ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 12

ซื้อห้างสรรพสินค้าภายในห้านาที

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าคิดว่าการใช้เงินฟาดหัวคนอื่นมันสนุก... งั้นผมคงต้องแสดงให้ดูว่า การเอาเงินซื้อทั้งตึกที่แกยืนอยู่มันให้ความรู้สึกแบบไหนนะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของศิลาก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมใหญ่ ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา ร่างในชุดสูทสีขาวหรูหราที่เพิ่งก้าวเข้ามา—คุณหญิงมาลี เจ้าของห้างสรรพสินค้าเอ็มไพร์พลาซ่าอันเลื่องชื่อ ชะงักฝีเท้าลงทันที นางกวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเย็นชาอยู่มุมปาก เมฆาที่หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เขารู้จักคุณหญิงมาลีดี ผู้หญิงคนนี้คืออภิมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่แม้แต่ตระกูลของเขายังต้องก้มหัวให้ แล้วทำไม... ทำไมบุคคลระดับนี้ถึงเดินเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อมประหนึ่งผู้ใต้บังคับบัญชา? รินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้างศิลา เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความตื่นเต้น หัวใจเธอดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เคยอ่อนแอและถูกเหยียดยาม แต่วันนี้... เขากลับดูยิ่งใหญ่ราวกับจอมราชันย์ที่กุมชะตากรรมของทุกคนไว้ในกำมือ "คุณ... คุณศิลาครับ" เมฆาเค้นเสียงสั่นเครือออกมาจากลำคอที่แห้งผาก "อย่ามาเล่นตลกนะ! แกเป็นแค่ไอ้เด็กไอตกงาน ไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกาแฟแก้วละร้อยด้วยซ้ำ! จะเอาปัญญาที่ไหนมาพูดเรื่องซื้อตึก!" ศิลาไม่ได้โกรธเคือง เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้ออย่างใจเย็น สายตาคมกริบเหลือบมองเมฆาเหมือนมองมดปลวกตัวหนึ่ง "เงินเดือนผมอาจจะเคยไม่มีครับเมฆา แต่บังเอิญว่า... บัญชีธนาคารของผมมันดันไม่มีเพดานจำกัดน่ะสิครับ" ศิลาหันไปพยักหน้าให้คุณหญิงมาลี หญิงสูงวัยในชุดสูทสีขาวรีบก้าวเข้ามาโค้งตัวคำนับศิลาอย่างเคารพท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้องประชุม บอร์ดบริหารของบริษัทและผู้จัดการห้างต่างอ้าปากค้างจนครามแทบหลุด "เรียนท่านประธานคนใหม่ เอกสารโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดของห้างสรรพสินค้าเอ็มไพร์พลาซ่า มูลค่าหมื่นล้านบาท ได้รับการอนุมัติและโอนเข้าสู่ระบบบัญชีส่วนตัวของท่านเรียบร้อยแล้วค่ะ" เสียงของคุณหญิงมาลีสั่นน้อยๆ ด้วยความตื่นเต้นและเกรงกลัวในอำนาจลึกลับที่อยู่เบื้องหลังชายหนุ่มผู้นี้ *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของศิลาดังขึ้นพร้อมกันกับหน้าจอโฮโลแกรมสีทองที่ลอยเด่นขึ้นกลางอากาศ มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น [ระบบยืนยันการทำธุรกรรมสำเร็จ: ซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าเอ็มไพร์พลาซ่า มูลค่า 12,500,000,000 บาท หักเงินจากบัญชีไม่จำกัดวงเงินเรียบร้อย] [ของขวัญพิเศษ: ปลดล็อกสถานะ "เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์" ได้รับสิทธิ์ขาดในการไล่บุคคลที่ไม่พึงประสงค์ออกจากพื้นที่ทันที] ศิลาดึงสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋าช้าๆ หมุนมันเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเมฆาที่ตอนนี้เข่าทรุดลงไปกองกับพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "มะ... ไม่จริง! เป็นไปได้ยังไง! ห้างนี้ตระกูลของแกไม่มีทางซื้อได้หรอก!" เมฆากรดเสียงกรีดร้องออกมาสติแตก เขายังคงไม่อยากเชื่อว่าภาพตรงหน้าคือความจริง "ตระกูลผมอาจจะซื้อไม่ได้ครับ..." ศิลาก้าวเท้าเข้าไปใกล้เมฆาช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นห้องประชุมดัง ก๊อป... ก๊อป... ราวกับเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลัง "แต่ *'ผม'* คนนี้... ซื้อทั้งตึกนี้ด้วยเงินสด ในเวลาไม่ถึงห้านาทีครับ" ศิลาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเมฆาที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น เขาก้มตัวลงเล็กน้อยส่งรอยยิ้มที่เป็นมิตรแต่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมให้ "และตามอำนาจใหม่ในฐานะเจ้าของตึกคนใหม่... ผมขอใช้สิทธิ์ ‘ขับไล่ขยะ’ ออกจากพื้นที่ทันทีครับ" "ร... รปภ.! รปภ. อยู่ไหน!" เมฆาสติหลุดตะโกนเรียกคนคุ้มกันสุดเสียงด้วยความตื่นตระหนก ทว่า... ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนไหนกล้าขยับตัวเลยสักคน เพราะตอนนี้พนักงานทุกคนต่างรู้แล้วว่า ใครคือผู้มีอำนาจสูงสุดตัวจริงในตึกแห่งนี้ "ไม่ต้องเรียกให้เสียเวลาหรอกครับ เพราะผมเพิ่งสั่งปลดพนักงานรักษาความปลอดภัยที่รับสินบนจากคุณไปเมื่อสามนาทีที่แล้วเช่นกัน" ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เชิญครับ... เชิญไสหัวออกไปจากตึก 'ของผม' ได้แล้ว ก่อนที่ผมจะให้ตำรวจข้อหาบุกรุก" เมฆารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาทับร่าง หน้าของเขาชาดิกเหมือนถูกตบด้วยฝ่าเหล็กนับพันครั้ง ความโอ้อวด ความหยิ่งยโส และรอยยิ้มดูถูกที่เขาเคยใช้เหยียดยามศิลาเมื่อตอนที่แล้ว บัดนี้มันย้อนกลับมาตบหน้าเขาอย่างเจ็บแสบจนแทบกระอักเลือดออกมาเป็นคำโต เขามองไปรอบห้อง—สายตาของทุกคนที่เคยพะเน้าพะนอเอาใจเขากลับหลบตาหนีและมองเขาด้วยความสมเพช รินรดามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ความอึดอัดคับแค้นใจที่สะสมมานานนับปีถูกชำระล้างจนหมดสิ้น เธอมองชายหนุ่มข้างกายด้วยแววตาที่ประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยความชื่นชมและหัวใจที่เต้นระรัว ศิลาหันกลับมามองรินรดา รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนในพริบตา เขายื่นมือหนาออกไปตรงหน้าเธอ "ไปกันเถอะครับริน... เราไปหาที่บรรยากาศดีๆ นั่งดื่มกาแฟกันดีกว่า ตึกนี้นอากาศเริ่มแย่เพราะมีขยะล้นเกินไปแล้ว" รินรดายิ้มรับทั้งน้ำตา เธอวางมือเรียวลงบนฝ่ามืออุ่นของศิลาอย่างไว้วางใจ ทั้งคู่เตรียมจะก้าวเดินออกจากห้องประชุมท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองด้วยความระคนทึ่งและหวาดหวั่น ทว่า... ในวินาทีที่ศิลาและรินรดากำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูห้องประชุม เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของศิลาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ *ครืน...* ศิลาหยุดชะงัก เลิกคิ้วเล็กน้อย หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องหรี่ตาลงไม่ใช่เบอร์โทรนั้น... หากแต่เป็นข้อความแจ้งเตือนป๊อปอัปสีแดงฉานที่เด้งขึ้นมาทับซ้อนหน้าจอโทรศัพท์ทันที [แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบลับ: ตรวจพบการพยายามเจาะระบบบัญชีแม่ข่ายจากบุคคลปริศนา... และบัญชีลับระดับ "พระเจ้า" ของท่านกำลังถูกดึงข้อมูลไปยังพิกัดลับใจกลางกรุง...] ศิลาชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยและกุมความได้เปรียบมาตลอดเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นในเสี้ยววินาที *กริ๊งงง!* พร้อมกันนั้น ประตูลิฟต์แก้วส่วนตัวที่อยู่ปลายทางเดินยาวนอกห้องประชุมก็เปิดผางออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตในชุดสูทสีดำสนิทพร้อมอาวุธครบมือเดินเรียงแถวออกมาจากลิฟต์ และตรงกลางขบวนนั้น... คือร่างระหงของหญิงสาวปริศนาในชุดเดรสสีแดงเพลิงสวมแว่นตากันแดดสีดำ ที่กำลังยกสมาร์ทโฟนแนบหูแล้วส่งเสียงหัวเราะเยือกเย็นผ่านสายโทรศัพท์เข้ามาโดยตรง! "สวัสดีค่ะ... ท่านประธานคนใหม่ หวังว่าคุณจะสนุกกับการซื้อห้างเล่นๆ นะคะ... เพราะหลังจากนี้ ความฉิบหายของจริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วล่ะค่ะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%