ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 20

แผนชั่วของตระกูลอิทธิพล

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"คุณรินรดาครับ... ผมคิดว่าการที่คุณยังยืนกรานจะปกป้องไอ้กระจอกนั่น ในขณะที่ตระกูลวรโชติกำลังจะกวาดล้างที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง มันดูเป็นความรักที่โง่เขลาไปหน่อยนะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงไปด้วยความหยามเหยียดของเมฆาดังขึ้นในห้องประชุมที่เงียบสงัด เขาไม่ได้มองหน้าศิลาเลยแม้แต่วินาทีเดียว สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอแท็บเล็ตในมือของรินรดาที่เพิ่งแสดงสถานะการโอนเงินระดับพันล้านด้วยความตกตะลึง รินรดาไม่ได้ตอบโต้ เธอเพียงแค่กำแท็บเล็ตแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความโล่งใจที่ถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ เมื่อมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างๆ เธอ ศิลาไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขากลับยกยิ้มมุมปากเบาบาง ราวกับกำลังชมการแสดงตลกเกรดต่ำที่พยายามจะสร้างความบันเทิงให้เขา "คนตระกูลวรโชติเหรอครับ?" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามีพลังกดดันมหาศาลจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที "ถ้าผมจำไม่ผิด พวกเขาเป็นแค่ตระกูลเก่าแก่ที่กินบุญเก่าจนเกือบจะหมดตัวแล้วนี่ครับ ทำไมผมถึงต้องกลัวคนที่แม้แต่ค่าบำรุงรักษาตึกนี้ยังจ่ายไม่ไหวด้วยล่ะ?" เมฆาแค่นหัวเราะลั่นห้อง "ปากดี! มึงรู้ไหมว่าการที่มึงยังนั่งอยู่ในตึกนี้ได้จนถึงวันนี้ มันเป็นเพราะความเมตตาของตระกูลใหญ่เขาสั่งระงับการไล่ที่ไว้ชั่วคราว แต่พอมึงดันมาทำตัวโอหัง... ต่อให้เป็นพระเจ้าก็ช่วยมึงไม่ได้แล้ว!" ศิลาลุกขึ้นยืนช้าๆ เขารวบสาบเสื้อสูทราคาแพงที่ดูเรียบง่ายแต่เนื้อผ้าชั้นเลิศเข้าหากัน ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินดูเหมือนจะมีน้ำหนักกดทับลงบนหัวใจของเมฆาโดยไม่รู้ตัว "คุณเมฆาครับ" ศิลาหยุดยืนตรงหน้าเมฆา ก้มลงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เย็นเยียบ "การที่คุณพยายามเอาชื่อตระกูลใหญ่มาอ้าง เพื่อกดดันผู้หญิงของผม นั่นมันไม่ได้ทำให้คุณดูมีอำนาจขึ้นมาเลยนะ... มันกลับทำให้คุณดูเหมือนสุนัขที่เห่าใส่รถยนต์ที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง เพราะไม่รู้เลยว่าจุดจบของความอวดดีนั้นคืออะไร" "แก!" เมฆาง้างมือขึ้นเตรียมจะสั่งการให้ลูกน้องที่ยืนอยู่หลังประตูบุกเข้ามาจัดการ ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง! ชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ใบหน้าเคร่งขรึมดูมีอำนาจก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินในมือ เขาคือทนายความอาวุโสที่ดูแลทรัพย์สินของตระกูลลับแห่งหนึ่งที่ทุกคนเกรงขาม "คุณเมฆาครับ" ทนายความคนนั้นกล่าวเสียงเรียบ "ท่านประธานของตระกูลวรโชติสั่งให้ผมมาแจ้งข่าวร้ายครับ" เมฆาชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนจากความกร้าวร้าวเป็นความฉงน "ข่าวร้ายอะไร? คุณพูดเรื่องอะไรกัน!" ทนายความคนนั้นไม่ได้ตอบเมฆา แต่กลับเดินตรงไปหยุดอยู่ต่อหน้าศิลา ก่อนจะโค้งคำนับให้เขาอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงกระทำต่อเจ้าชีวิต "ท่านศิลาครับ ทางตระกูลวรโชติได้ทราบถึงการแทรกแซงที่โง่เขลาของคนในตระกูลเมฆาแล้ว ตอนนี้ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเมฆาที่ถือครองอยู่ในเขตนี้... ถูกระงับสิทธิ์การใช้งานโดยสมบูรณ์ครับ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอย่างเฉียบพลัน เมฆาหน้าถอดสี ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง "โกหก... มันเป็นไปไม่ได้! ฉันเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องฉัน!" ศิลาขยับยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขายื่นมือไปรับแฟ้มจากทนายความ แล้วโยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเมฆา เสียงดัง *ปึก* ที่เกิดขึ้นราวกับเสียงระเบิดที่ทำลายอนาคตของเมฆาลงในพริบตา "คุณไม่ได้เป็นหุ้นส่วนใหญ่อีกต่อไปแล้วนะครับเมฆา" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างน่าขนลุก "เพราะตอนนี้ ในฐานะเจ้าของตึกที่แท้จริง และเป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจในทุกกระดานหุ้นที่คุณถืออยู่... ผมขอประกาศว่า 'ไล่ออก' ไม่ใช่แค่ไล่ออกตึกนี้นะครับ แต่ผมหมายถึงไล่ออกจากการเป็นคนในแวดวงธุรกิจที่คุณเคยภาคภูมิใจ" เมฆาทรุดฮวบลงกับพื้น ขาสั่นเทาด้วยความตื่นตะลึง เขาเงยหน้ามองศิลาด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าเหตุการณ์ความสะใจยังไม่จบลงเพียงแค่นั้น เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ดังกระหึ่มเข้ามาใกล้ดาดฟ้าตึก แรงลมมหาศาลปะทะหน้าต่างห้องประชุมจนสั่นไหวอย่างรุนแรง ทนายความคนเดิมเดินไปเปิดม่านออก เผยให้เห็นเฮลิคอปเตอร์หรูหราลำยักษ์ที่กำลังลอยตัวอยู่เหนือตึก บนตัวเครื่องมีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลอันเก่าแก่ที่น่าเกรงขามที่สุดในประเทศประทับอยู่อย่างเด่นชัด เสียงประกาศจากเครื่องขยายเสียงภายนอกดังสนั่นเข้ามาในห้อง "เชิญท่านศิลาขึ้นเครื่องครับ ทางตระกูลใหญ่ขอเข้าพบท่านเป็นการส่วนตัว เพื่อทำข้อตกลงเรื่อง 'การถือครองอำนาจใหม่' ทั้งหมด" เมฆาเบิกตากว้างจนแทบถลน เมื่อเห็นว่าตระกูลที่เขาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวมาตลอด กลับกลายเป็นฝ่ายที่ต้องก้มหัวให้กับผู้ชายที่เขามองว่าเป็นแค่คนตกงาน ศิลาหันไปจับมือรินรดาเบาๆ ก่อนจะจูงเธอเดินผ่านร่างของเมฆาที่ไร้ทางสู้ไปที่ประตูทางออก แต่ก่อนจะพ้นจากห้องไป เขาก็หยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมาทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้เมฆาถึงกับหมดสติไปทันที "อ้อ... แล้วก็ไม่ต้องห่วงนะครับ ค่าปรับจากความผิดพลาดที่คุณทำไว้ทั้งหมดในวันนี้... ผมจะส่งบิลไปเก็บที่บ้านของคุณเอง เตรียมตัวขายสมบัติเก่าชิ้นสุดท้ายให้ดีนะครับ เพราะมันอาจจะไม่พอแม้แต่ค่าดอกเบี้ย" รินรดาเดินเคียงข้างศิลาไปทางดาดฟ้าด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ในขณะที่ลมพัดผ่านชายเสื้อของพวกเขาไปนั้น เธอสัมผัสได้ว่าโลกใบนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างถาวรแล้ว และผู้ชายที่อยู่ข้างๆ เธอคนนี้ คือผู้ที่กำหนดทิศทางของมันทั้งหมด ประตูลิฟต์เปิดออกเผยให้เห็นภาพเบื้องหน้า... ไม่ใช่แค่เฮลิคอปเตอร์ แต่เป็นกองทัพคนในชุดสูทดำนับร้อยที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ทั่วทั้งดาดฟ้าตึก! ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของศิลามาโดยตลอดนะครับ ฮาไม่จำกัดสัญญาว่าจะพาไปพบกับความสะใจในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%