถูกตีแผ่ออกมาทั้งหมด "คุณไม่ได้แค่ขาดสภาพคล่องนะครับคุณเมฆา" ศิลาเอนหลังพิงพนักโซฟา สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเมฆา "คุณกำลังถูกตรวจสอบฐานยักยอกทรัพย์... และหลักฐานทั้งหมดนี่ ผมเป็นคนส่งให้ตำรวจเองครับ" เมฆาลุกพรวดขึ้นด้วยความแค้น ขยับมือไปที่ลิ้นชักหวังจะคว้าปืน แต่ศิลาเร็วกว่านั้น เขาดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับบอดี้การ์ดชุดดำสี่คนที่ก้าวเข้ามาล็อกตัวเมฆาไว้กับเก้าอี้ทันที ทว่า ในวินาทีที่เมฆากำลังจะสิ้นฤทธิ์ เสียงปรบมือดังแว่วมาจากมุมมืดของห้องทำงานที่ศิลาไม่ได้สังเกตเห็นแต่แรก *แปะ... แปะ... แปะ...* "ยอดเยี่ยมมากค่ะคุณศิลา... พัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ ตั้งแต่วันที่ฉันปล่อยให้คุณตายในวันนั้น" หญิงสาวในชุดดำคนเดิมก้าวออกมาจากเงามืด เธอเดินผ่านแสงไฟที่สาดส่องเข้ามาในห้อง เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์และงดงาม แต่แฝงไปด้วยความอำมหิตที่ทำให้แม้แต่บอดี้การ์ดของศิลายังต้องชะงัก ศิลานิ่งไป ความเยือกเย็นในแววตาของเธอทำให้เขารู้สึกถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา "เธอ..." ศิลาเค้นเสียงออกมา "เธอยังไม่ตาย!" หญิงสาวเหยียดยิ้ม ร้ายกาจและทรงอำนาจ เธอหยิบรีโมทคอนโทรลจากกระเป๋าถือ กดปุ่มหนึ่งครั้ง เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วทั้งตึก พร้อมกับแสงสีแดงฉานที่สาดส่องไปทุกมุม "ฉันไม่ตายหรอกค่ะ เพราะโลกใบนี้ยังสนุกไม่พอที่จะเสียคุณไปในวันที่ฉันกำลังจะเริ่มเล่นเกมจริงๆ" เธอก้าวเข้าหาศิลาที่ยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน "ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนที่แท้จริงค่ะ... เจ้าของตึกคนใหม่" ในจังหวะที่ศิลากำลังจะโต้ตอบ หญิงสาวคนนั้นกลับคว้ามือถือของเขาไปแล้วกดเบอร์โทรออกหนึ่งครั้ง ก่อนจะยัดมันกลับใส่มือเขา เสียงปลายสายดังขึ้นทันทีด้วยความกระวนกระวาย "ศิลา! ฟังแม่นะ! รีบออกจากตึกเดี๋ยวนี้! คนที่อยู่กับลูกตอนนี้... คือคนที่จะทำลายทุกอย่างที่เราสร้างมาตลอดสิบปี!" ศิลาตาเบิกโพลง ความลับของตระกูลที่ถูกฝังไว้กำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีที่เขากำลังจะชนะ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นของศิลามาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%