"ผมถามว่า... คุณได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่า ศิลา?"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของเมฆอดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องอาหารบนชั้นดาดฟ้าโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว แสงไฟระยิบระยับจากมหานครเบื้องล่างราวกับหมู่ดาวที่ถูกร่วงหล่นลงมาแทบเท้าของเหล่าคนรวย แต่สำหรับศิลาแล้ว แสงเหล่านั้นกลับพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็น ร่างทั้งร่างของเขาแข็งค้างทันที หัวใจกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ... เสียงของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน!
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่ดึงสติของศิลาให้หลุดลอย
"คุณศิลาคะ... เสื้อฉันเปื้อนหมดแล้วค่ะ"
เสียงกระซิบแผ่วเบาพร้อมกับแรงดึงเบาๆ ที่ชายเสื้อสูท เรียกให้ศิลาต้องก้มลงมอง รินรดา ยืนอยู่ข้างกายเขา ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววกังวลระคนตื่นตระหนกเล็กน้อย เมื่อซอสไวน์แดงราคาแพงจากบริกรจอมซุ่มซ่าม (ที่จงใจหรือไม่อาจทราบได้) หกเลอะลงบนชุดเดรสเรียบหรูที่เธออุตส่าห์เก็บเงินซื้อมาเพื่อโอกาสพิเศษนี้
เมฆาแย้มยิ้มเหยียดหยาม ควงแก้วไวน์ในมือราวกับตัวเองเป็นผู้กุมชะตากรรมของคนทั้งโลก ข้างกายเขามีหญิงสาวหน้าตาคุ้นเคย—แฟนเก่าของศิลาที่ทิ้งเขาไปในวันที่บริษัทล้มละลาย—กำลังหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานกับความอับอายของรินรดา
"โอ๊ะ ตายจริง สงสัยพนักงานของเราจะซุ่มซ่ามไปหน่อยนะศิลา" เมฆาแสร้งทำเป็นตกใจ แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความสะใจ "แต่ก็นะ... คนระดับพวกนาย สองคน บังเอิญได้บัตรอภินันทนาการขึ้นมาดินเนอร์บนนี้ คงไม่คิดจะถือสาหาความกับความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของคนชนชั้นเดียวกันหรอก... อ้อ หมายถึง ชนชั้นล่างน่ะนะ"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากโต๊ะรอบข้าง สายตานับสคู่จับจ้องมาที่ศิลาและรินรดาด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับพวกเขากำลังดูตัวตลกที่หลงเข้ามาในงานเลี้ยงของชนชั้นสูง
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือเรียวเล็กกำชายเสื้อของศิลาแน่นขึ้น เธอกำลังจะเอ่ยปากขอตัวเพื่อหลีกหนีจากสถานการณ์น่าอัปยศนี้ แต่ทว่า... มืออุ่นหนาของศิลากลับเอื้อมมาทับหลังมือเธอไว้
ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือของศิลา ทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง
ดวงตาของศิลาในยามนี้... ไม่มีความหวาดกลัว ความตื่นตระหนก หรือความอับอายหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบราวก้นบึ้งของมหาสมุทร และประกายแสงคมกริบที่ทำให้เมฆาถึงกับชะงักรอยยิ้มค้างไปชั่วขณะ
"ความผิดพลาดเหรอครับ เมฆา" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่กังวานก้องไปทั่วบริเวณโต๊ะอาหารที่เงียบกริบ "นั่นสินะครับ คนเรามักจะมองข้ามความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ... จนกระทั่งความผิดพลาดนั้น มันย้อนกลับมากลืนกินพวกเขาทั้งเป็น"
"แกหมายความว่ายังไงไอ้ศิลา?" เมฆาขมวดคิ้ว ปรับสีหน้าให้กลับมาเย่อหยิ่งดังเดิม "อย่ามาทำเป็นพูดจาหลักลอยแถวนี้เลยน่า สภาพอย่างแกจะมีปัญญาทำอะไรฉันได้? ตึกที่แกยืนอยู่ตอนนี้ บริษัทแม่ที่ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในเครือโรงแรมนี้... เป็นของตระกูลฉัน!"
ศิลาไม่ตอบโต้ด้วยการตะโกนหรือตบะแตก เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ—ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความรู้สึกประหลาดที่บอกว่าผู้ชายคนนี้... กำลังจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
ศิลาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปลดล็อกด้วยระบบสแกนใบหน้าอย่างไม่รีบร้อน นิ้วเรียวกดทัชสกรีนเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากระบบ AI อัจฉริยะดังขึ้นในหูฟังไร้สายของเขา
[ติ๊ง! ตรวจพบความพยายามครอบครองสินทรัพย์โดยมิชอบของบุคคลภายนอก]
[ระบบกำลังดำเนินการ... โอนถ่ายสิทธิ์การถือครองหุ้น 100% ของโรงแรมแกรนด์ริเวอร์ไซด์ เข้าสู่บัญชีของท่าน... เรียบร้อยแล้วครับ นายท่าน]
ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตากันตรงๆ กับเมฆา ดวงตาคู่คมพินิจมองหน้าคู่ปรับเก่าด้วยความเวทนาอย่างแท้จริง
"เมฆา... คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงยอมขึ้นมาดินเนอร์หรูใต้แสงดาวกับคุณบนนี้?" ศิลาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดันมหาศาล "ก็เพราะผมอยากจะดูหน้าคนที่กำลังจะกลายเป็น... 'บุคคลล้มละลาย' ภายในสามนาทีข้างหน้ายังไงล่ะครับ"
"ฮ่าๆๆๆ! แกเพ้อเจ้ออะไรวะไอ้ศิลา! บ้าไปแล้วแน่ๆ!" เมฆาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น พร้อมกับหันไปมองรอบๆ เพื่อหาแนวร่วม "พวกคุณดูมันสิครับ ตกงานจนสมองกลับ กลายเป็นคนบ้าเพ้อฝันไปซะแล้ว..."
ทว่า เสียงหัวเราะของเมฆายังไม่ทันขาดคำ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเจ้าตัวก็แผדเสียงแหลมสูงดังลั่นขึ้นมาขัดจังหวะ
*ครืน... ครืน... ครืน...*
เมฆาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ควักโทรศัพท์ออกมาด้วยความรำคาญใจ แต่พอหน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้า รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของเขาก็แข็งค้างในทันที... เป็นเบอร์ของ "ประธานกรรมการบริหาร" ซึ่งก็คือพ่อแท้ๆ ของเขาเอง
"ฮ... ฮัลโหลครับพ่อ?" เมฆากรอกเสียงลงไป
"ไอ้เมฆา! แกไปทำความชิบหายอะไรไว้! ตอนนี้คณะกรรมการบริหารฉุกเฉินโทรมาแจ้งว่า หุ้นทั้งหมดของโรงแรมถูกกวาดซื้อจนเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสิบวินาที! บัญชีบริษัทถูกอายัด! พวกเราถังแตกแล้ว! แกไปหาเรื่องใครมาวะไอ้ลูกเวร!" เสียงปลายสายตวาดลั่นด้วยความคลุ้มคลั่งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
โทรศัพท์เกือบหลุดจากมือของเมฆา ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้ซีดเผือกไร้สีเลือด เมฆาหันขวับกลับมามองศิลาอีกครั้ง ราวกับกำลังมองเห็นปีศาจร้ายที่จำแลงกายมา
รินรดาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เธอหันไปมองหน้าศิลา สลับกับเมฆาที่ตอนนี้เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี
ศิลาก้าวเท้าเข้าไปใกล้เมฆาที่กำลังสั่นเทา ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่เฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ยินดีต้อนรับสู่โลกความเป็นจริงนะครับ เมฆา... อ้อแล้วก็ค่าเสียหายของชุดรินรดาเมื่อครู่ รวมถึงค่าอาหารมื้อนี้ทั้งหมด..."
ศิลาหยิบการ์ดสีดำสนิท ไร้ลวดลาย ปลดปล่อยออร่าความมั่งคั่งอย่างไร้ขีดจำกัดออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นไปตรงหน้าบริกรที่ยืนตัวสั่นงันท่ามกลางความอลหม่าน
"หักจากบัตรใบนี้ได้เลยนะครับ... ไม่จำกัดวงเงิน"
*ติ๊ง!*
เสียงเครื่องรูดบัตรอนุมัติวงเงินดังสนั่นก้องไปทั่วชั้นดาดฟ้า พร้อมๆ กับเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่บินแหวกเมฆลงมาจอดสนิทบนลานจอดดาดฟ้าของโรงแรมอย่างสง่างาม ประตูเฮลิคอปเตอร์เปิดออก เผยให้เห็นร่างของเลขาคนสนิทที่ก้าวลงมาโค้งคำนับให้ศิลาอย่างนอบน้อม
"ยานพาหนะพร้อมแล้วครับ นายท่าน"
ศิลาหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้รินรดาที่ยังคงยืนตะลึงค้าง ก่อนจะยื่นมือหนาออกไปตรงหน้าเธอ
"ไปกันเถอะครับ ริน... เรามีที่อื่นที่น่าไปดินเนอร์มากกว่านี้เยอะครับ"
รินรดาสบตากับศิลา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ เธอยื่นมือไปวางลงบนฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างไม่ลังเล ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองตามด้วยความอิจฉาและหวาดกลัวสุดขีด
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ศิลาจูงมือรินรดาก้าวขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคน ที่ยืนแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หลังเสาต้นใหญ่บนดาดฟ้า...
เงาร่างของคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน... และเธอกำลังส่งยิ้มเย็นเยียบให้เขา!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" เสมอมานะครับ!
ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 15
ดินเนอร์หรูใต้แสงดาว
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!