ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก•ตอนที่ 13

การเปลี่ยนแปลงของอดีตแฟนสาว

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ศิลา... คุณฟังฉันก่อนได้ไหมคะ ทุกอย่างมันมีเหตุผล..." เสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาปลอมๆ ของ 'พิมพิลา' ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศหรูหราของภัตตาคารบนชั้นดาดฟ้า เสียงเพลงบรรเลงแจ๊สเบาๆ ไม่สามารถกลบความน่าสมเพชที่แผ่ออกมาจากหญิงสาวในชุดแบรนด์เนมราคาแพงคนนี้ได้เลยแม้แต่น้อย ผม—ศิลา นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้หนานุ่ม สายตาทอดมองแก้วไวน์สีทับทิมในมืออย่างไม่แยแส ตรงหน้าผมคือผู้หญิงที่เคยบอกเลิกผมอย่างไร้เยื่อใยในวันที่บริษัทสตาร์ทอัพของผมล้มละลาย ผู้หญิงที่หิ้วกระเป๋าเดินไปซบอกเมฆา ศัตรูตัวฉกาจที่คิดว่าตัวเองคือนักล่าผู้ยิ่งใหญ่ แต่ตอนนี้... เกมมันพลิกกลับตาลปัตรจนน่าขัน "เหตุผลเหรอครับ?" ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่สุภาพจนน่ากลัว "คุณช่วยกรุณาทบทวนความจำหน่อยไหมครับว่า ตอนที่คุณปัดเศษชีวิตผมทิ้งเหมือนเศษขยะ คุณใช้คำพูดว่าอะไรบ้าง... 'ศิลาคะ เราเลิกกันเถอะ ฉันไม่อยากอนาคตดับวายไปกับคนกระจอกแบบคุณ' จำได้ไหมครับ หรือต้องให้ผมเปิดคลิปเสียงตอนที่คุณพูดให้ฟังดีล่ะครับ" ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเผือดสีลงทันที พิมพิลาสะอื้นฮัก มือเรียวพยายามเอื้อมมาจับชายเสื้อสูทราคาหลักแสนของผม แต่รินรดา—หญิงสาวอีกคนที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างผมมาตลอด ขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อบังทางไว้ด้วยสายตานิ่งสนิทที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น รินรดาในชุดสูททำงานเข้ารูปดูสง่างามและทรงอำนาจกว่าผู้หญิงที่ร้องไห้ฟูมฟายตรงหน้าหลายร้อยเท่า เธอไม่ได้พูดอะhubน่ารำคาญสักแถม เธอยืนหยัดอยู่ตรงนี้ในวันที่ผมไม่มีอะไรเลย และเธอก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ในวันที่ผมกุมชะตากรรมของพวกมันไว้ทั้งหมด "ศิลา... ฉัน... ฉันรู้ว่าฉันโง่ เมฆามันหลอกลวงฉันค่ะ มันบอกว่ามันรวย แต่มันแค่เปลือก! ตอนนี้มันกำลังจะหมดตัวเพราะโดนท่านประธานคนใหม่ซื้อห้างทิ้งทั้งดอง... ศิลาคะ คุณช่วยฉันหน่อยไม่ได้เหรอ เราเคยรักกันนะ!" พิมพิลาปล่อยโฮออกมาอย่างไร้ฟอร์ม เธอนึกไม่ถึงเลยว่าอดีตแฟนหนุ่มที่เธอเหยียบย่ำ จะกลายมาเป็นเจ้าของตึกและห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่เธอนั่งหายใจอยู่ ณ วินาทีนี้ ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่แหบพร่าแต่ทรงพลังพอจะทำให้แผ่นหลังของพิมพิลาเย็นเฉียบ "เคยรักกันเหรอครับ? น่าเสียดายจังนะครับที่ความทรงจำสีจางๆ นั้น มันถูกผมลบลงถังขยะรีไซเคิลไปตั้งแต่ตอนที่คุณเดินออกจากห้องเช่ารูหนูของผมพร้อมกับกระเป๋าแบรนด์เนมที่เมฆาซื้อให้แล้วล่ะครับ" ผมวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระทบกระจกเสียงดังสนั่น เพล้ง! ไม่ใช่เสียงแก้วแตก แต่เป็นเสียงความมั่น 300% ของพิมพิลาที่แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี ในวินาทีนั้นเอง ประตูลิฟต์แก้วส่วนตัวก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ 'เมฆา' ศัตรูตัวฉกาจที่สภาพตอนนี้ดูไม่ได้เอาเสียเลย เนกไทหลุดลุ่ย เสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่ และใบหน้าที่เคยระบายด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด เมฆากวาดตามองมาที่เราทั้งสามคนด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่ขาของเขาจะอ่อนแรงลงจนแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหรูหรา "ทะ... ท่านประธานศิลา!" เมฆาละล่ำละลักเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ "ผม... ผมมาขอร้อง... หุ้นของบริษัทผม... โครงการตึกระฟ้า... ได้โปรดอย่าถอนทุนเลยครับ! ถ้าคุณทำแบบนั้น ผม... ผมจะล้มละลาย ชั่วโคตรของผมต้องกลายเป็นขอทานแน่ๆ!" ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น ปรายตามองไอ้คนที่เคยเหยียดหยามผมด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "ล้มละลายเหรอครับ?" ผมเอ่ยเสียงเรียบ เดินเข้าไปใกล้เมฆาที่ตอนนี้คุกเข่าลงแทบเท้าผมโดยไม่สนศักดิ์ศรีใดๆ อีกต่อไป "ที่คุณพูดมามันยังน้อยไปหน่อยนะครับ สำหรับคนที่กล้ามาลูบคมผม... อ้อ จริงสิครับ เมื่อกี้คุณส่งข้อความมาหาผมไม่ใช่เหรอครับ ว่าจะให้ผมชดใช้ที่บังอาจมาซื้อห้างเล่นๆ แบบนี้..." ผมหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมา กดหน้าจอไม่กี่ครั้งก่อนจะโยนมันลงตรงหน้าเมฆา หน้าจอสว่างวาบแสดงผลยอดหนี้ทั้งหมดของบริษัทเมฆาที่ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของผมเรียบร้อยแล้วภายในเวลาไม่ถึงสามนาที "นี่คือของขวัญต้อนรับที่คุณอุตส่าห์ส่งข้อความมาทักทายผมเมื่อกี้ไงล่ะครับ หวังว่าจะถูกใจนะครับ" ผมยิ้มมุมปาก เมฆาน้ำตาไหลพรากด้วยความสิ้นหวัง เขากำลังจะอ้าปากร้องขอชีวิต แต่ทว่า... เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของพิมพิลาและเมฆาดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย *ติ๊ง!* ข้อความจากธนาคารยักษ์ใหญ่ส่งตรงถึงหน้าจอของพวกมันทั้งคู่ แจ้งเตือนการอายัดบัญชีทุกบัญชี และการยึดทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อชดใช้หนี้สินมูลค่ามหาศาลที่ถูกซื้อต่อโดยบุคคลปริศนา พิมพิลาเบิกตากว้างจนแทบถล่นกรอบ หันขวับมามองผมด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับกำลังมองเห็นปีศาจในคราบสุภาพบุรุษ "ไม่... ไม่จริง... คุณไม่ใช่แค่คนธรรมดา... คุณเป็นใครกันแน่..." พิมพิลาพึมพำด้วยริมฝีปากสั่นระริก ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น ผมเพียงแค่หันไปยิ้มให้รินรดา หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนที่เธอจะกดส่งสัญญาณบางอย่างผ่านแท็บเล็ตในมือ และในวินาทีนั้นเอง... เสียงใบบัดของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากลานจอดดาดฟ้าเหนือศีรษะของเรา แรงลมมหาศาลพัดกระโชกจนเส้นผมและเสื้อผ้าของเมฆากับพิมพิลาปลิวสยายอย่างไร้ทรง พวกมันทำได้เพียงก้มหน้าหมอบราบกับพื้นด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด ผมกุมมือรินรดาเตรียมก้าวเดินออกไป ทว่าก่อนที่ผมจะก้าวพ้นประตูลิฟต์ ร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทคนหนึ่งก็ก้าวสวนเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลสนิมให้ผมด้วยมือที่สั่นเทา "ท่านครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" บอดี้การ์ดคนสนิทเอ่ยด้วยน้ำเสียงขาดห้วง "คนที่อยู่เบื้องหลังเมฆา... เพิ่งส่ง ‘สิ่งนี้’ มาขู่เราจากต่างประเทศครับ!" ผมรับซองเอกสารมาเปิดดูอย่างใจเย็น แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านบรรทัดแรก... รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของผมก็แข็งค้างทันที เมื่อพบว่าชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของตระกูลที่กำลังจะฮุบห้างทั้งหมดกลับไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็น "เธอคนนั้น" ผู้หญิงที่ควรจะตายไปจากชีวิตผมเมื่อสิบปีก่อน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษทีครับ พอดีผมเป็นเจ้าของตึกที่คุณกำลังจะไล่ผมออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%